หน้าแรก การเมือง ก่อแก้ว แนะ &...

ก่อแก้ว แนะ ‘ฝ่ายค้าน’ เลิกตีโพยตีพาย หยุดแซะ ‘อิ๊งค์’ แล้วกลับไปเตรียมข้อมูลอภิปราย

21.03.25 | 17:43 น.
ก่อแก้ว

ก่อแก้ว แนะ ‘ฝ่ายค้าน’ เอาเวลาไปเตรียมข้อมูลอภิปราย อย่าตกในสภาวะหลงฟาดงวงฟาดงา อย่างผิดฝาผิดตัว ทำสังคมมองซักฟอกครั้งนี้เป็นแค่ลิเกฉากหนึ่ง

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ในการเจรจาเรื่องเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ก็เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เกิดจากการเจรจาตกลงร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ตัวแทนคณะรัฐมนตรี วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการหารือ ครั้งนี้มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่แทน

นายก่อแก้ว ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้วิปรัฐบาลจะให้เวลาอภิปราย 1 วัน แต่ล่าสุดจะมีมติให้เวลาฝ่ายค้านเป็น 23 ชั่วโมง ขณะที่วิปฝ่ายค้านต้องการ 30 ชั่วโมง แต่ในการเจรจาร่วมกันครั้งล่าสุดฝ่ายรัฐบาลยอมตามโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้องของฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้เวลา 28 ชั่วโมง ครม.กับพรรคร่วมรัฐบาล 7 ชั่วโมง และประธานสภา 2 ชั่วโมง รวม 37 ชั่วโมง โดยกำหนดทำให้การอภิปรายวันที่ 24 มีนาคม เวลา 08.00-05.30 น. วันที่ 25 เวลา 08.00-23.30 น. และลงมติวันที่ 26 มีนาคม เวลา 10.00 น.

นายก่อแก้ว ระบุอีกว่า การที่ฝ่ายค้านออกมาแขวะท่านนายกฯ ทำนองว่าจะอยู่ฟังการอภิปรายไม่ถึงตี 5 นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทุกคนก็ทราบดีว่านอกจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านยังเป็นคุณแม่ของลูกๆ ที่ยังเล็ก เป็นตำแหน่งที่ไม่สามารถลาออก ไม่สามารถละทิ้งการทำหน้าที่ได้ การที่จะบังคับให้ท่านนายกฯ นั่งฟังการอภิปรายและทำการชี้แจง ทั้ง 37 ชั่วโมง โดยไม่ได้ทำหน้าที่คุณแม่ และไม่ได้พักผ่อนเลย จึงเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง และในที่ประชุมวิปตกลงเรื่องเวลาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปร่วมประชุมเจรจาหรือเกี่ยวข้องด้วย

“การไปแขวะหรือโวยวายถึงตัวนายกรัฐมนตรีจนเกินข้อเท็จจริงในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เป็นสภาวะหลงและเป็นการฟาดงวงฟาดงา อย่างผิดฝาผิดตัว และตามหลักมารยาท เมื่อมีการเจรจาตกลงกันจบแล้ว ถือว่าเป็นมติของการตกลงร่วม ทุกฝ่าย โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้าน ไม่ควรจะออกมาตีโพยตีพาย หรือโทษใคร ทุกฝ่ายควรมุ่งเน้นไปในการเตรียมข้อมูลของการอภิปรายหรือชี้แจงจะดีกว่า อย่าโหมโรงกันเกินจริงจนทำให้สังคมมองว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นเพียงลิเกฉากหนึ่ง” นายก่อแก้ว ระบุ