หน้าแรก การเมือง มารุต ควงทนาย...

มารุต ควงทนายปราบโกง ฟ้องกกต.กราวรูด 15 คน รับรอง มาดามหน่อย ทั้งที่มีเรื่องร้องเรียน

19.03.25 | 13:26 น.

‘มารุต’ ควงทนายปราบโกง บุกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยื่นฟ้อง กกต.ทั้งชุด 15 ราย ผิด ม.157 ปมเร่งรับรอง ‘มาดามหน่อย’ นายก อบจ.โคราช ขณะคดีร้องเรียนยังค้างอยู่

ความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ยังคงร้อนระอุและทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 3 จากกลุ่มอิสระ ร่วมด้วย นายสุนทร แพงไพรี ผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ได้นำทีมบุกยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรุงเทพมหานคร เพื่อเอาผิดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งระดับส่วนกลางและ จ.นครราชสีมา รวม 15 ราย

อาทิ ประธาน กกต.ส่วนกลาง, เลขาธิการ กกต., ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.นครราชสีมา และคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ในข้อหา “เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจาก กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ มาดามหน่อย ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายก อบจ.นครราชสีมา อย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะมีข้อร้องเรียนค้างคา

โดยนางยลดาเกี่ยวข้องกับการโอนงบประมาณ 23 ล้านบาท โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนและไต่สวนโดย กกต.จังหวัดนครราชสีมา และยังไม่มีการสรุปสำนวนส่งให้ กกต.ส่วนกลางพิจารณา การกระทำดังกล่าวถูกระบุว่าขัดต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2566 มาตรา 17 ซึ่งกำหนดชัดว่า หากมีข้อร้องเรียนที่ยังไม่สอบสวนเสร็จสิ้น ต้องระงับการประกาศผลไว้ก่อน

Advertisement

นายมารุตเปิดเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจยื่นฟ้องครั้งนี้ว่า การเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.นครราชสีมา ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม มีการฝ่าฝืนขั้นตอนตามกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการที่ กกต.ส่วนกลางเร่งรับรองผลทั้งที่การสอบสวนข้อร้องเรียนยังไม่ถึงขั้นสรุป และใช้เวลาเพียง 24 วันนับจากวันเลือกตั้ง ซึ่งไม่ถึงครึ่งของระยะเวลา 60 วันที่กฎหมายกำหนดให้ต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อนประกาศผล

ยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือมาดามหน่อย

นายมารุตกล่าวอีกว่า ในฐานะผู้สมัครและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่สามารถนิ่งเฉยได้ จึงนำหลักฐานทั้งหมดมายื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้มีการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบรรทัดฐานให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและเที่ยงธรรม

นายมารุตกล่าวถึงภาพใหญ่ของปัญหานี้ว่า ปัจจุบันประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กำลังจับตามองการทำงานของ กกต.อย่างใกล้ชิด เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นคือรากฐานของการกระจายอำนาจที่ทุกคนคาดหวัง

“ถ้าวันนี้ กกต. ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น ยังปล่อยให้มีการทุจริตหรือทำงานแบบผิดขั้นตอนต่อไป ความฝันของประชาชนที่จะเห็นการเมืองท้องถิ่นที่สะอาดและมีประสิทธิภาพก็จะยิ่งไกลออกไปทุกที การยื่นฟ้องครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการต่อสู้เพื่ออนาคตของชาติ เพื่อให้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น” นายมารุตกล่าว