อนุสรณ์ ยันต้องมีทีมองครักษ์ หวั่นฝ่ายค้านมีแผนประทุษกรรม ล็อกเป้าซักฟอก นายกฯ คนเดียว ชี้ ตัวชี้วัดอาจอยู่ที่ใครอภิปรายแล้วมีคนประท้วงมาก ป่วนได้เยอะ ถือว่าประสบความสำเร็จ เย้ย ใช้วิธีคิดโบราณแบบคนรุ่นเก่าที่อายุน้อย
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการทำหน้าที่ของทีมพิทักษ์ข้อบังคับประชุมสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การที่พรรคฝ่ายค้านล็อกเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว อาจมีแผนประทุษกรรมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย อาจพยายามอภิปรายในลักษณะที่ผิดข้อบังคับ เสียดสี ยั่วยุ ให้เกิดการประท้วง
“ดังนั้น ตัวชี้วัดอาจไม่ได้อยู่ที่ใครอภิปรายได้ดี มีข้อมูลหลักฐานมายืนยัน แต่เกณฑ์การประเมิน อาจอยู่ที่ ใครอภิปรายหรือยั่วยุ แล้วเกิดการประท้วงให้สภาเกิดความโกลาหลได้มาก ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่า หรือเจตนาหวังสร้างคอนเทนต์เชิงลบ ไปขยายความขัดแย้งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อดิสเครดิตและด้อยค่ารัฐบาล หาคะแนนเสียงให้กับพรรคตัวเองผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” นายอนุสรณ์กล่าว
นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า การทำงานของทีมพิทักษ์ข้อบังคับประชุมสภา เรารู้ทัน และเตรียมการรับมือไว้หมดแล้วทุกแผนประทุษกรรม การเมืองแบบสร้างสรรค์หรือการเป็นคนรุ่นใหม่ไม่ได้อยู่ที่อายุอย่างเดียว แต่อยู่ที่ทัศนคติและวิธีคิด บางครั้งวิธีคิดการเมืองแบบเก่า ทำการเมืองโบราณ ล้าหลัง อาจเกิดกับคนที่อายุไม่มากก็ได้ ซึ่งสามารถเรียกได้ว่า “คนรุ่นเก่าที่อายุน้อย” ก็เป็นได้ การเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ ทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย สะท้อนผ่านโพล ประชาชนอยากฟัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อภิปรายมากกว่า ส.ส.หลายคนของพรรคประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องนำไปวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ตอนเลือกตั้งบอกว่ามีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา แต่กลับมาเป็นฝ่ายค้านร่วมกับลุง ร่วมอภิปรายกับลุง แบบมีเราต้องมีลุง มีลุงต้องมีเราแบบนี้เสียแล้ว ถือว่าตระบัดสัตย์ ไม่ตรงปก ตามที่หาเสียงไว้หรือไม่” นายอนุสรณ์กล่าว

