หน้าแรก การเมือง เท้ง ทำหนังสื...

เท้ง ทำหนังสือด่วนที่สุด อัดวันนอร์ลุแก่อำนาจ ยืนยันไม่แก้-ญัตติถูกต้อง บี้บรรจุวาระซักฟอก

10.03.25 | 17:17 น.

“ณัฐพงษ์” ส่งหนังสือด่วนที่สุดโต้ “วันนอร์” ญัตติซักฟอกถูกต้องตาม รธน.-ข้อบังคับ อัด “ประธานสภา” ลุอำนาจแก้ไขเนื้อหาญัตติ ทั้งที่ รธน.ไม่อนุญาต ทำได้แค่ตรวจสอบข้อบกพร่องเชิงรูปแบบ-ข้อเท็จจริง ชี้ ข้อบังคับไม่ได้ห้ามเอ่ย “บุคคลภายนอก” แถมออกหนังสือแจ้งข้อบกพร่องเกิน 7 วัน ตามเวลากำหนด จี้ เร่งบรรจุเข้าระเบียบวาระ โดยด่วน

เมื่อเวลา 15.08 น.วันที่ 10 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโต้แย้งหนังสือให้แก้ไขข้อบกพร่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล และขอให้บรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเข้าการประชุมสภาผู้แทนเร็วที่สุด

โดยให้เหตุผล 3 ข้อดังนี้ 1.ประธานสภาจะวินิจฉัยว่า เนื้อหาของญัตติดังกล่าวสมควรมีเนื้อหาอย่างไรมิได้ เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าว ไม่ได้ให้อำนาจประธานสภาใช้ดุลพินิจวินิจฉัย ว่าเนื้อหาสมควรเป็นประการใด สมควรจะได้รับการบรรจุในระเบียบวาระการประชุมเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือคณะหรือไม่ หากแต่บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดอำนาจผูกพันการใช้อำนาจของประธานสภา เปิดให้อภิปรายทั่วไปเพื่อลงญัตติไม่ไว้วางใจเท่านั้น

โดยประสงค์ให้มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยถึงเนื้อหา หรือมีอำนาจวินิจฉัยว่าจะบรรจุวาระ รัฐธรรมนูญต้องบัญญัติถ้อยคำ ที่แสดงถึงอำนาจที่ใช้ดุลพินิจดังกล่าวอย่างชัดเจน ดังนั้น ประธานสภาใช้อำนาจโดยอ้างข้อบังคับการประชุมตีความในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นการใช้ และตีความกฎหมายที่ลุแก่อำนาจ ที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรง และทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมตรวจสอบการบริหารแผ่นดินของฝ่ายบริหาร

2.ข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้ห้ามให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติ ดังนั้น การระบุชื่อบุคคลภายนอกในญัตติของฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงไม่เป็นการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาแต่อย่างใด ซึ่งในอดีตญัตติที่เสนอต่อประธานสภาหลายเรื่องก็มีการระบุชื่อของบุคคลภายนอก ซึ่งหากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือ ส.ส. ได้รับความเสียหายจากการอภิปราย หรือการกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมสภา บุคคลนั้นมีสิทธิร้องขอต่อประธานสภาภายในเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่มีการประชุมเพื่อให้มีการโฆษณาคำชี้แจงได้ ตามข้อ 39 ของข้อบังคับการประชุม และรัฐธรรมนูญมาตรา 124 วรรค 3

Advertisement

ดังนั้น หากวิเคราะห์ตามเจตนารมณ์ของข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญแล้ว เห็นว่าไม่ได้ห้ามการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลอื่น หรือบุคคลภายนอก ตรงกันข้ามยังตีความเจตนาได้ว่าการอภิปรายถึงบุคคลอื่นสามารถกระทำได้ เพียงแต่ ส.ส.ผู้อภิปรายนั้นจะต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำเอง และประธานสภาจัดให้มีการโฆษณาชี้แจงตามที่บุคคลนั้นร้องขอ ตามวิธีการและระยะเวลาภายในกำหนด

และ 3.ข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 136 กำหนดให้ประธานสภา เมื่อได้รับญัตติดังกล่าวแล้วให้ทำการตรวจสอบหากมีข้อบกพร่อง ให้แจ้งผู้เสนอทราบภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับญัตติซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 7 มีนาคม 2568 แจ้งถึงผลการพิจารณาญัตติของประธานสภา เห็นได้ว่าการแจ้งข้อบกพร่องดังกล่าวไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นการแจ้งข้อบกพร่องที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภา เพราะประธานสภาได้รับญัตติของฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 แต่กลับมีหนังสือแจ้งข้อบกพร่องเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 ซึ่งพ้นระยะเวลา 7 วัน ตามที่ข้อบังคับการประชุมสภากำหนด

ฝ่ายค้านจึงยืนยันว่าการขอเปิดอภิปรายไว้วางใจครั้งนี้ ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภา และรัฐธรรมนูญทุกประการ จึงขอให้ประธานสภาได้พิจารณาบรรจุญัตติดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านยังได้ส่งสำเนาญัตติตัวอย่างญัตติในอดีต เพื่อเป็นการยืนยันว่าสภาเคยมีการพิจารณาและอภิปรายเกี่ยวข้องถึงบุคคลภายนอกได้ ประกอบหนังสือโต้แย้งดังกล่าวด้วย