วิสุทธิ์ ปัด รัฐบาลเล่นแง่หวังล้มศึกซักฟอก ไล่ ‘ฝ่ายค้าน’ คุย ‘วันนอร์’ ให้จบ ค่อยกำหนดวันอภิปราย แนะ ดูตัวอย่างอดีตผู้นำค้าน ‘ชวน’ ยอมแก้ไขญัตติให้เดินหน้าได้ เย้ย เรียงหน้ากดดันแรงๆ ระวังหาทางลงไม่เจอ ลั่น จะเตรียมบันไดให้ เตือน ดันทุรังฝืนใส่ชื่อ ‘ทักษิณ’ ระวังอดอภิปรายสมัยนี้
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปรัฐบาลว่า เป็นเรื่องปกติ วันนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะปัญหาอยู่ที่ฝ่ายค้านต้องไปแก้ไขญัตติตามที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยไว้ เพราะหากไม่แก้ก็ไม่สามารถบรรจุญัตติได้ จึงไม่จำเป็นที่ต้องมาหารือกับตน รอให้มีการบรรจุระเบียบวาระก่อนถึงจะมีการหารือกับฝ่ายค้าน
“ยืนยันว่าวันนี้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือ ส.ส.รัฐบาล แต่เป็นเพราะฝ่ายค้านกับประธานสภาที่ต้องไปเจรจากันเอง เพราะฝ่ายค้านก็ยืนยันว่าจะไม่แก้ เมื่อไม่แก้ก็ไม่สามารถบรรจุได้ ผมก็ไม่ได้ไปเดือดร้อนอะไรกับเขา และไม่ได้ไปกลั่นแกล้งอะไร” นายวิสุทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า จะเป็นเรื่องที่เคลียร์กันไม่ได้จนทำให้การอภิปรายล่มเลยหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ในข้อกฎหมายมันเคลียร์กันไม่ได้ ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่จะเป็นประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายค้านอยากอภิปรายคนภายนอก ซึ่งจะเป็นวัฒนธรรมที่ไม่เคยอภิปรายมาก่อน เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ที่ผิดๆ อย่าไปทำเลย และสิ่งที่ประธานสภาแนะนำก็เห็นว่าครั้งหนึ่งในสมัยที่นายชวน หลีกภัย เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านปี 2545 นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานสภาในขณะนั้น ได้ทำหนังสือถึงนายชวนเพื่อให้แก้ไขญัตติเกี่ยวกับการอภิปราย ซึ่งท่านก็ไม่เห็นด้วยแต่ก็ปฏิบัติตาม เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีที่แนะนำให้ฝ่ายค้านไปดู
“เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านต้องไปทำกันเอง แต่เห็นดาหน้าออกมาพูดกันเยอะว่าจะไม่แก้ เมื่อไม่แก้ ประธานท่านก็ไม่บรรจุ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องของผมหรือ ส.ส.รัฐบาล” นายวิสุทธิ์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) นำเอกสารที่นายวันมูหะมัดนอร์เคยเสนอญัตติให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษารถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน โดยระบุชื่อบริษัทเอกชนรายหนึ่งไว้ในญัตติมาเทียบว่าสามารถพาดพิงบุคคลภายนอกได้เช่นกัน นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เป็นคนละเรื่อง อย่าเอาไปปนกัน อย่างไรก็ตาม การที่ประธานสภาวินิจฉัยเช่นนี้ ตนมองว่าท่านได้พิจารณาดีแล้ว จึงได้ส่งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกลับไปที่ฝ่ายค้าน ฉะนั้น ถ้าจะไม่แก้ก็แล้วแต่ แต่รัฐบาลพร้อมแล้วและเตรียมตัวอย่างดีที่จะมาตอบคำถามฝ่ายค้าน
ถามอีกว่า มีการมองว่ามีความพยายามเตะถ่วงเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เกี่ยวกับฝ่ายค้านกับประธานสภา และเห็นดาหน้ากันออกมาว่าจะไม่แก้
“ผมมองว่าออกมาแรงๆ กันแบบนี้เดี๋ยวจะไม่มีทางลง ถ้าลงไม่ได้ก็บอกผม เดี๋ยวจะเอาบันไดมาให้” นายวิสุทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการแก้เก้อหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า แน่นอน ตนมองว่าเป็นแบบนั้น ก็เหมือนกับการอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หากอภิปรายไปสองวันก็แก้ไม่ได้ แต่ยังจะฝืนไปต่อ ซึ่งนี่ก็เหมือนกัน รู้อยู่แล้วว่าอภิปรายไม่ได้แล้วจะยังไง ถ้าประธานสภาไม่บรรจุก็อภิปรายไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลจะไม่ไปแทรกแซง
