หน้าแรก การเมือง โรงพิมพ์รุ่งศ...

โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ สวน สกสค. อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าโปร่งใส แนะศาลรับพิจารณาแล้ว ควรรอคดีให้ถึงที่สุดก่อน

10.03.25 | 18:18 น.

โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ เผย ศาลปกครอง สั่งรวมคดีโครงการพิมพ์แบบเรียนปี’68 มิชอบ ทั้ง e-bidding และวิธีคัดเลือก เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป แม้ไม่ทุเลาตามที่ร้องไป สวน “รอง ผอ.องค์การค้าฯ” อย่าเพิ่งด่วนสรุปเข้าข้างตัวเอง ยกความเห็น “ก.บัญชีกลาง” ชี้ขัด ม.8 พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง กลางที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ตามที่ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (บอร์ด สกสค.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ สกสค.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ต่อศาลปกครองกลาง

กรณีดำเนินโครงการประกวดราคาจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ปีการศึกษา 2568 จำนวน 145 รายการ วงเงินงบประมาณ 1,060 ล้านบาท ด้วยวิธีคัดเลือกโดยมิชอบ เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนประกาศประกวดราคา และทีโออาร์ที่เกี่ยวข้อง และได้ขอให้ไต่สวนโดยเร่งด่วนเพื่อระงับการประกาศประกวดราคานั้น

นายนัทธพลพงศ์ จิวัจฉรานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด เปิดเผยว่า เดิมศาลได้ประทับรับฟ้องคดีที่บริษัทยื่นฟ้องบอร์ด สกสค.และพวก กรณีดำเนินโครงการประกวดราคาจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ปีการศึกษา 2568 ด้วยการประกวดราคาด้วยวิธี e-bidding และศาลได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีดำที่ 27/2568 แต่ภายหลังองค์การค้าของ สกสค.ได้ยกเลิกการประกวดราคาด้วยวิธี e-bidding ก่อนเปลี่ยนมาเป็นวิธีคัดเลือก ทางบริษัทจึงยื่นคำร้องต่อศาลอีกครั้ง

Advertisement

“แม้ศาลจะไม่มีคำสั่งทุเลาการดำเนินการตามที่บริษัทร้องเข้าไป ซึ่งทางบริษัทก็น้อมรับคำสั่งศาลในเรื่องดังกล่าว แต่ศาลก็ได้สั่งให้คัดสำเนาทั้ง 2 คดีเป็นคดีเดียวกันเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป จึงต้องถือว่าคดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด” นายนัทธพลพงศ์กล่าว

นายนัทธพลพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ นายภกร รงค์นพรัตน์ รองผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดขอบเขตงาน (Term of reference: TOR) การจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2568 อ้างว่า ศาลไม่ได้มีคำสั่งทุเลาตามที่บริษัทยื่นคำร้อง องค์การค้าของ สกสค.จึงสามารถดำเนินการโครงการต่อได้นั้น ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า โครงการมีความโปร่งใส เป็นธรรม ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย เพราะเมื่อศาลรับคำร้องเพื่อพิจารณาพิพากษา จึงต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อนถึงจะสามารถกล่าวอ้างได้ ไม่ควรนำคำสั่งศาลมาบิดเบือนเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

“ล่าสุดในการประชุม กมธ.ป.ป.ช. (คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร) ที่ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ก็พูดอย่างชัดเจนว่าทีโออาร์โครงการพิมพ์แบบเรียนปี’68 ขององค์การค้าของ สกสค. ทั้งด้วยวิธี e-bidding หรือวิธีคัดเลือก เข้าข่ายขัดมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560” นายนัทธพลพงศ์กล่าว

อ่านข่าว – กมธ.ป.ป.ช.ถกเดือด โครงการพิมพ์แบบเรียนปี’68 งบพันล้าน สกสค.-เอกชน โต้ปมกีดกัน-ล็อกสเปกกระดาษ

องค์การค้า มั่นใจพิมพ์หนังสือเรียนโปร่งใส แจงเอกชนฟ้องกีดกัน ศาลชี้แล้ว ทีโออาร์มีผลบังคับใช้