หน้าแรก การเมือง ส.ส.ทสท. ซัด ...

ส.ส.ทสท. ซัด นายกฯ ผิดพลาด ล้มเหลว ส่อทุจริตเชิงนโยบาย ปมดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ แฝงกาสิโน เอื้อทุนใหญ่

24.03.25 | 13:16 น.

ส.ส.ทสท. ซัด นายกฯ ส่อทุจริตเชิงนโยบาย ปมดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แฝงกาสิโน เอื้อทุนใหญ่

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ของพรรคฝ่ายค้านนั้น โดยเมื่อเวลา 11.00 น. นายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) อภิปรายว่า โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รัฐบาลผลักดัน อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนมากกว่าประชาชน ความโปร่งใสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการนี้ และรัฐบาลไม่ได้หาเสียงเรื่องกาสิโน แต่วันนี้กำลังเดินหน้าผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่แฝงการเปิดบ่อนกาสิโนและพนันออนไลน์แบบถูกกฎหมาย นี่คือการหลอกลวงประชาชน ถ้ากาสิโนดีจริง ทำไมพรรคของท่านไม่พูดตั้งแต่ตอนหาเสียง

นายชัชวาลกล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้มีการออกใบอนุญาตกาสิโน ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตเชิงนโยบาย โดยการอนุมัติใบอนุญาตอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจและกลุ่มทุนรายใหญ่ ซึ่งการออกใบอนุญาตกาสิโน 1 ฉบับ จะมีผลประโยชน์มหาศาล ใครจะได้ คนไทยจะได้ หรือจะตกอยู่ในมือกลุ่มทุนบางกลุ่ม แล้วเงินใต้โต๊ะในการอนุมัติแต่ละฉบับจะเท่าไหร่ และการเปิดเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะนำไปสู่ปัญหาสังคมร้ายแรง เช่น การติดการพนัน การฟอกเงิน และปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะเมื่อไม่มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน

“รัฐบาลบอกว่าจะจำกัดให้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเล่น แต่ในทางปฏิบัติ มั่นใจหรือว่าไม่มีทางเล็ดลอด เราเห็นตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่กาสิโนเต็มไปด้วยคนไทย แล้วจะควบคุมอย่างไร สุดท้ายหนี้พนันก็ตกอยู่ที่ครอบครัวคนไทย” นายชัชวาลกล่าว

นายชัชวาลกล่าวต่อว่า รายงานจากต่างประเทศที่ชี้ว่าอุตสาหกรรมกาสิโนมีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่าจะมีมาตรการอะไรเพื่อป้องกันไม่ให้กาสิโนกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มทุนสีเทา และต้องตอบให้ได้ว่าใครคือคนที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ เป็นประชาชน หรือเป็นนายทุนใหญ่ ที่สำคัญใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ผลักดันนโยบายนี้เข้ามา

Advertisement

นายชัชวาลกล่าวด้วยว่า ตนมีความกังวลเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ ที่รัฐบาลเสนอเข้าสภา โดยระบุว่า อาจมีการแปรรูปทรัพย์สินของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงครบวงจร พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะให้อำนาจการท่าเรือ ในการบริหารที่ดินและทรัพย์สินของรัฐอย่างเสรี เปิดโอกาสให้มีการให้สัมปทานที่ดินท่าเรือเพื่อทำธุรกิจเอกชนได้ง่ายขึ้น หมายความว่า อาจมีการนำพื้นที่รัฐไปใช้สำหรับธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือแม้แต่กาสิโนในอนาคต เพราะที่ดินของการท่าเรือฯ ส่วนใหญ่อยู่ในทำเลทอง หากมีการปรับกฎหมายให้เปิดกว้างต่อการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ อาจกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนเข้ามาครอบครองพื้นที่ที่เคยเป็นของประชาชน และอาจนำไปสู่การให้สัมปทานแบบผูกขาด ซึ่งจะส่งผลให้รัฐเสียประโยชน์ในระยะยาว เรากำลังจะเห็นพื้นที่ของรัฐถูกขายทอดตลาดให้กลุ่มทุนบางกลุ่มโดยมีข้ออ้างเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่า ทำไมถึงผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ในช่วงที่มีการเดินหน้าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะบอกว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยได้หรือไม่ เพราะกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการให้สัมปทานพื้นที่ท่าเรือ อาจมีปัญหาการล็อบบี้ผลประโยชน์ และเปิดช่องให้กลุ่มทุนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลได้รับสิทธิพิเศษ

“ถ้ากฎหมายนี้ผ่านไป เราอาจเห็นที่ดินริมแม่น้ำ ที่ดินท่าเรือ ถูกนำไปสร้างเป็นโรงแรมหรู สถานบันเทิง หรือแม้แต่กาสิโนในอนาคต โดยมีประชาชนเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเลย หากรัฐบาลยังเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ อาจทำให้เกิดการขายสมบัติชาติให้กลุ่มทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว” นายชัชวาลกล่าว

นายชัชวาลกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ควรทำ นายกรัฐมนตรีไม่ทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ กลับเร่งทำ โดยเฉพาะนโยบายพัฒนาเกษตรกรรมที่รัฐบาลประกาศไว้ เช่น การเพิ่มรายได้เกษตรกรเป็น 3 เท่าภายในปี 2570 ไม่เป็นจริง ปัจจุบัน เกษตรกรยังคงเผชิญกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง ขาดแคลนน้ำและปัจจัยการผลิต ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากประสบปัญหาหนี้สินและอยู่ในภาวะล้มละลาย โดยเฉพาะชาวนา ที่ต้องขายข้าวเปลือกในราคาต่ำกว่าต้นทุน ขณะที่มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลก็ล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