ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์ฯ ตอกกต. พูดไม่หมด สัมพันธ์ไทย-อียู มีเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นเงื่อนไขระงับความร่วมมือ
จากกรณีที่ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจง 5 ข้อ หลังรัฐสภายุโรปออกข้อมติเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ว่า 1.ฝ่ายไทยรับทราบข้อมติของรัฐสภายุโรปต่อประเด็นสถานการณ์ทางการเมือง และสิทธิมนุษยชนทั่วโลก รวมทั้งของไทย 2.กรณีอุยกูร์ ไทยได้รับคำยืนยันจากรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการให้ความปลอดภัย และไทยจะติดตามความเป็นอยู่ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อไป 3.ในเรื่องกระบวนการทางกฎหมายที่ดำเนินอยู่ (กรณี ส.ส. 44 คน) เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมตามกรอบกฎหมายของไทย
4.การอภิปรายและลงมติของรัฐสภายุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภายุโรปในการติดตามและแสดงท่าทีต่อประเด็นสถานการณ์ทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก และ 5.ปัจจุบัน ไทย-อียู ให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน และพลวัตความสัมพันธ์ที่ดี ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Thailand-EU Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: PCA)
ล่าสุด (15 มี.ค.) นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์ วอทช์ ประจำประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กผ่านแอพพลิเคชั่น x แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทำไมกระทรวงต่างประเทศพูดไม่หมด ? บอกด้วยสิว่า กรอบความตกลงความเป็นหุ้นส่วน และความร่วมมือรอบด้าน (PCA) ระหว่าง อียูกับไทย กำหนดว่า การละเมิดเงื่อนไขสำคัญอย่างสิทธิมนุษยชน พันธกรณีตามกฎหมาย และหลักประชาธิปไตยอาจเป็นเหตุให้ระงับความร่วมมือ(เช่น การเจรจาการค้าเสรี)กรณีส่ง 40 อุยกูร์ ไปให้จีนเข้าข่ายเงื่อนไขข้อนี้มั้ย ?

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กต.รับทราบมติรัฐสภายุโรป ย้ำให้ความสำคัญสัมพันธ์ EU ยันจีนรับรองความปลอดภัยอุยกูร์
- สหรัฐ คว่ำบาตรจนท.รัฐบาลไทย-ครอบครัว ระงับวีซ่า ผู้เกี่ยวพันส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน
- สภายุโรป ลงมติ 482 ต่อ 57 ประณามไทย ส่งอุยกูร์ กลับจีน จี้ใช้ FTA กดดัน

