หน้าแรก การเมือง กคพ.มีมติ 11:...

กคพ.มีมติ 11:4 รับฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ลุยโพยฮั้วส.ว. ยัน ‘ดีเอสไอ’ มีอำนาจ ‘ทวี’ เล็งตั้งทีมสอบสวน ‘ภูมิธรรม’ ปัดเอี่ยวการเมือง

7.03.25 | 06:00 น.
กคพ.

กคพ.มีมติ 11:4 รับฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ลุยโพยฮั้วส.ว. ยัน ‘ดีเอสไอ’ มีอำนาจ ‘ทวี’ เล็งตั้งทีมสอบสวน ‘ภูมิธรรม’ ปัดเอี่ยวการเมือง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธาน กคพ. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว.เป็นคดีพิเศษในความผิดฐานฟอกเงิน

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ประเด็นที่ 1 การประชุมในวันนี้บอร์ด กคพ.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงเนื่องจากมีผู้มาร้องกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยทางบอร์ดไม่ได้พิจารณาในกระบวนการเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการร้องทุกข์มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งมีลักษณะเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายกับการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ระบุว่าการใช้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้เลือก หรือไม่เลือกผู้สมัคร เป็นความผิดฐานฟอกเงินด้วย ทางบอร์ดย้ำว่าการพิจารณาคดีว่าเป็นคดีพิเศษครั้งนี้ผ่านการพิจารณาของบอร์ดที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากหลากหลายที่ ไม่ได้มาจากการตัดสินใจโดยคนใดคนหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า 2.ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอำนาจและหน้าที่ของ กกต. ซึ่ง กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองในการดูแลการเลือกตั้ง กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานของรัฐที่ดูแลเรื่องการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับบุคคลที่กระทำความผิดตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น และ 3.ที่ดีเอสไอได้รับเรื่องนี้ไว้แต่ผู้กล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ถึงจะต้องมีกระบวนการสืบสวนสอบสวนตามรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 18 คน มีผู้ลาประชุม 3 คน และอีก 1 คน ได้เซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมแต่ขอออกจากที่ประชุมก่อน ซึ่งมติชี้ขาดฐานคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ มีลักษณะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21(1) ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 โดยทั้ง 18 คน มีมติรับเป็นคดีพิเศษ 11 คน งดออกเสียง 3 คน และไม่เห็นด้วย 4 คน ส่วนตามมาตรา 21(2) ตามเสียง 2 ใน 3 ในที่ประชุม ซึ่งไม่ได้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว

“ยืนยันว่าการพิจารณาเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของบุคคล หรือการเมือง แต่พิจารณาตามข้อกฎหมายแท้ๆ ขณะนี้ก็เป็นเพียงแค่กระบวนการที่รับมาเพื่อจะสืบสวน สอบสวน ทั้งหมดอยู่ที่ศาลยุติธรรมจะต้องเป็นผู้ตัดสินในขั้นสุดท้าย” นายภูมิธรรมกล่าว

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า หลังรับเป็นคดีพิเศษจะเชิญพนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและอำนวยความยุติธรรม และจะตั้งคณะทำงานสอบสวนเพื่อนำไปสู่การสอบสวน ทั้งนี้ ประสานข้อมูลกับ กกต.อยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาร่วมกันทำงานมาตลอด เพราะข้อหาฟอกเงินผิดอาญาอื่น ไม่จำเป็นต้องเชิญผู้แทน กกต. ทั้งนี้ ดีเอสไอทำเฉพาะกรณีความผิดเกี่ยวกับฟอกเงิน และอาจขยายผลเกี่ยวกับคดีอาญาอื่น เช่น อั้งยี่ แต่ถ้าหากกลุ่ม ส.ว.อยากมาแสดงความบริสุทธิ์ก็พร้อมที่จะรับฟัง

Advertisement

“ส่วนกระบวนการหลังจากรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อสอบสวน และออกหมายเรียกพยาน รวมถึงการสืบเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะในส่วนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงิน หรือรับผลตอบแทนตัวเงิน รวมถึงการพิจารณารายการทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หากพบที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินทางอาญาในคดีมูลฐาน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะทำการออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบชั่วคราว” พ.ต.อ.ทวีกล่าว