หน้าแรก การเมือง ถกบอร์ด ปชด.น...

ถกบอร์ด ปชด.นัดแรก จีนจ่อรับคนกลับล็อต 2 โต้ใช้กองทัพปราบส่วยชายแดน ปมทหารโดนขู่

5.03.25 | 15:14 น.

‘ผบ.ทสส.’ ถกบอร์ด ปชด.นัดแรก ปูทางส่งกลับคนจีน คลายยาแรงตัดไฟฟ้า-น้ำมันเมียนมา โต้ใช้กองทัพออกโรงปราบส่วยชายแดน หลังทหารถูกข่มขู่ เผย ผบ.ตร.ปรับจูนตำรวจห้ามมีอีก ย้ำทุกกระทรวง ทบวง กรมให้หยุด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ปชด.) ได้เรียกประชุมนัดแรก

โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะรองประธานกรรมการ ปชด. พร้อมตัวแทนในคณะกรรมการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2568 เมื่อวันที่ 28 ก.พ.68 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ปชด.) ในการสนับสนุนรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และภัยคุกคามอื่นๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงชายแดน

Advertisement

เวลา 11.00 น. พล.อ.ทรงวิทย์ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมว่า ภารกิจแรกของทางศูนย์ ปชด.คือการสร้างองค์กรที่ทำงานร่วมกัน ผ่านการประสานสอดคล้องกัน ในวันที่ 6-9 มี.ค.นี้ ทางการจีนจะส่งเครื่องบินมารับเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผ่านชายแดนไทยที่ จ.ตาก ดังนั้น ศูนย์ ปชด.จะประสานงานตั้งแต่รับตัวจากฝั่งเมียนมาและเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย จนกระทั่งส่งตัวขึ้นเครื่องบิน

ส่วนภารกิจที่สองคือ การประเมินมาตรการ “3 ตัด” คือ ตัดไฟ ตัดน้ำมันเมียนมาได้ผลมากน้อยเพียงใด ส่วน อินเตอร์เน็ตได้มอบให้ กสทช.ดูว่าหลังตัดแล้วสัญญาณที่ส่งข้ามมายังประเทศไทยสามารถวัดได้หรือไม่ จะมีการปฏิบัติการ หรือใช้อินเตอร์เน็ตจากฝั่งไทยอีกหรือไม่ และการช่วยเหลือในด้านมนุษยธรรม ซึ่งทางเมียนมาได้มีการขอผ่านมาทางที่ประชุมไตรภาคี กรณีโรงพยาบาล ในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งคณะกรรมการก็จะพิจารณาและส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังรัฐบาลว่าจะอนุมัติหรือไม่

พล.อ.ทรงวิทย์กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนล่าสุด มีการลักรอบข้ามแดน หลังจากฝั่งเมียนมารับเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีจำนวนมากกว่า 7,000 คนไม่ไหวว่า ขณะนี้ทหารและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ตรึงกำลังไว้อย่างดี แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือหากเขาเดือดร้อนจากมาตรการฝั่งไทยจะแตกกระจายออกมา และการควบคุมก็จะยากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้ ผบ.ทบ.สั่งการให้กองกำลังป้องกันแนวชายแดนเจรจากับกองกำลังที่ควบคุมเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้อยู่ในพื้นที่ ส่วนไทยพยายามแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด แต่ขออย่าสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น

“ขณะนี้การสอบสวนทางฝั่งเมียนมาร่วมกับจีนได้ดำเนินไปแล้วกว่า 3,000 คน และพร้อมที่จะส่งออกในห้วงวันที่ 6-9 มี.ค. ประมาณ 1,400 คน พร้อมกันนี้ผมได้มีการขอให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เป็นเสาหลักในการทำกระบวนการเนรเทศออกนอกประเทศ และทางไทยสามารถรับได้จำนวนกี่คนต่อวัน ซึ่งจะต้องเป็นข้อมูลจริงที่มีนำไปพูดคุยกับต่างชาติว่าจะไม่สามารถเร่งรัดขั้นตอนได้ เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมายไทยหากเร่งรัดเจ้าหน้าที่ก็อาจจะเข้าข่าย ม.157 ได้” พล.อ.ทรงวิทย์กล่าว

