หน้าแรก การเมือง ช่อ ชี้พิทักษ...

ช่อ ชี้พิทักษ์ข้อบังคับ เป็นหน้าที่ปธ.สภา ไม่ใช่ส.ส.รัฐบาล แนะจะป้องนายกฯ ไม่ต้องเหนียม

22.03.25 | 16:54 น.

‘ช่อ พรรณิการ์’ เผย ติดตาม ‘พรรคประชาชน’ ซ้อมซักฟอก แย้ม เรื่องส่วนตัวนายกฯอยู่วันที่สอง ขอ อย่าตีตนไปก่อนไข้ เรื่อง ‘ทักษิณ’ แค่สับขาหลอก ชี้ ทีมพิทักษ์ข้อบังคับเป็นหน้าที่ประธานสภา ถ้าอยากปกป้องนายกฯก็บอกตรงๆไม่ต้องเหนียม

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการเตรียมตัวอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ของพรรคประชาชน ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการอภิปรายมุ่งเน้นไปที่ตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า รู้ได้อย่างไร อย่าตีตนไปก่อนไข้ ของจริงอาจจะหนักกว่าเดิมก็ได้ ตนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องที่เด็ดจริงๆ จะเกี่ยวข้องกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการวิเคราะห์จากการให้สัมภาษณ์ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า หลายเรื่องในการอภิปรายนายกฯจะต้องเป็นผู้ตอบด้วยตัวเอง เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวนายกฯ

เมื่อถามย้ำว่า เป็นการสับขาหลอกของฝ่ายค้านใช่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งจากการที่ตนทำงานอยู่ในอาคารเดียวกันก็มีส่วนได้ติดตามการซักซ้อมของพรรคประชาชน โดยทราบว่ามีการเตรียมการอย่างหนักไม่แพ้กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในวันแรกจะเป็นการอภิปรายด้านนโยบาย ส่วนวันที่สองจะเป็นเรื่องทีเด็ดทีขาดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวนายกฯ ซึ่งการวางตัวของผู้อภิปรายนั้น น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการจัดลำดับ ซึ่งอาจจะแล้วเสร็จก่อนการอภิปรายไม่นานมาก พร้อมคาดการณ์ว่าอาจไม่ให้ตัวเด่นไปอยู่ในช่วงเวลาดึก เหมือนกับที่เป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่า หลักในการอภิปรายที่มีโปสเตอร์ระบุว่า “ดีลแลกประเทศ” นั้น มองว่า วาทกรรมเหล่านั้นจะไม่ติดตลาดหากไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่ประชาชนรู้สึก น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ดีลแลกประเทศที่ตนเข้าใจก็คือการที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้กลับไทยโดยไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว ถึงขั้นที่นายกฯก็ยอมรับ พร้อมถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ดีลคือการแค่เรื่องคุณพ่อกลับบ้านเรื่องเดียวเหรอ

เมื่อถามว่า เวลาการอภิปรายที่ยาวไปจนถึงเกือบรุ่งเช้าของอีกวัน น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ต้นตอเกิดจากประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่าจะต้องเจรจาภายในกรอบเวลา 2 วัน พรรคประชาชนจึงต้องนำเรื่องการอภิปรายกว่า 20 เรื่องอัดไว้ในระยะเวลาเพียงเท่านี้ ไม่ใช่การเสียรู้เรื่องเวลา ซึ่งอยากตั้งคำถามกลับว่า หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจเหตุใดจึงกำหนด 2 วัน ไม่ให้เวลาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้การตั้งองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับการประชุม ตนมองว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลมีความกังวลในการอภิปรายครั้งนี้

Advertisement

“ตนอยากบอกว่า ถ้าอยากพิทักษ์นายกฯก็พูดไปเลย ไม่ต้องเหนียม เพราะปกติแล้วหน้าที่ดังกล่าวเป็นของประธานสภาที่ต้องควบคุม ถ้าอยากพิทักษ์ข้อบังคับก็คงต้องไล่ประธานสภาลงจากบัลลังก์” น.ส.พรรณิการ์กล่าว