หน้าแรก การเมือง ส.ว.เดือด ญัต...

ส.ว.เดือด ญัตติราคาข้าวตกต่ำ ถามพณ.-เกษตร ทำไรอยู่ ถ้าไม่สนใจแก้ ก็ลั่นเลย ให้เลิกทำนา

3.03.25 | 17:32 น.

เดือด “วุฒิสภา” ถกญัตติราคาข้าวตกต่ำ ส.ว.รุมถล่ม “พณ.-กษ.” ถามทำอะไรอยู่ “ส.ว.เดชา” เปิดหน้าด่าแรง “พิชัย” เป็นขยะ เจ็บใจ กล่าวหาชาวนาเป็นภาระ ซัด “รัฐบาล” ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ยกเลิกทำนาทั้งประเทศ ด้าน “เศรณี” ฉุน ทำไมประเทศไทยเป็นแบบนี้ “เกษตรกร” เหมือนขอทาน ลงถนนทีต้องกราบไหว้ สุดท้ายกลายเป็นบุญคุณหาเสียง

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม โดย นายธวัช สุระบาล ส.ว. เสนอญัตติขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า สถานการณ์ข้าวในปัจจุบัน ราคาตกต่ำลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะผลิตข้าวได้เพิ่มขึ้น แต่อินเดียกลับมาส่งออกข้าว รวมถึงเวียดนามและปากีสถาน ยังลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ราคาขายข้าวในตลาดโลก นอกจากนี้ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวไทยได้ชะลอการซื้อข้าว หลังจากที่ราคาข้าวต่ำกว่าที่ตกลงซื้อไว้

“ภาครัฐทำอะไรอยู่ คำแถลงของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เป็นวจีกรรมที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ในตลาดค้าข้าว เรายังจมอยู่ในวังวนเดิม รัฐบาลบอกว่าเราต้องการที่จะเห็นเกษตรกรทำเกษตรยุคใหม่ เป็นเกษตรยุคทันสมัย แต่ตัวเกษตรกรขาดทั้งการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างจริงจัง ขาดทั้งเทคโนโลยี เราต้องมองความเป็นจริงว่าเรามีพื้นฐานทางด้านการเกษตรก่อนหน้านี้ เราพึ่งพาภาคอุตสาหกรรม แต่วันนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว” นายธวัชกล่าว

นายธวัชกล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจังตามเป้าหมายที่จะเป็นครัวไทยสู่ครัวโลก แต่เกษตรกรกำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องหันกลับมามอง อยากถามว่ากระทรวงพาณิชย์ทำอะไรไปแล้วบ้างในการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ที่ขึ้นแล้วไม่ลง เมื่อก่อนนั้นอยู่ในวังวนของคำว่าประกันราคาข้าว จำนำข้าว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะบิดเบือนกลไกตลาด เป็นการแทรกแซง ตนอยากถามว่าในเรื่องของตลาดทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เคยหารือกับสมาคมผู้ค้าข้าว สมาคมโรงสี สมาคมผู้ส่งออก สมาคมข้าวถุงหรือไม่ เราจะมารณรงค์ให้คนกินข้าวกันมากขึ้น มันไม่ได้ ขณะที่เรารณรงค์เรื่องของสุขภาพ ลดการกินแป้ง ทั้งที่ข้าวเป็นแป้ง ให้กินผักเพื่อสุขภาพ แต่ชาวนากำลังจะตาย

นายธวัชกล่าวต่อว่า ปัญหาอยู่ที่ว่า นอกจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอะไรบ้าง ต้องมาดูเรื่องเมล็ดพันธุ์ ตอนนี้ไม่มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมะลิมาหลาย 10 ปีแล้ว เราต้องติดเขี้ยวเล็บให้เกษตรกร เมื่อก่อนเวียดนามต้องมาดูพันธุ์ข้าวของไทย ตอนนี้น่าอับอายหรือไม่ ไทยต้องไปดูการผลิตข้าวของเวียดนามแล้วว่าเขาล้ำหน้าเราไปเท่าไหร่ และมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติที่เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังว่าเป็นการต่อลมหายใจให้กับเกษตรกร แต่สมควรจะทำหรือไม่ เพราะเป็นการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ อยากถามว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่

