หน้าแรก การเมือง เลขาสภาฯ ยัน ...

เลขาสภาฯ ยัน ซักฟอกได้ ไม่ผิดข้อบังคับ-รธน. ชี้ อภิปรายแค่ญัตติหนึ่ง ไม่ใช่แก้ไขร่างพรบ.

21.03.25 | 15:17 น.

เลขาฯสภาฯ ยัน ซักฟอกได้ ไม่ผิดข้อบังคับ-รธน. ชี้อภิปรายแค่ญัตติหนึ่ง ไม่ใช่แก้ไขร่างพรบ. ที่ต้องลงลายมือชื่อสมาชิก

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่รัฐสภา ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าอาจถูกเลื่อนออกไป ไม่สามารถดำเนินการตามญัตติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุไว้ เนื่องจากมีการตรวจสอบพบญัตติของฝ่ายค้านมีปัญหาเรื่องความถูกต้องจากการแค่เพียงขีดฆ่าชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วเปลี่ยนเป็น ”บุคคลในครอบครัว“ แล้วเซ็นกำกับโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาว่า วานนี้ (20มี.ค) มีหนังสือจากสมาชิกที่เห็นต่างรายหนึ่งส่งถึงประธานสภา เพื่อแจ้งข้อห่วงใยในเรื่องดังกล่าวว่าจะผิดข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมองว่ากรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นญัตติที่เสนอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ทุกคนจึงมีสถานะเป็นผู้เสนอร่วมกันในจำนวนผู้เสนอ แตกต่างจากญัตติทั่วไปที่ไม่ได้มีการรับรองลายมือชื่อ สมาชิกคนดังกล่าวที่ห่วงใยจึงมองเทียบเคียงกับกรณีการเสนอร่าง พ.ร.บ. ที่ถือเป็นญัตติอย่างหนึ่งที่มีผลทางกฎหมาย มีข้อบังคับข้อ 112 กำหนดชัดว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ต้องเป็นการแก้ไขโดยผู้เสนอ จะต้องมีการรับรองลายมือชื่อจากผู้เสนอทุกคน

“แต่ในตัวญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้กำหนดไว้ในลักษณะแบบนี้ ต่างจากร่าง พ.ร.บ.ที่ต้องมีชื่อผู้รับรองในกรณีมีการแก้ไข ทางสำนักการประชุมฯ จึงได้นำเสนอความเห็นเรียนประธานฯ ยืนยันในความถูกต้อง หากย้อนหลังไปในวันที่ประธานฯ ประชุมกับผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขญัตติ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้สอบถามประเด็นดังกล่าวต่อประธานฯว่าจะดำเนินการแก้ไขในลักษณะเดียวกับเมื่อยุคของนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภา เคยดำเนินการ คือมีหนังสือนำยืนยันว่าไม่มีข้อบกพร่องในญัตติ แต่ขอแก้ไขเพื่อให้การประชุมผ่านพ้นไปได้ และแก้ไขตัวญัตติในลักษณะเดียวกันกับที่เคยดำเนินการในยุคนายชวนได้หรือไม่ สำนักการประชุมฯยืนยันในวันนั้นว่าสามารถดำเนินการได้ ถ้าเป็นกรณีของญัตติ ไม่ใช่การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. แม้ว่าจะเป็นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ที่แตกต่างจากญัตติทั่วไป แต่ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องแก้ไขและมีชื่อผู้รับรอง หากจะนำมาเทียบเคียงกับข้อบังคับข้อ 112 ก็ไม่ตรง เพราะเป็นกรณีสมาชิกเสนอแก้ไข แต่ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ขอแก้ไขเป็นกรณีที่ประธานสภาขอให้แก้ไข จะตรงกับข้อบังคับข้อ 111 มากกว่า ดังนั้นสำนักการประชุมฯยืนยันว่าดำเนินการด้วยความถูกต้องชอบด้วยข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ” เลขาฯสภากล่าว

ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์ที่ถึงนี้ดำเนินการได้ตามปกติ แต่ถ้าในการประชุมมีสมาชิกลุกขึ้นท้วงติง ทางประธานฯ และสำนักการประชุมฯจะชี้แจงเพื่อยืนยันความถูกต้องในการแก้ไขญัตติของผู้นำฝ่ายค้านฯ รวมถึงการอนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม ส่วนจะมีปัญหาในการอภิปรายหรือไม่นั้น ต้องไปดูว่าจะมีสมาชิกนำเรื่องนี้มาท้วงติงหรือไม่ ทางสำนักการประชุมฯ ยืนยันว่าเป็นกระบวนการที่อยู่ในการดำเนินการระหว่างประธานฯกับผู้นำฝ่ายค้านฯในการแก้ไขข้อบกพร่องของญัตติ หากสมาชิกมีข้อสงสัย ก็มีกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรองว่าประธานใช้ดุลพินิจใช้อำนาจถูกต้องหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีเมื่อครั้งที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.ในขณะนั้น สับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่เสนอต่อประธานรัฐสภา โดยไม่มีสมาชิกลงชื่อรับรอง จนเกิดเป็นคดีฟ้องร้องต่อศาลฯ เลขาฯสภากล่าวว่า กรณีนี้เป็นที่มาที่ทำให้เกิดการแก้ไขข้อบังคับข้อ 112 ที่ได้มากำหนดไว้ว่าหากมีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ในสาระสำคัญซึ่งเป็นการแก้ไขของสมาชิกต้องมีสมาชิกร่วมลงชื่อรับรอง แต่กรณีการโต้แย้งดังกล่าวเป็นการนำการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.มาเทียบเคียงกับการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้เกิดข้อกังวลขึ้น ซึ่งจะนำมาเทียบเคียงกันไม่ได้ เพราะข้อบังคับเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้กำหนดไว้ เป็นเพียงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่คณะรัฐมนตรีที่จะต้องมาชี้แจงแก้ไข แต่ร่าง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายที่จะไปบังคับใช้กับประชาชนในสิ่งที่เกิดขึ้นมันซับซ้อนกว่า

Advertisement