เมื่อถามว่า ศูนย์ ปชด.ดำเนินการตัดวงจร “ส่วยชายแดน” ด้วยหรือไม่ พล.อ.ทรงวิทย์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อประเมินประสิทธิภาพของข้าราชการ วันนี้ ผบ.ตร.พูดชัดว่าได้เข้าไปปรับกระบวนทัศน์ของตำรวจที่ทำงานในเรื่องนี้ทั้งหมดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้กรมตำรวจจะไม่ยอมรับอีกต่อไป ประพฤติมิชอบและทำให้เกิดภัยคุกคามต่อประเทศ และได้มีการแสดงตัวอย่างของการลงโทษของเจ้าหน้าที่และมีอีกจำนวนมาก ตนขอให้แต่ละกระทรวง ทบวง กรมได้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของตนเองด้วยว่าสิ่งไหนที่เคยกระทำผิดวันนี้ต้องหยุด มิเช่นนั้นปัญหาเหล่านี้ก็จะกลับมาอีกในระยะยาว และเรื่องนี้ถือว่าเป็นแผนระยะยาว เพราะอยู่ในข้อของการตรวจสอบประสิทธิภาพขององค์กรที่ทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ จ.ตาก

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าตำรวจข่มขู่ทหารในพื้นที่จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการ ปชด. โดยให้กองทัพคุม เพื่อดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ พล.อ.ทรงวิทย์กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนการจัดตั้งคณะกรรม ปชด.ที่มีผู้ช่วยผู้จัดการทหารสูงสุดเป็นประธาน โครงสร้างเดิมที่เคยมีอยู่ในยุคของ นายทักษิณ ชินวัตร และในยุคของ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็เคยใช้โครงสร้างนี้แก้ไขปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19 ตามแนวชายแดน

ส่วนปัญหาที่ฝั่งกัมพูชา พล.อ.ทรงวิทย์กล่าวว่า ยังอยู่ในความรับผิดชอบ แต่วันนี้ไม่มีวาระพูดถึง แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยอมรับว่าคนไทยที่พัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งกัมพูชามีมากกว่านี้ แต่เมื่อคลี่คลายปัญหาในฝั่งเมียวดีแล้ว คณะกรรมการนี้ก็ต้องไปดูที่จุดอื่นๆ ตามแนวชายแดน เช่น การแก้ไขปัญหาในฝั่งกัมพูชา หากจำเป็นต้องตั้งศูนย์ก็สามารถดำเนินการได้

พล.อ.ทรงวิทย์ระบุว่า สำหรับการประสานงานกับผู้นำชนกลุ่มน้อยที่ดูแลบุคคลสัญชาติต่างๆ ที่จะส่งกลับประเทศต้นทางนั้น ได้ขออนุญาตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นรองประธาน ศอป.ชด.ให้สั่งการกองกำลังชายแดนเพื่อไปประสานกับกองกำลังที่ควบคุมบุคคลสัญชาติสัญชาติต่างๆ ที่จะส่งกลับ ซึ่งการพูดคุยก็ไม่ได้มีกลุ่มเดียว ซึ่งกองกำลังชายแดนถือว่าเป็นข้อต่อในการสื่อสาร

“ขณะเดียวกันก็ต้องติดต่อประสานงานกับทางรัฐบาลเมียนมาด้วย ตามช่องทาง TBC เป็นการพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลเมียนมาใน จ.เมียวดี ด้วยว่าเบื้องต้นมีชาติที่ประสานงานมาเพื่อขอรับตัวบุคคลสัญชาติของตัวเองส่งกลับประเทศอีกหรือไม่ โดยตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าประชุมในวันนี้ ผมได้ให้แจ้งให้ทำตารางว่ามีชาติใดประสานกลับมาแล้วบ้าง จะรับตัวบุคคลสัญชาติตัวเองกลับเมื่อใด และได้กลับกี่คน อย่างไรก็ตาม การส่งกลับจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับกระบวนการของเรา ซึ่งต้องมีการสอบสวนขยายผล” พล.อ.ทรงวิทย์ระบุ

พล.อ.ทรงวิทย์ระบุถึงการสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยและรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นการสู้รบโดยใช้กำลังทางอากาศว่า จากการประเมินสถานการณ์ยังไม่มีผลกระทบในการส่งกลับบุคคลสัญชาติต่างๆ เหล่านี้ โดยในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) ศอป.ชด.ส่วนหน้า จะลงพื้นที่เป็นวันแรก เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมให้มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เห็นว่าสถานการณ์พื้นที่เป็นอย่างไร