เมื่อถามว่า เหลืออีก 1 เดือนจะปิดสมัยประชุม หากในสัปดาห์นี้ฝ่ายค้านไม่แก้ไขญัตติดังกล่าว คิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้หรือไม่ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ก็ดูว่าอาจจะหวุดหวิด หรืออาจจะไม่ทันก็ได้ แต่จะทันหรือไม่ หรือได้อภิปรายหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องของพวกตน เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องไปแก้ไขญัตติ
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเกรงว่าจะได้อภิปรายแค่ 1 วัน จึงพยายามดึงดันที่จะไม่แก้ไขญัตติ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ไม่ใช่ การจะได้อภิปรายกี่วันนั้นด้วยกติกามารยาทหลังจากที่ประธานสภาบรรจุระเบียบวาระแล้ว โดยการหารือกับวิป 3 ฝ่าย แต่นี่ยังไม่ถึงวันนั้นก็มีการประกาศว่าจะอภิปราย 5 วัน พอรัฐบาลไม่ให้ก็หาว่าใจแคบ ยืนยันว่าตนไม่ได้ใจแคบ แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเจรจาเรื่องนี้
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ฝ่ายค้านยังคงชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไว้ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ตนสงสัยว่าอยากอภิปรายจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่ตนสามารถสงสัยได้ อยากให้คงชื่อไว้ มีหลักฐานจริงหรือไม่ เชื่อว่าฝ่ายค้านรู้อยู่แล้วว่าถ้าไม่แก้ไขก็อภิปรายไม่ได้
ต่อข้อถามว่า การที่จะเปิดอภิปรายได้คือฝ่ายค้านต้องยอมถอนชื่อนายทักษิณออกจากญัตติใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ประธานสภามีวินิจฉัยเช่นนั้น ซึ่งคงเป็นไปตามที่ประธานสภาได้กล่าวไว้ ก็ถูกต้องแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ประธานสภาวินิจฉัยให้ถอนชื่อออกจากญัตติเช่นนี้ อาจจะนำไปสู่การฟ้องร้องว่าทำหน้าที่โดยมิชอบได้หรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า สามารถทำได้ เชิญตามสบาย แต่เชื่อว่าก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์จะวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ ท่านได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของสภาแล้ว ไม่ใช่อยู่ๆ จะใช้ดำริจะคิดจะทำอะไรด้วยตนเอง
ถามอีกว่า มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่ทันอภิปรายก็มีความพยายามปกป้องนายทักษิณแล้ว นายวิสุทธิ์กล่าวว่า นี่ไม่ใช่การออกมาปกป้อง แต่คุณต้องทำตามระเบียบเสียก่อน ทำตามระบบของรัฐสภา ในเมื่อคุณไม่ทำแล้วไปพูดข้างนอกก็ไม่มีประโยชน์ ใครจะไปกลัวคุณ หากบรรจุระเบียบวาระมาก็มาว่ากัน พวกตนพร้อมอยู่แล้ว ข้อมูลของรัฐบาลก็พร้อมอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร การจะไปพูดว่าปกป้องคนนั้นคนนี้คุณต้องทำให้ถูก
“ท่านประธานทำหน้าที่เป็นกลาง และไม่ได้อยู่พรรคเดียวกับผม ผมไม่เคยติดต่อให้ท่านไปทำแบบนั้นแบบนี้ ไม่มีเบอร์ติดต่อ สามารถตรวจสอบได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานวินิจฉัย ถ้าไม่ยอมรับและไม่พอใจคุณก็ไปฟ้องประธานเลยครับ ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคผมหรือรัฐบาลเลย” นายวิสุทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านยอมถอนชื่อนายทักษิณออกจากญัตติฝ่ายรัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไรบ้าง นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ต้องให้บรรจุระเบียบวาระก่อน วันนี้เลข 1 ยังไม่เกิดขึ้นจะไปถามหาเลข 5 หรือเลข 7 อะไร ต้องเริ่มต้นก่อน

