รัฐบาลเตือน เข้าหน้าร้อนระวังพิษสุนัขบ้า แนะ หากถูกกัดรีบฉีดวัคซีนฯ ทันที ส่วนเจ้าของสุนัข–แมว ต้องนำไปฉีดวัคซีนป้องกันเป็นประจำทุกปี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค โดยกระทรวงสาธารณสุข เผยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 9 มีนาคม 2568 พบว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้วจำนวน 2 ราย ที่จังหวัดชลบุรีและศรีสะเกษ โดยทั้ง 2 รายถูกสุนัขกัดและไม่ไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หลังสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรค ทั้งนี้ ยังพบสัตว์ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว จำนวน 54 ตัว และจากการตรวจสอบตัวอย่างทั้งหมด 835 ตัว พบสัตว์ติดเชื้อ 6.47%
โดยพบการติดเชื้อสูงสุดในสุนัข (75.93%) รองลงมาเป็นโค กระบือ (16.66%) และแมว (7.41%) โดยกรมปศุสัตว์ได้ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เพื่อควบคุมโรคในสัตว์ให้ได้ภายใน 30 วัน และป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปยังพื้นที่อื่นๆ
นายอนุกูลกล่าวว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้ คาถา 5 ย. คือ
- อย่าแหย่ – อย่าแหย่ให้สุนัขโกรธหรือโมโห
- อย่าเหยียบ – อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้มันตกใจ
- อย่าแยก – อย่าใช้มือเปล่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกัน
- อย่าหยิบ – อย่าหยิบชามอาหารของสุนัขขณะมันกำลังกิน
- อย่ายุ่ง – อย่ายุ่งกับสุนัขที่ไม่รู้จักหรืออยู่นอกบ้าน รวมถึงสุนัขที่ไม่ทราบประวัติ
นอกจากนี้ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์หรือซากสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีเชื้อโรคหรือดื่มน้ำนมจากสัตว์ที่ติดโรคนี้ หรือหากถูกสุนัขกัดหรือเลียบาดแผล ควรรีบดำเนินการตามขั้นตอน
- ล้างแผล – ใช้น้ำและสบู่ล้างแผลให้สะอาด 10-15 นาที
- ใส่ยา – ทายาฆ่าเชื้อที่บาดแผล
- กักสุนัข – กักสัตว์ที่ทำร้ายดูอาการ 10 วัน และส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า
- หาหมอ – พบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจสอบและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
“รัฐบาลส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนผู้รักสุนัขตระหนักถึงการเลี้ยงสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบ โดยขอให้ผู้เลี้ยงสุนัขและแมวพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายของโรคทั้งในสัตว์และมนุษย์” นายอนุกูลกล่าว

