หน้าแรก การเมือง กมธ.สภาฯ ซัดเ...

กมธ.สภาฯ ซัดเดือด ประกันสังคม สิทธิรักษาด้อยกว่าบัตรทอง รุมข้องใจค่าทำฟันปีละ 900

6.03.25 | 13:14 น.

กมธ.สธ.สภาฯ รุมสับ ประกันสังคม ไม่ปรับตัว สิทธิประโยชน์น้อยว่าบัตรทอง ทั้งที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินทุกเดือน จี้โอนให้สปสช.ดูแลทั้งหมด หมิว ข้องใจทำฟันได้ปีละ 900 บาท ทั้งที่ต้องจ่ายให้ทัตแพทย์ครั้งละ 700-1,200 บาท -แนะนำทำฟันปีละ 4 ครั้ง

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ. มีการประชุม วาระพิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ดด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานประกันสังคม(สปส.) สำหนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และตัวแทนจากภาคประชาสังคม โดยกมธ.ฯส่วนใหญ่ตั้งคำถามถึงสิทธิการรักษาของผู้ประกันตน ที่ได้รับสิทธิน้อยกว่าสิทธิบัตร สปสช. ทั้งที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนเอง ในขณะที่บัตรทองใช้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีของประชาชน

โดยนางวราภรณ์ สุวรรณเวลา รองเลขาธิการสปสช. ชี้แจงว่า ทั้ง 2 สำนักงานถือกฎหมายคนละฉบับ แต่สิทธิการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเพียงรายละเอียดปีกย่อยที่ต่างกัน อาทิ การรักษาโรคมะเร็งที่ผู้ประกันตนจะสามารถใช้สิทธิได้แค่โรงพยาบาลคู่สัญญาเท่านั้น ซึ่งการรักษาพยาบาลบางอย่างสปส. ยังต้องจ่ายเพิ่มให้ด้วย

ขณะที่น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ฯ ตั้งคำถามถึงวงเงินค่ารักษาฟัน 900 บาทฃต่อปี รวมถึงการรักษาฉุกเฉินที่ผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายก่อน 1 หมื่นบาทจริงหรือไม่ และการรักษาอาการ 23 กลุ่มโรคที่มีการเหมาจ่าย ผู้ประกันตนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองท่าที่มีค่าใช้จ่ายสูงใช่หรือไม่

ทั้งนี้ นางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ผอ.สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ชี้แจงว่า การรักษาฟัน ในคลีนิคทันตกรรมมีทั้งแบบสำรองจ่าย หรือการเข้ารับการรักษาในคลินิกที่อยู่ในข้อตกลงจะไม่ต้องสำรองจ่าย หากเป็นการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน มีวงเงิน 900 บาทต่อปี แต่ถ้าเป็นการรักษาอื่นๆ จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ส่วนการรักษากรณีฉุกเฉินจะต้องใช้โรงพยาบาลตามสิทธิ และสถานพยาบาลตามสิทธิใกล้ที่เกิดเหตุ

Advertisement

โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ทำเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลกับสปส.โดยตรงได้ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องวางเงินก่อนเข้ารับการรักษา ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างผู้ประกันตนกับสถานพยาบาล ดังนั้นหากเจอปัญหาด้านการรักษาพยาบาลสามารถติดต่อมายังสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศไทยได้โดยตรงจะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแล และถ้าเข้ารักษาที่โรงพยาบาลรัฐก็จะเบิกค่ารักษาตามบิลตามความจำเป็น ส่วนการรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงนั้น ยืนยันว่า สปส. เป็นผู้จ่าย โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ทำเรื่องเบิกแทน

ขณะที่นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ฯ ถามถึงงบประมาณในส่วนของรายจ่ายรายหัว สปสช. 3,856 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่บริการทางการแพทย์ ของสปส. อยู่ที่4,400 บาทต่อคนต่อปี ต่างกันประมาณ 500 บาท แต่สิทธิการรักษาพยาบาลของบัตรทองเหมือนจะมากกว่าของผู้ประกันตน ทั้งที่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน อายุ ตั้งแต่ 20-60 ปี

