อิ๊งค์ เปิดทำเนียบถก กกร. วันนี้ รับมือนโยบายทรัมป์2.0 สงครามภาษีประเทศได้ดุลการค้าเหนือสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง แผนเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 2 เมษายน สหรัฐฯจะมีการพิจารณารายประเทศที่มีดุลการค้าเหนือสหรัฐฯคาดว่าประมาณ 50 กว่าประเทศ ซึ่งต้องลุ้นกันว่าประเทศไทยจะติดโพลนั้นหรือไม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกับมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯภายใต้นโยบายทรัมป์ 2.0 ทาง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วันที่ 13 มีนาคม ซึ่งจะเป็นการหารือกับภาคเอกชนร่วมกัน ที่จะเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไขว่ามีอย่างไรบ้าง
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ภาคเอกชนมีการเตรียมมาตรการรองรับในระยะสั้นจนถึงระยะยาว ไปนำเสนอต่อรัฐบาล อาทิ มาตรการระยะสั้นที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที คือ การส่งเสริมการใช้สินค้าภายในประเทศ (Made in Thailand – MIT) โดยขอให้กำหนดสัดส่วนสินค้าที่มาจากผู้ผลิตในประเทศ (Made in Thailand) เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 50% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 4-5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศ อีกทั้งไม่สร้างภาระทางการคลัง
ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการป้องกันสินค้าราคาถูกจากจีนทะลักเข้ามาแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยในเดือนมกราคมปีนี้มียอดนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น 27% จากเดือนมกราคม 2567 กระทบกับ 24 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยมาตรการที่ทางการอาจหยิบยกมาใช้ได้ เช่น การกวดขันมาตรฐานสินค้าด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก เป็นต้น

