ผบ.ตร.เผย’ชัยภูมิ’พัวพันยาเสพติด ‘จนท.ไม่ยิง เขาก็ยิงจนท.’ รองโฆษกระบุเปิดคลิปไม่ได้ หากกระทบรูปคดี

28.03.17 | 11:55 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง วิสามัญฯ นายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงดาว วิทยาคม จ.เชียงใหม่ นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า ฐานครอบครองยาเสพติด โดยอ้างว่ามีการต่อสู้ขัดขืนและพยายามปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ในส่วนที่สังคมโซเชียลมีเดียเรียกร้องให้มีการเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุให้สาธารณชนรับรู้นั้น เรื่องนี้อยู่ในส่วนของพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ดูแลอยู่ จะนำหลักฐานตรงนี้ไปรวบรวมกับพยานหลักฐานอื่นๆ

ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้กำชับให้ทำคดีตรงไปตรงมา เรื่องนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ไม่หนักใจที่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นคดียาเสพติดทั่วไป เจ้าหน้าที่ไม่ยิงเขา เขาก็ยิงเจ้าหน้าที่ อันนี้พูดตามหลักกว้าง ไม่ใช่เฉพาะกรณีนี้ เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้มาตัวเปล่าอยู่แล้ว ภาพรวมมันเป็นแบบนี้ กรณีนี้ ผบช.ภ.5 รายงานมาว่านายชัยภูมิมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีที่สังคมเรียกร้องให้ตำรวจเปิดภาพวงจรปิดที่เกิดเหตุนั้น ตามหลักการพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหลายทั้งปวงเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพยานในรูปแบบใด รูปแบบของบุคคล พยานเอกสารพยานหลักฐานอื่นๆ อะไรที่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำความผิดตำรวจก็ต้องดำเนินการ ซึ่งการเผยข้อมูลกล้องวงจรปิดหรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในสำนวน อะไรก็ตามที่เปิดเผยแล้วกระทบรูปคดีก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทุกอย่างมีหลักการและแบบแผน นอกจากบุคคลที่เกี่ยวข้องขอให้เปิดเผย แต่สำนวนการสอบสวนก็เป็นเรื่องของสำนวนไม่ใช่ว่าจะมาตรวจสอบกันได้ ทางกองทัพไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา เพราะการสืบสวนสอบสวนเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนไม่มีการก้าวก่ายอยู่แล้ว

รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจรับผิดชอบการทำคดี 3 ส่วน คือ 1.เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด 2.คดีเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ และคดีที่ 3.เป็นเรื่องของทหารที่วิสามัญโดยอ้างว่ากระทำไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งการดำเนินคดีทั้ง 3 ส่วนจะดำเนินการไปตามกฎกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ จึงมีกรอบระยะเวลาอยู่แล้วส่วนพนักงานสอบสวนจะสั่งฟ้องหรือไม่อย่างไรอยู่ที่การพิจารณาพยานหลักฐาน