แกะรอยศึกซักฟอก..ล็อกเป้าแค่ ‘อิ๊งค์’ – สะพัดดีลพิเศษ ‘คู่จิ้นใหม่’
นับถอยหลังเหลืออีกไม่กี่วัน อาคารรัฐสภา “สัปปายะสภาสถาน” ที่หมายถึง “สภาแห่งความสงบร่มเย็นและปัญญา” จะเดือดพล่านจากศึก “ส้มดุ-แดงเดือด” ที่ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน เปิดฉากอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ดีเดย์ 24 มีนาคมนี้ วันแรกอาจลากยาวถึงตี 5 ครึ่ง
แม้ในญัตติจะมีชื่อนายกฯอิ๊งค์คนเดียว หลังพรรคประชาชนยอมลบชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” พ่อของนายกฯออกไป แต่ใส่คำว่า “บุคคลในครอบครัว” แทน ซึ่งเปิดกว้างโยงตระกูลชินวัตร คนอื่นๆ ได้ด้วย
การล็อกเป้าซักฟอกแค่นายกฯอิ๊งค์ ทำให้ รมต.คนอื่นๆ โล่งอก แต่นั่นทำให้ ส.ส.หลายคน เซ็งไปตามๆ กัน เพราะถ้ามี รมต.ถูกซักฟอกด้วย ยิ่งมีหลายคน ยิ่งมีโอกาสรับกล้วยกันจุกๆ เพื่อแลกกับยกมือไว้วางใจ แต่งวดนี้ต้องกินแห้วแทน
หลังจากแก้ญัตติใหม่ พรรคประชาชน โหมโรงด้วยการชูแคมเปญ “ดีลแลกประเทศ” ระบุว่า “เมื่อช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ เมื่อช้างสารดีลกัน ประชาชนก็แหลกลาญ”
แย้ม 3 ปมถล่ม
1.ดิจิทัลวอลเล็ต กลายพันธุ์ เศรษฐกิจโตต่ำ ค่าแรงไม่ขึ้นตามสัญญา
2.กองทัพ กลายเป็น “เขตทหาร ห้ามเข้า”
3.แก้รัฐธรรมนูญ ไร้ความคืบหน้า
แกนนำพรรคประชาชนหลายคนออกมาฮึ่มๆ ว่ามีหมัดเด็ด แม้จะน็อกกลางสภาไม่ได้ แต่เชื่อว่านายกฯอิ๊งค์และรัฐบาลสะเทือนแน่ อีกทั้งมี รมต.บางคนเก้าอี้ร้อน
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ก็ออกแคมเปญโต้ทันทีว่า “ไปไหนอ่ะ กลับมานี่ ! อย่าอภิปรายเป็นฝ่ายแค้น หลงประเด็น หลงประเทศ หลงวาทกรรม หลงตัวเอง”
นอกจากนี้ ยังจัด 20 ขุนพล แม้จะเหนียมว่าไม่ได้เป็นองครักษ์ เลี่ยงใช้ชื่อว่าทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุม แต่ทำหน้าที่สำคัญคือคอยประท้วง ขัดจังหวะฝ่ายค้านไม่ให้แซะนายกฯอิ๊งค์มากเกินไป รวมถึงการแตะ “ทักษิณ” และคนอื่นๆ ในตระกูล “ชินวัตร”
ก่อนหน้านี้คนในพรรคเพื่อไทยระดมกึ๋นเพื่อเก็งข้อสอบช่วยนายกฯอิ๊งค์ เชื่อว่า 3 ปมที่พรรคประชาชนแย้มออกมาแค่น้ำจิ้ม และเครื่องเคียงเท่านั้น
ส่วนเมนคอร์ส ที่พรรคประชาชนจะจัดหนักกับนายกฯอิ๊งค์ เป็นเมนูที่โยงถึง “ทักษิณ” ผู้เป็นพ่อ โดยเฉพาะปมชั้น 14 รวมถึงประเด็นธุรกิจครอบครัว “ชินวัตร”
ระหว่างเก็งข้อสอบนั้น มีบางคนข้องใจกับญัตติของฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคประชาชนว่า เหตุไฉนถึงล็อกเป้าแค่นายกฯอิ๊งค์คนเดียวโดดๆ จากที่ก่อนหน้านั้นมีข่าวว่าจะมี รมต.ประมาณ 10 คน โดนด้วย
ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนก็ไล่บี้ รมต.จากพรรคร่วมรัฐบาลหลายคน โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดง ปมร้อนกองทุนประกันสังคม การจัดซื้อจัดจ้างในกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเบื้องหลังการเลือก ส.ว.ที่ส่อฮั้วกัน และอีกหลายเรื่อง
ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนเซ็งๆ เพราะเก็บข้อมูลมานาน และเตรียมการบ้านอย่างดีเพื่อชำแหละรัฐมนตรีที่เล็งเอาไว้ แต่อดได้อภิปราย
ขณะที่กลุ่มวิเคราะห์ วิเคราะห์หาเหตุต่างๆ มีบางคนปูดขึ้นว่า ที่นายกฯอิ๊งค์ ถูกล็อกเป้าคนเดียวนั้น อาจเป็นเพราะมีกระแสข่าวว่า “แกนสีส้ม” แอบไปดีลลับกับ “แกนสีน้ำเงิน”
ด้วยเพราะ ส.ส.ของพรรคประชาชนมีคดีติดตัวหลายคน โดยเฉพาะกรณี 44 ส.ส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่ตอนนี้เป็น 25 ส.ส.พรรคประชาชน ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนจริยธรรม จากการลงชื่อเพื่อแก้ไขมาตรา 112 และทยอยเรียกให้เข้าไปแก้ข้อกล่าวหา ขณะนี้งวดเข้าไปทุกทีที่ ป.ป.ช.จะสรุปสำนวน
เพื่อความปลอดภัยของ 25 ส.ส.พรรคประชาชนจึงต้องอาศัยพลังของ “สีน้ำเงิน” ช่วยปัดเป่าให้รอดพ้นจากถูกขึ้นเขียง เสี่ยงจะหลุดเก้าอี้ ส.ส.และถูกตัดสิทธิทางการเมือง แลกกับการเลี่ยงไม่ซักฟอก รมต.จากพรรคสีน้ำเงิน
เป็นกระแสข่าวดีลพิเศษ “คู่จิ้นใหม่” แม้หลายคนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่การเมืองไทย ฉากช็อกซีนีม่าก็เคยมีให้เห็นมาแล้วหลายครา


