‘ส.ว.เทวฤทธิ์’ ข้องใจ ‘นายกฯอิ๊งค์’ จริงจังขึ้นค่าแรงแค่ไหน ใครขวางคลอง ปล่อยให้ ‘รมมว.แรงงาน’ สานต่อนโยบายเพียงแค่ลำพัง ขณะที่ ‘พิพัฒน์’ ยันไม่ลดละ ความพยายามขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ใช้โมเดลปี 2555 เป็นต้นแบบ ย้ำชัดค่าแรง 600 บาท ในปี 70 ต้องดูจีดีพีประเทศ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธาน วาระพิจารณากระทู้ถาม เรื่อง อุปสรรคของการผลักดันการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ และแนวทางในการผลักดันนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงในอนาคต โดย นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. ถาม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าอยากชวน รมว.แรงงาน มาถอดรหัสว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ไปติดรอยกั้นตรงไหน ใครเป็นจระเข้ขวางคลองหรือไม่ หรือ รมว.แรงงาน ถูกทิ้งให้เดียวดายที่ต้องพยายามผลักขึ้นค่าแรง 400 บาท ในขณะที่รัฐบาลไม่มีการช่วยเหลือหรือไม่
นายเทวฤทธิ์กล่าวว่า หากย้อนกลับไปดูการปรับขึ้นค่าแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นช่องว่างการเปรียบเทียบจีดีพีต่อหัวปี 2565 ที่ล่าสุดขึ้นไปถึง 767 บาทต่อคน ขณะที่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 341 บาทต่อคน แปลว่าแรงงานขาดทุน เพราะการปรับขึ้นค่าแรงไม่ทันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

“นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้พูดไว้เป็นนโยบายเรือธงฉบับแรกก่อนดิจิทัลวอลเล็ตด้วยซ้ำว่าจะต้องปรับขึ้นค่าแรง 600 บาทภายในปี 2570 ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงก่อนการเลือกตั้งปี 2566 ผมไม่ทราบว่านายกฯมีความจริงจัง หรือทิ้งให้ รมว.แรงงาน สานต่อนโยบายเพียงแค่ลำพัง” นายเทวฤทธิ์กล่าว
นายเทวฤทธิ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันด้วยปัญหาอุปสรรคที่มีความพยายามขยับขึ้นค่าแรงมาแล้ว 3 รอบ จึงขอถามว่าอะไรคืออุปสรรคสำคัญในการผลักดันการขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ และมีแผนในการปรับอัตราการขึ้นค่าแรงเดียวกันหลังจากนี้หรือไม่ และเมื่อไหร่ รวมทั้งมีมาตรการลดผลกระทบให้ผู้ประกอบการหรือไม่ และขณะนี้รัฐบาลมีแนวทางอย่างไรให้การปรับขึ้นค่าแรงเป็น 600 บาท ภายในปี 2570

ด้านนายพิพัฒน์ชี้แจงว่า อะไรที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไว้ก็พยายามทำอยู่ตลอดเวลา จะเห็นว่าเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.67 ก็มีแนวทางลักษณะใกล้เคียงกับการขึ้นค่าแรงในปี 2555 นำโมเดลตรงนั้นมาเป็นต้นแบบในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใน 77 จังหวัด แต่สุดท้ายกรรมการฝ่ายพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมด้วยอนุของแต่ละจังหวัดอีก 76 จังหวัด มีการประชุมและมีผลออกมาได้แค่ 4 จังหวัด หากถามว่าตนสบายใจหรือไม่ ต้องเรียนว่าตนไม่ได้มีความสบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และถ้าถามว่าทำไม 400 บาท ใน 7 จังหวัดนำร่องถึงเป็นไปไม่ได้นั้น เพราะจากการวิเคราะห์ในแต่ละจังหวัด รวมถึงไม่กล้าไปกระทบเอสเอ็มอี
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สมมุติว่าการล้มของเอสเอ็มจะมีผลกับเศรษฐกิจของประเทศขั้นรุนแรง จึงต้องคอยพิจารณาว่าอะไรที่ประกาศไปแล้วมีผลกระทบน้อยที่สุด และในวันที่ 12 มี.ค.นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำของไตรภาคีอีกครั้ง แม้วันที่ 13 มี.ค. คณะกรรมการชุดนี้จะหมดวาระลง แต่ยังคงต้องรักษาการไปจนกว่าจะมีการสรรหาเข้ามาใหม่
“ตัวผมเองยังมีความมุ่งหวัง เพราะจริงๆ แล้วเราไม่สามารถที่จะบังคับใครได้เลย แต่ก็มีความมุ่งหวังและฝากไว้ที่คณะกรรมการไตรภาคี ช่วยฝากความคิดว่าการที่เราพยายามเอาจังหวัดนำร่องเข้ามาตั้งเป็นสมมุติฐานให้ได้และพยายามเอาบางอาชีพที่คิดว่าเศรษฐกิจเขาดีขึ้นแล้วประกาศเป็นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ ในส่วนนั้นอาจมีการดำเนินต่อไปได้ในเบื้องต้น” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า มาตรการที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบในการปรับค่าแรงขั้นต่ำ เช่น เพิ่มค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ของผู้ประกอบการ ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงการคลัง หรือลดเงินสมทบผู้ประกันตนฝ่ายนายจ้าง เป็นเรื่องประกันสังคมในกระทรวงแรงงาน สามารถทำได้ไม่ยาก และยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านสาธารณสุข อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพลังงาน ที่จะต้องมีการหารือกัน อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าในหลายประเด็นจะนำโมเดลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากปี 2555 มาพิจารณาประกอบ หากประเด็นใดเป็นเรื่องใหม่จะนำมาพิจารณา ซึ่งกระทรวงแรงงานยังมีความพยายามที่จะประกาศขึ้นค่าแรง แต่ก็อยู่ที่คณะกรรมการไตรภาคี หากการประชุมครั้งแรก การขึ้นค่าแรงยังไม่ผ่าน สามารถเรียกประชุมครั้งที่สองภายใน 15 วัน ซึ่งจะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จึงขอฝากไปยังสปิริตของคณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำว่าจะช่วยได้อย่างไรบ้าง
รมว.แรงงานกล่าวด้วยว่า การขึ้นค่าแรงจาก 400 บาท ถึง 600 บาทภายในปี 2570 นั้นจะต้องพิจารณาภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และอัตราการเจริญเติบโตจีดีพี และพิจารณาอัตราเงินเฟ้อว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะมีการขึ้นค่าแรงถึง 600 บาท หากทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถก้าวไปได้ ก็ไม่สามารถเดินไปถึงส่วนนั้นได้ แต่กระทรวงแรงงานได้ประกาศ 129 อาชีพที่จะได้รับการพัฒนา และได้รับค่าแรงเกินกว่า 400 บาทแล้ว ขาดเพียง 13 สาขาอาชีพที่ยังมีค่าแรงต่ำกว่า 400 บาท ยืนยันจะพยายามต่อไปเพื่อพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในส่วนนี้

