มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ร่อนแถลง ขอให้ตรวจสอบ การปฏิบัติผิดกม. ส่งอุยกูร์กลับจีน
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม เผยแพร่ข้อความระบุว่า วันที่ 3 มีนาคม 2568 มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้ส่งหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติผิดต่อกฎหมายต่อกรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน
สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวน 40 คน กลับประเทศจีน ซึ่งพฤติการณ์การส่งกลับทำอย่างปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย อีกทั้งตามข้อมูลที่เปิดเผยทั่วกันชาวอุยกูร์ที่หลบหนีออกจากประเทศจีน ปฏิเสธไม่กลับประเทศจีน เพราะกลัวจะถูกทางการจีนปฏิบัติด้วยความโหดร้าย และขอลี้ภัยไปยังประเทศที่ 3
ปัจจุบันภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวประเทศต่างๆ ที่ให้ความสนใจเรื่องการคุ้มครอง ปกป้องสิทธิมนุษยชน และองค์การพัฒนาเอกชนภายในประเทศและระหว่างประเทศ ต่างออกมาประณามการที่รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน และคนไทยโดยทั่วไปวิตกกังวลถึงผลกระทบที่ประเทศไทยและประชาชนในประเทศอาจจะได้รับจากกรณีดังกล่าวนี้ ทั้งในด้านความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านการค้าการลงทุน
การดำเนินการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนดังกล่าวถือได้ว่าหน่วยงานราชการได้กระทำฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 “มาตรา 13 ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐขับไล่ ส่งกลับ หรือส่งบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอีกรัฐหนึ่ง หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้น จะไปตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกกระทำทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกกระทำให้สูญหาย”
และขัดต่อสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กติการะหวางประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ
และต่อประเด็นการส่งกลับชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ทุกหน่วยงานที่เข้าชี้แจงยืนยันว่าไม่มีนโยบายการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนแต่อย่างใด
มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ในฐานะเป็นองค์กรทางกฎหมายทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย จึงขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาดำเนินการใดๆ ภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อให้มีผู้ต้องรับผิดชอบกับการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนในครั้งนี้ด้วย

