เลือกตั้งใหม่ ส.อบจ.เขต 2 เมืองตรัง คึกคัก 7 ผู้สมัครหวังชนะนายประสงค์ ผอ.กกต.คาด 3 ทุ่มรู้ผล เผยพบร้องซื้อเสียงกันแล้ว ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกำลังรวมหลักฐาน หากแพ้โหวตโนอีก กม.ให้เว้นว่างจนครบวาระ 4 ปี นักวิชาการชี้ผลพวงโหวตโนทำการเมืองท้องถิ่นคึกคัก นักการเมืองต้องขยันกว่าเดิม
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายสิรวิชญ์ ง๊ะสมัน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง (ผอ.กกต.ตรัง) นายสิทธิศักดิ์ ศักดิ์ศรี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ อบจ.ตรัง และส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (ส.อบจ.ตรัง) ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถเปิดหีบบัตรให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้ในเวลา 08.00-17.00 น.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.อบจ.ตรัง เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปรากฏว่า คะแนนไม่เลือกผู้ใด หรือ โหวตโน มีมากกว่า ดังนั้น ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 110 วรรค 3 กำหนดให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ อบจ.ตรัง ออกประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยกำหนดวันเลือกตั้งวันนี้ (16 มีนาคม)

แต่หากผลการเลือกตั้งวันนี้เสียง “โหวตโน” ยังมากกว่าการเลือกผู้สมัครรายอื่น จะถือว่าไม่มี ส.อบจ.ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมือง จ.ตรัง จนกว่าจะครบวาระและเลือกตั้งใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า
โดยรอบนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนมากถึง 7 คน ผู้สมัครทุกคนเป็นผู้สมัครแบบอิสระ ได้แก่ น.ส.กัญญณัช พลวัฒน์ หมายเลข 1, น.ส.ศิริรัตน์ สิริโชควงศ์สกุล หมายเลข 2, นายสมัคร บุญชูช่วย หมายเลข 3, นายธานินทร์ เงียบประเสริฐ หมายเลข 4, นายอรุณ เชื้อเขา หมายเลข 5, นางพิรัลรัตน์ เพชรอมรพงษ์ หมายเลข 6 และ นายวสุพล สุทธินนท์ หมายเลข 7
ผู้ว่าฯตรังกล่าวว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวตรังที่มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อ โดยสามารถเลือกตั้งได้จนถึงเวลา 17.00 น. ขออย่าได้นอนหลับทับสิทธิ เพราะการเลือกตั้ง ส.อบจ.จะได้คนเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนเรา แก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ด้านนายสิรวิชญ์กล่าวว่า ภาพรวมหลังเปิดหีบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะมีเพียงบัตรเลือกตั้งใบเดียว โดยหน่วยเลือกตั้ง ส.อบจ.เขต 2 อ.เมืองตรัง มีทั้งสิ้น 26 หน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่เขตเทศบาลนครตรังบางส่วน และพื้นที่เขตเทศบาลตำบลนาตาล่วงอีกบางส่วน การเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้มีความคึกคักกว่าครั้งแรก เพราะมีผู้สมัครถึง 7 คน ขณะที่ครั้งแรกมีเพียง 3 คน
นายสิรวิชญ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ได้รับการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเข้ามาบ้างแล้ว เป็นเรื่องการซื้อเสียงและการจดรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของฝ่ายสืบสวนสอบสวน ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป สำหรับการเลือกตั้งใหม่ในครั้งนี้ หากได้ผู้ชนะก็ถือว่า อบจ.ตรังจะ มี ส.อบจ.ครบทั้ง 30 เขต แต่ถ้าทุกผู้สมัครแพ้โหวตโนอีกก็จะไม่มีการเลือกตั้งใหม่อีกตามกฎหมายระบุไว้ และถือว่าไม่มี ส.อบจ.ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมือง จ.ตรัง จนกว่าจะครบวาระและเลือกตั้งใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า
“สภา อบจ.ตรัง ยังทำงานได้ เพราะยังถือว่าครบองค์ประชุม โดยครั้งที่ผ่านมามีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 49% และในครั้งนี้เราตั้งเป้าไว้ที่ 50% แต่ก็ขึ้นกับผลสรุปที่ออกมาอีกครั้ง เพราะอาจมีประชาชนบางส่วนเบื่อหน่ายที่ต้องออกมาเลือกตั้งอีกครั้ง และมีการพูดกันถึงเรื่องโหวตโน คาดว่าหลังปิดหีบเลือกตั้งในช่วงเวลา 17.00 น. จะทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเวลาไม่เกิน 21.00 น.” นายสิรวิชญ์กล่าว

ผศ.ดร.ทวนธง ครุฑจ้อน คณบดีวิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า การเลือกตั้งใหม่ของ ส.อบจ.ทั้ง 4 เขตของประเทศ ภายหลังผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดแต่แพ้คะแนนโหวตโนเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหม่ของ ส.อบจ.เขต 2 อ.เมือง จ.ตรัง เพราะถือเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนภาพชัดเจนในมิติของการออกเสียงและแสดงออกของประชาชนที่สะท้อนบริบททางการเมืองว่าต่อให้มีผู้สมัครจำนวนมากเพียงใด แต่หากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้มั่นใจในตัวผู้สมัคร โดยเฉพาะเชื่อมั่นในการนำเสนอนโยบาย ประชาชนจะเลือกที่จะโหวตโนได้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ผศ.ดร.ทวนธงระบุว่า หลังจากการเลือกตั้งในครั้งแรก ลงสมัคร 3 คน มาครั้งที่ 2 ลงสมัครกันถึง 7 คน ก็เป็นผลการเปลี่ยนแปลงว่า มีผู้สนใจเสนอตัวเป็นทางเลือกของประชาชนในเขตดังกล่าวมากกว่าเดิม และจากการติดตามบรรยากาศการหาเสียงพบว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก ผู้สมัครแต่ละรายต่างลงพื้นที่นำเสนอตัวเองและนโยบายกันอย่างคึกคัก



