กมธ.แรงงาน สภาฯ เข้ม มีมติที่ประชุมให้กรมการจัดหางาน ยึดหลักประกันบริษัทจัดหางาน ชดใช้แรงงานที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมให้ตรวจสอบบริษัทที่โดนเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน เปลี่ยนชื่อ แล้วกลับมาขอใบอนุญาตใหม่ และลงโฆษณาการจัดหางานบนเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน หวั่นสร้างความเสียหายในอนาคต
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ 58 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มลูกจ้างแรงงานที่ถูกบริษัทนายหน้าชักชวนไปทำงานต่างประเทศ ที่ประเทศเยอรมนีและประเทศเกาหลี จากการพิจารณาทั้ง 2 เรื่อง พบว่า เรื่องการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศเยอรมนี นายพิชิตพล เจริญโชติรัศมี ได้สมัครเพื่อไปทำงานกับบริษัท K – Industry Solutions GmbH ตำแหน่งพนักงานท่าอากาศยานขนถ่ายสินค้าและจัดการกระเป๋าบนเครื่องบิน โดยการสมัครผ่านบริษัทจัดหางาน ซันโกลด์ เทรดดิ้ง จำกัด ที่จังหวัดนครรราชสีมา และมีการจ่ายค่าดำเนินการ ค่าอบรมภาษา และค่าตรวจสุขภาพไปแล้ว จนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมนีเลย ในประเด็นนี้ กรมการจัดหางานได้ชี้แจงว่า บริษัทจัดหางาน ซันโกลด์ เทรดดิ้ง จำกัด ได้ดำเนินการผิดกฎหมาย โดยให้เพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานของบริษัท และทำการยึดหลักประกันมาเยียวยาผู้เสียหาย รายละเอียดข้อเท็จจริงกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของบริษัท พบว่าบริษัทจัดหางาน ซันโกลด์ เทรดดิ้ง จำกัด ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน ถูกต้องตามกฎหมาย และในขณะนี้กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้มีหนังสือถึงกรมการจัดหางาน เพื่อขอให้ตรวจสอบ และพิจารณาบริษัทดังกล่าวว่ามีความผิดตามกฎหมายอย่างใดหรือไม่
“บริษัทจัดหางาน ซันโกลด์ เทรดดิ้ง จำกัด ได้ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการว่า ผู้ร้องเรียนได้เสนอเรื่องเพียงแจ้งความประสงค์ในการสมัครงานเท่านั้น ยังไม่ได้สมัครงานแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่ผ่านคุณสมบัติต้องสอบด้านภาษาเยอรมนี ระดับ A2 และบริษัทได้มีการประสานงานกับบริษัทที่จะต้องไปทำงานเกี่ยวกับเรื่องค่าจ้าง จึงทำให้เกิดความล่าช้า แต่ผู้ร้องเรียนได้ทำการร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นๆ ทำให้บริษัทที่ประเทศเยอรมนี ปฏิเสธการรับเข้าทำงาน ทั้งนี้ บริษัทกำลังประสานการจ้างงานบริษัทอื่นๆ เพื่อให้ผู้ร้องเรียนได้เข้าไปทำงานได้ในอนาคต” นายสฤษฏ์พงษ์กล่าว

นายสฤษฏ์พงษ์กล่าวต่อว่า ในเรื่องนี้คณะกรรมาธิการมีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ให้กรมการจัดหางานควรระวังบริษัทจัดหางานที่โดนเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานไปแล้ว กลับมาขอใบอนุญาตใหม่อีกครั้ง โดยการเปลี่ยนชื่อบริษัท และควรมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการอนุญาตให้บริษัทจัดหางานต่างๆ ลงโฆษณาการจัดหางานบนเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ และที่ประชุมได้มีมติให้กรมการจัดหางาน รับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะกลับไปพิจารณาทบทวน หาแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับบริษัทจัดหางาน และเร่งดำเนินการกับบริษัทจัดหางาน ซันโกลด์ เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อนำหลักประกันของบริษัทมาเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

สำหรับประเด็นการจัดส่งแรงงานไปทำงานที่ประเทศเกาหลี จากการร้องเรียนของ น.ส.กันยาพร พวงจันทร์ และคณะ ที่ได้สมัครงานกับบริษัท จัดหางาน หมิงเซิ่ง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์วิส จำกัด โดยต้องเสียค่านายหน้าและค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ให้กับทางบริษัทก่อนการเดินทางนั้น รวมระยะเวลากว่า 2 ปี จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลี และบริษัทได้บ่ายเบี่ยงกำหนดการที่จะเดินทางไปทำงาน และการคืนเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับผู้เสียหาย ในประเด็นนี้ กรมการจัดหางานได้ชี้แจงว่า การเดินทางไปทำงานในประเทศเกาหลี แบ่งเป็นหลายรูปแบบ อาทิ แบบ E7 เป็นวีซ่าทำงานมีฝีมือ แบบ E8 เป็นวีซ่าเกษตรตามฤดูกาล และแบบ E9 เป็นวีซ่าทำงานภาคเกษตรได้ชั่วคราว สำหรับวีซ่าแบบ E8 และ E9 บริษัทจัดหางานเอกชน ไม่สามารถส่งคนไปทำงานได้ เนื่องจากการทำงานแบบดังกล่าว จะเป็นการส่งไปในลักษณะรัฐต่อรัฐ หรือ G to G เท่านั้น จากการตรวจสอบการกระทำของบริษัทจัดหางาน หมิงเซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส จำกัด และบริษัท สยามโกโก้ทัวร์ จำกัด กระทำผิดกฎหมาย ทั้งยังมีการเก็บเงินก่อนเดินทางไปทำงานของบริษัทจัดหางานอีกด้วย ในเรื่องดังกล่าวกรมการจัดหางาน ได้มีระเบียบห้ามไม่ให้บริษัทจัดหางานเรียกหรือรับค่าบริการจากแรงงานหางานไว้เป็นการล่วงหน้าก่อนเดินทาง กรมการจัดหางาน ได้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานของบริษัทดังกล่าว และทำการยึดหลักประกันของบริษัทเพื่อเยียวยาผู้ร้องเรียนต่อไป
“ในประเด็นดังกล่าว ได้ทำการแจ้งความไว้ สน.โชคชัย ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนด้วย ซึ่ง สน.โชคชัย ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้น และพิจารณาเอกสารและสอบพยาน พบว่าบริษัท สยามโกโก้ทัวร์ จำกัด เคยโดนคดีฉ้อโกงประชาชน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล และขณะเดียวกันบริษัทจัดหางาน หมิงเซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส จำกัด และบริษัท สยามโกโกโก้ทัวร์ จำกัด ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด โดยมีเอกสารประกอบการดำเนินการทุกขั้นตอน ส่วนสาเหตุที่เกิดความล่าช้าขึ้นเนื่องจากอัตราค่าจ้างไม่ตรงกับสัญญาจ้าง ทำให้ต้องไปประสานกับทางฝั่งบริษัทที่ประเทศเกาหลี เรื่องอัตราค่าจ้างใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังติดปัญหาที่กรมการจัดหางานไม่อนุมัติเอกสารให้กับทางบริษัท สำหรับประเด็นนี้คณะกรรมาธิการได้มีมติให้กรมการจัดหางานนำหลักประกันของบริษัทดังกล่าว นำมาเยียวยาให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนต่อไป” นายสฤษฏ์พงษ์กล่าว

