‘เท้ง’ ชี้นายกฯ ไฟเขียวขนาดนี้ ฝั่งรัฐบาลไม่ต้องกั๊กเวลาแล้ว เห็นบอกให้ซักฟอกเดือนหนึ่งก็ยังได้ ฝากนายกรัฐมนตรี มาโต้ตอบในสภาดีกว่า รับที่ยังไม่เปิดคำในญัตติแทน ‘ทักษิณ’ เพราะต้องเก็บเป็น ‘ไพ่ใบสุดท้าย’ ต่อรองเวลาอภิปราย ฝาก ‘ธรรมนัส’ ปชน.ไร้งูเห่าแน่นอน! ย้อน ‘อนุทิน’ ถ้าคิดว่าสังคมกดดัน คงเป็นเพราะตัวท่านเอง
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเจรจาต่อรองวันและเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมเจรจาพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาล กรอบ 30 ชั่วโมง เป็นกรอบเนื้อหาที่เรายืนยันว่ามีเท่านี้ ถ้าน้อยกว่านี้จะทำให้เนื้อหาที่เตรียมมาตกหล่น ขณะเดียวกันฝั่งรัฐบาลก็มีกรอบของเขา ไม่ยอมถอยให้เราก้าวหนึ่ง จึงเป็นที่มาที่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้
ส่วนกรอบเวลา 20 + 10 ของรัฐบาลพอไปได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้าจะใช้กรอบนี้จริงๆ 2 วันก็ไม่พอ เพราะเต็มที่ประชุมกัน 1 วัน ใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง แล้ว 2 วัน 30 ชั่วโมงพอดี ไม่ต้องเผื่อเวลาประท้วง หรือประธานวินิจฉัยอะไรเลย เพราะฉะนั้นมุมมองของพวกเรายืนยันว่า ควรจะต้องมีการขยายกรอบวันประชุมด้วย ซึ่งต้องให้รัฐบาลไปหารือกัน
เมื่อถามว่า กลับมาประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค.ล่าช้าไปหรือไม่ เพราะจะอภิปรายกันภายในสิ้นเดือนนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยังพอมีเวลาอยู่ ถ้ายึดตามสมัยประชุมที่จะปิดสมัยในวันที่ 10 เมษายนนี้ ดังนั้น สัปดาห์หน้าตนคาดหวังว่าจะได้ข้อสรุป แต่ถ้ายังไม่ทัน ก็ยังพอมีกรอบเวลาอยู่ เรายังอยากเห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในสมัยนี้ ไม่อยากให้รัฐบาลเอาเรื่องกรอบวันและเวลามาทำให้เราเดินหน้าต่อไม่ได้
เมื่อถามว่า ตัดชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากญัตติแล้ว สะเด็ดน้ำหรือยัง จะเปลี่ยนเป็นคำว่าอะไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “สะเด็ดน้ำแล้ว” แต่ขอยังไม่เปิดเผยชื่อ เพราะเรื่องการปรับคำ รวมถึงการตกลงเรื่องเวลาในการอภิปรายเกี่ยวข้องกัน ขอให้รอประชุมร่วมกันกับรัฐบาลแล้วจะแก้ญัตติส่งกลับไปทีเดียว
เมื่อถามว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นไพ่อีกใบหนึ่งที่ถือไว้ต่อรองเรื่องเวลากับรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จะว่าเป็นแบบนั้นก็ไม่ผิด เพราะสิ่งที่ฝ่ายค้านมีในตอนนี้คือการปรับถ้อยคำในญัตติ รวมไปถึงการตรวจสอบรัฐบาล ตนคิดว่าสิ่งที่สังคมไม่อยากเห็น คือ ในเมื่อตอนนี้ จะให้ปรับถ้อยคำเราก็ยอม เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นรัฐบาลเปิดโอกาสให้พวกเราอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างเต็มที่
นายณัฐพงษ์ย้ำว่า เรื่องการปรับคำในญัตติเป็นเรื่องของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการเลือกใช้คำก็ส่งผลกับการที่รัฐบาลจะยอมหรือไม่ยอมให้เราเดินหน้าต่อ หากดูจากท่าทีของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเห็นได้ว่าการใช้คำมีส่วนสำคัญที่เขาจะให้เราเดินหน้าต่อหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีตอบรับว่า “ได้” หลังจากฝ่ายค้านขอเวลา 30 ชั่วโมง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในเมื่อผู้นำฝั่งรัฐบาล นายกรัฐมนตรีพูดออกมาชัดเจนว่าไม่มีปัญหา ซึ่งที่จริงมีการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่าเดือนหนึ่งก็ได้
“ในเมื่อนายกฯไฟเขียวอยากมาตอบชี้แจงด้วยตัวเองขนาดนี้ ผมก็คิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝั่งรัฐบาลจะต้องมากั๊กเวลากับพวกเรา ควรจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านทำงานอย่างเต็มที่มากกว่า” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีงูเห่าจากฝ่ายค้านถึง 10 คนนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า รอดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติจริงดีกว่า ตนเชื่อว่าพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชน ไม่มีงูเห่าแน่นอน
ส่วนจะคาดโทษอะไรหรือไม่ปล่อยให้เป็นการจัดการของแต่ละพรรค ส่วนในพรรคประชาชนตนมั่นใจว่า ส.ส.ของเราไม่มีแน่นอน แต่หากมีก็มีกระบวนการจัดการภายในพรรคอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นว่าให้เวลารัฐบาลน้อยไป นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พวกเราไม่ได้ปิดกั้น อยู่ที่ทางคณะรัฐมนตรีอย่างเดียวด้วยซ้ำ กรอบที่พวกเราได้ให้ไปแล้วก็เคยบอกตามหน้าสื่อว่า 30 ชั่วโมง ถ้ารัฐบาลอยากได้มากขึ้นก็เปิดจำนวนวันให้นานขึ้นได้พวกเราไม่ได้ติดอะไร
เมื่อถามว่า นายอนุทินเย้ยฝ่ายค้านว่าใช้สังคมกดดัน เคยทำอะไรสำเร็จบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “ท่านอนุทินจะรู้สึกว่าสังคมกดดันหรือไม่กดดัน ก็อยู่ที่การกระทำของฝ่ายรัฐบาลด้วย ฝ่ายค้านเองก็เช่นเดียวกัน การอภิปรายในสภาการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดล้วนอยู่ในสายตาประชาชน ถ้าท่านรู้สึกว่าสังคมกดดัน ก็อาจจะเป็นการกระทำของตัวท่านเอง”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีอารมณ์ดีถึงขั้นฮัมเพลง “ชายคนนั้น” เมื่อฝ่ายค้านถอนชื่อนายทักษิณออกจากญัตติ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “ผมคงไม่ร้องเพลงโต้ตอบอะไรท่านนายกฯนะครับ แต่อยากให้นายกฯมาโต้ตอบฝ่ายค้านในการประชุมสภามากกว่า“

