สถานีคิดเลขที่ 12 : ศึกใน-ศึกนอก-ศึกหนัก
รัฐบาลเพื่อไทยกำลังเผชิญกับ “ศึกใน” และ “ศึกนอก” อันหนักหนาสาหัส คือเจอทั้งปัญหาท้าทายว่าด้วย “การเมืองภายในประเทศ” และโจทย์ยากเรื่อง “การเมืองระหว่างประเทศ”
ในส่วนของ “ศึกใน” สุดท้าย รัฐบาลก็เลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านไปไม่พ้น
กระทั่งการพยายามปกป้อง (อดีต) นายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” จากศึกซักฟอกรอบนี้ ก็ดูจะทำได้ “ไม่สะเด็ดน้ำ” กล่าวคือ อย่างไรเสีย ฝ่ายค้านก็น่าจะหาหนทางอภิปรายพาดพิงไปยัง “บิดาผู้นำประเทศคนปัจจุบัน” ได้อยู่ดี
ไปๆ มาๆ ปัญหา “การเมืองในประเทศ” จึงไม่ได้อยู่ที่เรื่องซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ข้างต้น
แต่จริงๆ ทั้งหมดเป็น “ราคาที่ต้องจ่าย” ของการเข้าไป “จัดตั้งรัฐบาล” ใน “เงื่อนไข-ข้อจำกัด-กับดักหลุมพราง” ที่เครือข่ายอำนาจเดิมกำหนดจัดวางเอาไว้
ส่งผลให้ “รัฐบาลเพื่อไทย” ที่ “แบกความหวัง” ของผู้คนไว้เยอะ ทำงานไม่ออก เปลี่ยนแปลงอะไรได้ยากและต้องกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งใหญ่และมีพลังเร่าร้อนในการทำงานอย่างพรรคก้าวไกล-ประชาชน
เช่นเดียวกับประเด็น “ศึกนอก”
มาตรการ “ประณาม-ลงโทษ” รัฐบาลไทยเบื้องต้น จากปัญหา (ข้ออ้าง) เรื่อง “สิทธิมนุษยชน” โดยเฉพาะกรณีการส่ง “ชาวอุยกูร์” กลับจีน
กลายเป็น “อาวุธหนัก” ชุดแรกที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปใช้จัดการกับ “รัฐไทย” ซึ่งอาจตามมาด้วยมาตรการยาแรงอื่นๆ อีกชุดใหญ่ ที่คงมิได้ส่งผลกระทบแค่ “ความสัมพันธ์ทางการทูต” แต่ลามไปถึง “การกีดกันทางการค้า” หรือเรื่องเศรษฐกิจด้วย
รากลึกจริงๆ ของปัญหานี้ นั้นเชื่อมโยงกับการมอง การวิเคราะห์ และการทำความเข้าใจ “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” หรือ “การเมืองระหว่างประเทศ” ร่วมสมัยของชนชั้นนำไทยยุคปัจจุบัน
พร้อมคำถามหลักที่ว่าพวกเขาเข้าใจ “การเมืองโลก” ระหว่างมหาอำนาจฝ่ายต่างๆ อย่างไร?
ทำไมผู้มีอำนาจของเราตลอดทศวรรษหลัง ไม่ว่าจะผ่านการรัฐประหารหรือระบอบ (เสมือน) เลือกตั้ง จึงต้องพยายาม “เทน้ำหนัก” ไปที่มหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง และประคองรักษาสถานะ “ชาติเป็นกลาง” ในสังคมโลกเอาไว้ไม่ได้?
หรืออาจตั้งคำถามซับซ้อนไปอีกขั้นหนึ่งได้ว่า “การเมืองภายใน” ที่ผิดฝาผิดฝั่ง ไม่ลงตัว ไม่เข้ารูปเข้ารอย นั้นส่งผลต่อภาวะ “ตุปัดตุเป๋” ของเราใน “ประชาคมโลก” มากน้อยเพียงใด?
ในสภาวะ “ศึกใน-ศึกนอก-ศึกหนัก” ที่รายรอบรัฐบาลชุดปัจจุบันเช่นนี้
บางที “นรก” อาจมิได้อยู่ที่ “ผู้อื่น”
ปัจจัยชี้ขาดผล “แพ้-ชนะ” อาจไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาชน ไม่ได้อยู่ที่ลุงป้อม ไม่ได้อยู่ที่สหรัฐยุค “โดนัลด์ ทรัมป์” ไม่ได้อยู่ที่อียู
แต่จุดตั้งต้นของปัญหาทั้งหมดทั้งมวล อาจอยู่ที่การกลัดกระดุมเม็ดแรกทางการเมือง “ผิดพลาด” จนนำมาสู่ “ความชอบธรรม” อันกะพร่องกะแพร่ง และทางเลือกที่ “จำกัดจำเขี่ย” มาตราบถึงปัจจุบัน
ปราปต์ บุนปาน

