หน้าแรก การเมือง เท้ง ชี้ &#82...

เท้ง ชี้ ‘หารือนอกรอบ’ ต้องดูระเบียบเป็นไปตามกฎหรือไม่ ยันไม่ถอดชื่อ ‘ทักษิณ’ จี้ ‘วันนอร์’ ตรงไปตรงมา

9.03.25 | 16:37 น.

“ณัฐพงษ์” ชี้ ต้องดูระเบียบหารือนอกรอบเป็นไปตามกฎหรือไม่ รับหนังสือส่งเลยกรอบเวลาจริง ยันไม่ถอดชื่อทักษิณ ออกจากญัตติ ขอ “ประธานสภา” ทำงานตรงไปตรงมา หวั่นถูกครหาอุ้มฝ่ายบริหาร มองไม่ใช่หน้าที่ประมุขนิติบัญญัติ มอง หากเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถซักฟอกในสมัยประชุมนี้ “วันนอร์” ต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าทำหนังสือด่วนถึงตนทันในกรอบ 7 วัน ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ได้เรียกตนไปหารือจริง แต่การตอบกลับนั้น ต้องดูตามระเบียบของกฎหมายต่อว่าต้องมีการตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการหรือไม่ ในวันนั้นตนชี้แจงว่าเป็นสิทธิของพรรคฝ่ายค้านที่สามารถยื่นญัตติได้และยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ด้วย ทางนายวันมูหะมัดนอร์พยายามจะคืนญัตติกลับมาให้แต่ตนปฏิเสธไป ตอนนี้ร่างญัตติน่าจะอยู่ที่นายวันมูหะมัดนอร์ ในส่วนนี้จึงเป็นที่มาที่ไปที่ต่อไปมีการออกหนังสือมาที่ตน ฉะนั้นในเรื่องของจำนวนวันต้องลองเช็กระเบียบอีกทีว่าเป็นอย่างไร

“ยืนยันตามข้อเท็จจริงที่ทางอาจารย์วันนอร์บอกว่าเรียกผมเข้าไปหารือ ถามว่ามีไหมก็ต้องตอบว่ามี เป็นการหารือนอกรอบ จึงไม่ทราบว่าการหารือนอกรอบเป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับหรือไม่ ว่าการแจ้งกลับภายใน 7 วันต้องตอบมาเป็นหนังสือหรือไม่ หากดูตามกรอบหนังสือที่ส่งมาก็เลยกรอบเวลาจริง” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ไม่ยอมบรรจุญัตติให้ตน คิดว่าได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ยืนยันว่าเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะยื่นขอเปิดอภิปรายไว้วางใจ ซึ่งอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ให้อำนาจประธานสภาในการใช้ดุลยพินิจจะไม่บรรจุ หากดูตามข้อบังคับก็เขียนแค่ว่าให้ประธานสภาดูในส่วนของข้อบกพร่อง ว่ามีคำผิด มีสมาชิกเข้าชื่อไม่ครบหรือไม่ ซึ่งเรายืนยันว่าในส่วนนี้เราเขียนถูกต้อง ลงชื่อครบทั้งหมดก็ไม่น่าจะมีข้อบกพร่องอะไร ส่วนเนื้อหาญัตติจะใส่อะไรได้ ไม่ได้ ตนคิดว่าเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะใส่ลงไปในหลักการของตัวญัตติอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ เนื่องจากทางประธานสภา ยืนยันให้นำชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกจากญัตติ ซึ่งทางพรรคฝ่ายค้านเองยืนยันว่าจะไม่เอาออก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในวันนั้นมีการคุยกันในเรื่องนี้เกือบครึ่งชั่วโมง นายวันมูหะมัดนอร์เองก็กังวลว่าบรรยากาศในที่ประชุมมีการประท้วง แต่ตนยืนยันว่าการที่ใส่ชื่อนายทักษิณลงในญัตติ จะทำให้เราสามารถอภิปรายอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นไม่ต้องพูดอะไรอ้อมค้อม แต่ก็ได้รับข้อยืนยันกลับมาว่ากลัวมีการพาดพิงคนนอก ซึ่งข้อบังคับไม่ได้ห้ามให้เราพาดพิงคนนอก แต่มีการเขียนว่าไม่ให้พาดพิงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น ซึ่งเรายืนยันว่าจำเป็น นายทักษิณเองก็เคยให้สัมภาษณ์ว่ามีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน ในตัวญัตติของเราก็เป็นไปตามข้อเท็จจริงตามที่นายทักษิณพูดเองด้วยซ้ำ การรับผิดชอบคำพูดของสมาชิกในการพาดพิงคนนอกที่ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นความรับผิดชอบของผู้อภิปราย ประธานสภาไม่เกี่ยว

Advertisement

“วันนั้นอาจารย์วันนอร์ก็มีการตอบกลับมาจริง เกรงว่าจะถูกฟ้องร้องในฐานะที่ประธานสภา มีอำนาจในการบรรจุญัตติ ถ้าบุคคลอื่นเสียหาย เขาก็จะถูกฟ้องร้องไปด้วย ทำให้ไม่สามารถบรรจุญัตติได้” นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่าเป็นเกมการเมืองล้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ไม่ทันในสมัยประชุมนี้หรือ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอยากให้นายวันมูหะมัดนอร์ดำเนินทุกอย่างไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ทางฝ่ายค้านยืนยันว่าประธานสภา มีอำนาจ ไม่มีดุลยพินิจในการที่จะไม่บรรจุญัตติ เนื่องด้วยเนื้อหาในตัวญัตติเอง ที่ผ่านมาการอภิปรายให้วางใจแทบทุกครั้งหนีไม่พ้นต้องมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอกอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกทุกคนที่อภิปรายจะต้องรับผิดชอบกันเอง

“ดังนั้นสิ่งที่ท่านประธานเองในฐานะประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ควรทำคือการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านถ่วงดุลตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล เรื่องนี้ไม่ควรที่จะต้องมาออกตัวรับแทนคุณทักษิณ ไม่เช่นนั้นประชาชนส่วนหนึ่งจะมองได้ว่าประธานสภา พยายามปกป้องฝ่ายบริหารหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนญัตติจะเข้าสู่ที่ประชุมทันสมัยนี้หรือไม่นั้น ทางพรรคฝ่ายค้านต้องยืนยันตามสิทธิว่ายังมีเวลาปรึกษาหารือกันได้อีกซักหนึ่งสัปดาห์ แต่หากท้ายที่สุดทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่สามารถอภิปรายได้ทันในสมัยประชุมนี้ ไม่มีใครต้องรับผิดชอบไปมากกว่าทางอาจารย์วันนอร์อยู่แล้วในฐานะที่ท่านเป็นผู้บรรจุญัตติ” นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่ายืนยันที่จะไม่นำชื่อนายทักษิณออกจากญัตติใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ณ ตอนนี้เราต้องยืนยัน ในเรื่องของอำนาจหน้าที่ ส.ส.ไปก่อน หากเรายอมเลยก็จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคต และตนก็ไม่อยากให้เวทีที่ฝ่ายค้านสามารถทำงานได้เต็มที่ในการซักฟอกรัฐบาลถูกเซ็นเซอร์ไป ด้วยอำนาจของประมุขในฝ่ายนิติบัญญัติ ในเรื่องนี้ขอทำทีละสเต็ป อย่าคิดไปไกลว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเข้าไม่ทันสมัยประชุมนี้ ยืนยันตามหลักการว่าเราคัดค้านการวินิจฉัยของประธานสภาก่อน