Advertisement

ด้าน นายเดชา นุตาลัย ส.ว.กลุ่มชาวนา อดีตประธานสภาเกษตรกรกรุงเทพฯ อภิปรายว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ควบคุมเลย รู้อยู่แล้วว่าต้นทุนการทำนาเท่าไหร่ แต่ไม่สนใจ ทั้งที่ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ตอนนี้ต้นทุนแพงใครเป็นคนทำ รัฐบาลทั้งนั้น

“ล่าสุดสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกมาพูด ผมเป็นชาวนาผมก็เจ็บใจ ว่าเกษตรกรชาวไร่ชาวนาเป็นภาระ ผมเจ็บใจนะ ถ้าผมเป็นภาระ ท่านก็เป็นขยะแหละครับ ฝากไปกรอกหูด้วยนะ วันนี้ไม่มีอะไรกลัวกันแล้ว วันนี้อาชีพเราออกมาเต็มถนน เพราะการที่เขาตะลอนๆ ไม่สนใจปล่อยให้เป็นภาระดักดาน ไม่สนใจจริงจัง ช่วยเกษตรกรตรงไหน มีแต่ช่วยนายทุนทั้งนั้น ชาวไร่ชาวนาได้อะไร ทำไมไม่ให้สิทธิซื้อน้ำมันราคาถูก ไปควบคุมราคาเคมีภัณฑ์ เรื่องที่ควรแก้ไม่แก้ จะหวังให้ชาวไร่ชาวนาไทยไปพึ่งพิงลูกฟลุคจากเพื่อนบ้านหรือ เพื่อให้ชาวนามีกินมีใช้ ถ้าทำแบบนี้ ประกาศนโยบายมาเลยว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เอาแล้ว ไม่ต้องให้ชาวนาทำนา ยกเลิกไปเลย” นายเดชาอภิปรายอย่างดุเดือด

ขณะที่ นายเศรณี อนิลบล ส.ว.กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง อภิปรายว่า รัฐบาลขัดขวางการพัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งทุนจดทะเบียนไว้สูงลิ่ว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ไหนจะไหว เมล็ดพันธุ์ข้าวท้องถิ่นต่างๆ ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น ต้านทานโรคและแมลงเยอะแยะ สิ่งเหล่านี้เป็นภาระของพี่น้องเกษตรกรทั้งสิ้น

“ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อกรมหนึ่งที่เกี่ยวกับข้าว ได้รับงบประมาณปีหนึ่งเฉียดหมื่นล้านบาท แต่ไม่มีปัญญาที่จะดูแลพี่น้องชาวนา ให้ประกอบอาชีพได้อย่างปกติ มิหนำซ้ำการต่อยอดงานวิจัยต่างๆ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกร ในการเอาข้าวแต่ละสายพันธุ์มาแปรรูป ก็ขาดการสนับสนุนส่งเสริม พอชาวนามาประท้วงมีปัญหา กระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการมา ถามว่ามาตรการที่ออกมา มันเป็นมาตรการเมื่อ 10-20 ปีแล้ว พอชาวนาประท้วงครั้งหนึ่ง ก็งัดมาตรการนี้ออกมา แล้วมันแก้ปัญหาได้หรือไม่” นายเศรณีกล่าว

นายเศรณีอภิปรายอย่างมีอารมณ์ว่า อย่าไปตีกินว่าประเทศอินเดียงดส่งออกข้าว แล้วเลยปลูกกันฉิบหายวายป่วงหมด สิ่งเหล่านี้ทำให้บ้านเรามีวงเวียนวัฏจักรอยู่แบบนี้ กระทรวงพาณิชย์ผูกขาดกับบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่เกิน 5 บริษัท

“พอชาวนาเดือดร้อนทีก็ออกมาประท้วงกัน ไปเรียกร้องต่อรัฐบาลยิ่งกว่าขอทานอีก พี่น้องเกษตรกรไทยเหมือนขอทาน พอไปขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลก็ตกเป็นบุญคุณกัน มันใช่หรือครับประเทศไทย พอรัฐบาลไปช่วยก็กลายเป็นนโยบายหาเสียง ถ้ามีความจริงใจคุณต้องออกนโยบายมาเลยว่า วันนี้ประเทศไทยควรจะปลูกข้าวพันธุ์อะไรบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้มาอยู่กลางถนน ต้องมาเรียกร้อง ต้องมากราบไหว้ ประเทศไทยทำไมถึงเป็นแบบนี้” นายเศรณีกล่าว

สุดท้ายที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว รวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยัง ครม.เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภานำไปพิจารณาศึกษาเพิ่มเติม