รมว.ท่องเที่ยวเผยเบื้องต้นยังไร้ผลกระทบหลังญี่ปุ่นแจ้งเตือนพลเมืองมาไทยจากเหตุส่งอุยกูร์กลับจีน
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยหลังรัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปยังประเทศจีน ว่า กรณีเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเตือนชาวญี่ปุ่นในไทยให้ระวังเหตุการณ์ไม่สงบ รวมถึงรัฐบาลในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ ออกมาประนามประเทศไทย ทำให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาโดยเฉพาะความเชื่อมั่นของภาคการท่องเที่ยวไทยนั้น เบื้องต้นสั่งการให้สำนักงาน ททท. ติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบข้อมูลกับทางสถานทูตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่มีประกาศแจ้งเตือนออกมา
“เบื้องต้นสำนักงาน ททท.ทั้ง 3 แห่งในญี่ปุ่น ยืนยันว่ายังไม่ส่งผลกระทบใด อย่างไรก็ตามจะได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่องทั้งในวันต้นเดือนและในสัปดาห์ถัดไป”นายสรวงศ์กล่าว
นายสรวงศ์ กล่าวว่า ความกังวลมาจากประเด็นในอดีตที่มีการลอบวางระเบิดจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของไทย อย่างศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ต้นเหตุของการลอบวางระเบิดมาจากการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนในช่วงปี 2558 ทำให้มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นบาดเจ็บ จึงเป็นที่มาของการประกาศแจ้งเตือนนี้ ต้องช่วยกันติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ต้องยอมรับว่ามีความกังวล เนื่องจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งปวงที่ส่งชาวอุยกูร์กลับไปนั้น ไม่ได้เป็นการส่งกลับแล้วปล่อยเลย แต่ยังดูแลและต้องแน่ใจว่าจะไม่มีการเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายหรือคุกคามใด ซึ่งรัฐบาลจะส่งคนของเราเข้าไปสังเกตการณ์ว่ากลุ่มชาวอุยกูร์จะไม่เป็นอะไรจริงๆ และมีกำหนดเวลาในการดูแลจากนี้ด้วย
“ต้องยอมรับว่า การกักตัวไว้ในประเทศไทยจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกอย่างหนึ่ง การส่งตัวกลับไปอยู่กับครอบครัวได้น่าจะดีที่สุด การกระทำสามารถตอบคำถามชาวโลก ความเชื่อมั่นหรือภาพลักษณ์ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก” นายสรวงศ์กล่าว
นายสรวงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมของบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อจัดทำโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ในรูปแบบคล้ายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่รอสรุปชื่ออย่างเป็นทางการ โดยในเฟสแรกจะใช้วงเงินประมาณ 3,500 ล้านบาท จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ล้านสิทธิ ดำเนินการช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กันยายน 2568 โดยภาครัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 50% และนักท่องเที่ยวไทยจ่ายเองอีก 50% หรือจ่ายคนละครึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเปิดให้จองสิทธิโครงการนี้ จะมีคนเข้ามาใช้สิทธิหมดอย่างรวดเร็ว
นายสรวงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้รับโจทย์จาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการหามาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวรูปแบบอื่นเพิ่มเติมด้วย ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รับการบ้านจากนายกรัฐมนตรีไปประเมินแนวทางเพิ่มเติม และจะมีการพูดคุยกันต่อไป