ขณะที่บัตรทองส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่มีโอกาสป่วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่า แต่กลับมีรายจ่ายน้อยกว่าผู้ประกันตนอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงสงสัยว่ามีปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณหรือไม่ หากยังมีปัญหาเช่นนี้ควรโอนให้สปสช.ดูแลเรื่องระบบสุขภาพดีกว่าหรือไม่

ด้าน นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.ฯ ได้ถึง สิทธิ์รักษาพยาบาลของประกันสังคม ว่าเหตุใดสิทธิ์การรักษาทุกวันนี้ ถึงด้อยกว่าสิทธิ์บัตรทอง หรือเพราะทุกวันนี้ สปส.ยังไม่ปรับตัว ประกันสังคมตามไม่ทัน เหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทั้งนี้ผู้ประกันตน ที่เสียเงินทุกเดือน ควรจะได้รับบริการที่ดีกว่านี้ ให้ดีกว่าบัตรทอง

ทำให้ตัวแทนประกันสังคม ยืนยันว่า 1 ปี ที่ผ่านมา สปส.พยายามเพิ่มสิทธิ์การรักษา และการบริการให้กับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น เช่นการเข้าถึงการรักษาโรคสำคัญ 5 โรค ภายใน 15 วัน ซึ่ง สปส. พยายามเพิ่มสิทธิ์การบริการให้กับผู้ประกันตน ในทุกปี และทั้ง 2 สำนักงานก็ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด

ขณะที่ น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ฯถามถึงพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่มาตรา 66 ระบุว่า ต้องประชุมภายใน 1 ปี ในการกำหนดกรอบสิทธิการรักษา หากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายได้ ซึ่งหากขยายแล้ว ต้องให้ สปส.หรือ สปสช. เป็นผู้ชี้แจง ว่าเหตุผลการขยายเป็นอย่างไร

ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2545 ก็ยังไม่มีการชี้แจงถึงเหตุผลขยายระยะเวลา ที่จะพิจารณาของเขต สิทธิ์การเข้ารับบริการทางด้านสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันควรมีความชัดเจนเรื่องสิทธิ์ได้แล้ว จึงอยากขอเอกสาร 23 ปีย้อนหลัง ในการบันทึกการประชุม เพราะหากไม่มีให้ แสดงว่าไม่มีการประชุมเลย รวมถึงการควบรวม 3 กองทุน ที่กำลังเป็นข่าว แต่ทาง สปสช.ได้ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีความพร้อม ต้องศึกษาก่อน ตนจึงอยากทราบกรอบระยะเวลา จะศึกษานานเท่าใด

“ขอถามถึงสิทธิ์การรักษาฟัน 900 บาทต่อปี ขณะที่การรักษาต่อครั้งปัจจุบัน อยู่ที่ 700-1,200 บาท แต่ทันตแพทย์ มีคำแนะนำว่า คนเราควรต้องเข้าคลินิก ดูแลฟัน อย่างน้อย 4 ครั้ง ต่อปี เช่นขูดหินปูน เพราะฉะนั้น 900 บาทไม่ครอบคลุม

แต่หากเป็นสิทธิ์บัตรทอง สามารถใช้สิทธิ์รักษาได้เรื่อย ๆ ส่วนเรื่องคู่สาย สปส. ที่มีอยู่ 400 คู่สาย แต่ผู้ประกันตนมี 24 ล้านคน ตนมองว่าอาจจะไม่เพียงพออต่อการรับฟังปัญหา จะแก้ไขปัญหาอย่างไร” น.ส.สิริลภัส กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีการซักถามในหลายประเด็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งทางหน่วยงานที่มาชี้แจงยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน จึงจะขอส่งเป็นเอกสารชี้แจงให้กมธ.ฯภายหลัง