หน้าแรก การเมือง ทวี ยันไม่ได้...

ทวี ยันไม่ได้ใช้ความรู้สึก ไม่หวั่น ส.ว.โต้กลับ ขีดเส้นรวบรวมหลักฐานภายใน 3 เดือน

7.03.25 | 12:43 น.

ทวี ชี้ แม้บอร์ด กคพ.รับคดีฮั้วส.ว.แค่ฟอกเงิน แต่ถ้าพบหลักฐานอั้งยี่-ความมั่นคง เหมารวมเป็นคดีพิเศษได้ ขีดเส้นรวบรวมหลักฐานภายใน 3 เดือน เชื่อกกต.ใช้หลักฐานดีเอสไอยื่นถอดถอนได้ถึง 20 คน ยันไม่ได้ใช้ความรู้สึก ไม่หวั่น ส.ว.โต้กลับ ลั่น เรื่องกระจ่างท่านจะสง่างาม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงมติที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) 11 เสียง รับคดีฮั้วเลือก ส.ว.เป็นคดีพิเศษฐานความผิดฟอกเงิน ว่า สามารถทำได้ เพราะจากการสอบสวนพยานสามารถเชื่อได้ว่ามีเงินสะพัดในการเลือก ส.ว.ครั้งนี้กว่า 300 ล้านบาท มูลค่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน

ซึ่งดีเอสไอสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาความผิดเรื่องการจ้างให้ดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดฐานยุยงส่งเสริมไม่ให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ เพราะหากสืบสวนสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดเหล่านี้ รวมถึงความผิดอาญาที่เกี่ยวข้อง กฎหมายก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษไปได้เลย

เมื่อถามว่า หลักฐานอะไรที่ทำให้เชื่อได้ว่ามูลค่าเงินเกิน 300 ล้านบาท พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า มูลฐานความเชื่อได้ว่า เช่น การออกหมายจับของศาล เขาให้ใช้หลักฐานพอสมควร กรณีนี้ใช้เกณฑ์ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาในการออกหมายจับของศาลฎีกา ที่บางครั้งใช้บันทึกสายลับไม่ได้มีการสอบพยานเลยก็ออกหมายจับได้

พ.ต.อ.ทวีกล่าวต่อว่า ดังนั้น ในคดีนี้มีพยานยืนยันว่ามีการใช้เงิน 400-500 ล้านบาท โดยการจ่ายเงินเป็นช่วงๆ เมื่อมีพยานจึงถือมูลฐานอันเชื่อได้ว่า ที่ประชุมจึงมีมติรับเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายฟอกเงิน ส่วนความผิดฐานอั้งยี่ การได้มาซึ่ง ส.ว.หรือการฮั้ว และความผิดอื่นๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3) ที่มีการร้องทุกข์ไว้

Advertisement

หากมีความเชื่อมโยงก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษ โดยตอนนี้ดีเอสไอมีพยานประมาณ 7,000 คน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปในพื้นที่การเลือก ส.ว.ระดับประเทศ ที่เมืองทองธานีถึง 3,000 คน เราก็จะดูพยานหลักฐานนี้โดยได้ส่งหนังสือขอให้พนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และพิสูจน์ความผิด โดยได้ให้นโยบายดีเอสไปแล้ว จะต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานไม่เกิน 3 เดือน เพราะเขาสอบมานานแล้ว

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เงินจูงใจให้เลือกเข้าข่ายเป็นการซื้อเสียง ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอนนี้ดีเอสไอพยายามล้วงลูก กกต.ด้วยการอ้างกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่ใช่ มันเหมือนบริษัทหลบเลี่ยงภาษีก็มีความผิดหลายกรรม แต่นี่เป็นความผิดอั้งยี่ มีการสมคบกันกระทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ถือเป็นหนึ่งความผิดแล้ว

เมื่อถามว่า เป็นการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อให้ได้คดีนี้มาอยู่ในมือใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่ใช่ มีผู้มาร้องทุกข์และมีการสืบสวน และจริงๆ แล้ว กกต.เป็นฝ่ายมาขอให้เราทำ เราจึงต้องร่วมมือกับ กกต. และเมื่อพบพยานหลักฐานแล้ว กกต.ก็สามารถนำไปพัฒนาและใช้ในการยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อถอดถอนได้

“คิดว่าหลักฐานที่มีการจ่ายเงินน่าจะถึง 20 คน ถ้า กกต.ร่วมมือกัน ซึ่งตอนนี้ก็คิดว่าเขาร่วมมือเพราะเขาส่งหนังสือมา และเราไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจเขา ตราบใดที่เขายังไม่ยกเลิกดีเอสไอและตำรวจเข้าไปร่วมสืบสวนคดีฮั้วเลือก ส.ว. เราก็พยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ เพราะอำนาจของ กกต.คือการเดินหน้าถอดถอนบุคคลที่ได้ซึ่งตำแหน่ง ส.ว.โดยมิชอบ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

พ.ต.อ.ทวีกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนไม่กังวลกรณีที่ ส.ว.ตอบโต้ด้วยการยื่นถอดถอนจากตำแหน่งฐานกระทำความผิดด้านจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพราะเรื่องความยุติธรรมไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ล้วนมีความสำคัญเท่ากัน แต่เรื่องนี้หากเราพิจารณาให้ดีมันกระทบต่อความมั่นคงด้านนิติบัญญัติ อำนาจในการออกกฎหมายก็ได้รับผลกระทบ

“จึงอยากเรียนไปถึง ส.ว. ถ้าผลสอบสวนออกมาแล้วท่านไม่ผิดก็จะได้สง่างาม ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรู้สึกในการแก้ปัญหา จะใช้พยานหลักฐานเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและรัฐมนตรี ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของพนักงานสอบ อัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็ว” พ.ต.อ.ทวีกล่าว