หน้าแรก การเมือง ณัฐชา ซัด นาย...

ณัฐชา ซัด นายกฯ เอื้อกลุ่มทุน เมินแก้ ปลาหมอคางดำ ชี้ เคาะงบอีก 98 ล้าน เหมือนให้พาราแก้มะเร็ง

24.03.25 | 15:59 น.

ณัฐชา อภิปรายรัว ปมปลาหมอคางดำ เปิดโปงรายงานชัด บริษัทเอกชนดัง คนขออนุญาตนำเข้าไทยรายเดียว พร้อมแฉสัมพันธ์ตระกูลชินวัตรกับกลุ่มทุนใหญ่ ชี้ รบ.ไฟเขียวงบจกตา 450 ล้าน ช่วยประชาชน งง! “อิ๊งค์” ถูกยื่นบทคนชมแต่ตอบกลับ “ไม่เป็นความจริง” พร้อมวอน ส.ส.กล้าใช้อำนาจต้านผู้มีบารมีนอก รธน.

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 24 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะจำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน กล่าวอภิปรายว่า นายกฯขาดวุฒิภาวะ ขาดการเป็นผู้นำ จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหา มีความจงใจเอื้อประโยชน์ให้กับตน พวกพ้อง และกลุ่มทุน ประเทศไทยเคยมีความอุดมสมบูรณ์ แต่ในทุกวันนี้การบริหารไปผิดทิศผิดทาง ทำประเทศในนามีสารเคมีส่วนในน้ำมีหายนะ ด้วยการระบายของปลาหมอคางดำ นับเป็นอาชญากรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ว่าพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 520,000 ราย กินพื้นที่กว่า 76 อำเภอใน 19 จังหวัด กำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก ซึ่งมีตัวเลขความเสียหายที่สูงขึ้นถึง 26,432 ล้านบาทต่อปี แล้วนี่ยังบอกว่าไม่เยอะอยู่หรือ นี่คือความเจ็บปวด ยังไม่นับว่าต้องขาดดุลทางการค้าในการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ และต่อไปคงไม่มีอีกแล้วปลาสลิดบางบ่อ ปลาทูแม่กลอง จะเป็นปลาจากต่างประเทศหมด หรือไม่ก็ปลาในห้างสรรพสินค้าที่ระบุว่าเลี้ยงจากบ่อปูน ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันคือสัญญาณหายนะ

นายณัฐชากล่าวว่า มีกรณีเรือน้ำตาลล่มในคลอง จ.อ่างทอง ระยะทาง 12 กิโลเมตร น้ำตาลลงไปในน้ำทำออกซิเจนขาด ปลาในคลองนั้นตายหมด ส่งผลกระทบให้ประชาชนที่หาปลาไปขายไม่มีรายได้ ต่อมามีการร่วมมือกัน 6 หน่วยงานร่วมกันฟ้องร้องที่ทำเรือน้ำตาลล่ม จนทำให้เรียกร้องค่าเสียหายคืนมาได้หมด และนี่คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยต้องรับชะตากรรม ต้องแบกรับเงื่อนไขผ่านกฎหมายที่ท่านบอกว่าจะอนุมัติงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชน เรื่องนี้ผ่านมาแล้วทั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทั้งสองนายกฯรู้ดีว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะพวกท่านยกขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ มีการคลอดงบประมาณออกมาสวยหรู 450 ล้านบาท ประชาชนภายนอกพากันเฮยกใหญ่ นึกว่าจะมีการแก้ไขปัญหา งบ 450 ล้านบาทออกข่าวใหญ่โต แต่ให้กรมประมงไปหากรอบวงเงินหาเงินเอง สรุปเป็นตัวเลขหลอกชาวบ้านไปวันๆ ซื้อใจซื้อเวลา ล่าสุดได้ข่าวว่าจะอนุมัติงบอีก 98 ล้านบาท ค่านายกฯตกใจ เห็นชาวบ้านมากันเยอะ เปรียบเสมือนซื้อยาพารารักษามะเร็ง ซึ่งแก้ไม่ได้ วันนี้ท่านต้องติดกระดุมให้ถูก แก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ท่านก็จะหาทางออกไม่ได้เลย และจะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม มาตรา 97

Advertisement

“มีรายงานของกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่นำเสนอในสภานี้ ผ่านเสียงของสมาชิกทั้งผ่านค้านฝ่ายรัฐบาลแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่เกิดกับประชาชน และประชาชนต้องการ ฝ่ายนิติบัญญัติส่งรายงานไป นายกฯที่ชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้เอารายงานฉบับนี้ไปบรรจุการพิจารณาของ ครม. เพราะรายงานฉบับนี้ เขียนไว้หมดว่ามีการพบหลักฐานชิ้นสำคัญในการขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำในราชอาณาจักรไทยเพียงรายเดียว นั่นคือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้อนุญาต สุดท้ายรายงานฉบับนี้เงียบหายเข้ากลีบเมฆ” นายณัฐชากล่าว

นายณัฐชากล่าวว่า ปี 2549 ปลาหมอคางดำถูกบันทึกในกระดาษครั้งแรกในไทย ช่วงนั้นเป็นปลายสมัยรัฐบาลนายทักษัณ ชินวัตร ต่อมาปี 2551 มีการให้นำเข้าได้จากกรมประมง แต่มีเงื่อนไข แต่ก็ยังไม่มีการนำมา จนปี 2553 ขออนุญาตอีกครั้ง และกรมประมงได้อนุญาตและบอกต้องมีเงื่อนไขคือ 1.ต้องตัดตัวอย่างครีบปลาเพื่อเก็บดีเอ็นเอให้กับกรมประมง 2.ต้องทำรายงานให้กับกรมประมงถ้ายุติและทำลายสัตว์ จากนั้นได้มีการซื้อพันธุ์สัตว์น้ำจากประเทศกานา โดย บ.ซีพีเอฟ จำนวน 2,000 ตัว ปลาจำนวนนี้ได้บินลงสนามบินสุวรรณภูมิในปี 2554 จาก 2,000 ตัว ตายไป 1,400 ตัว เหลือ 600 ตัว สรุปเขาบอกว่าซื้อปลามาตัวเล็กไป ไม่สามารถตัดครีบปลาได้ ทำให้ไม่สามารถเก็บดีเอ็นเอได้ และ 600 ตัว ที่เข้าศูนย์วิจัยตายไปเรื่อยๆ และบอกว่าทำตามเงื่อนไขโดยการโทรศัพท์แจ้ง มันผิดวิสัยบริษัทยักษ์ใหญ่โทรแจ้ง แต่อธิบดีกรมประมงบอกไม่เคยมีบันทึกไว้ในหนังสือตรวจรับ แต่สิ่งที่ตามมาคือเขาเองบอกว่าทำลายทิ้งไปหมดแล้ว โดยการฝังกลบดินโรยด้วยปูนขาว และสร้างตึกทับอีกที และไม่ให้ดู นี่มันน่าสงสัย จนปลาหมอคางดำเจอในไทยในสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายณัฐชากล่าวอีกว่า วันที่ 12 ก.ย.2567 น.ส.แพทองธารเข้าสภาแถลงนโยบาย วันที่ 25 ก.ย.67 รายงานของ กมธ.ได้ประกาศ และวันที่ 12 ธ.ค.67 ตนได้ตั้งกระทู้ถามจากนั้นมีประชาชนรวมตัวกันไปยื่นหนังสือถึงนายกฯ แล้วส่งใครไปรับหนังสือไม่รู้ แต่ตั้งแต่วันนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข จนวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านไปรวมตัวที่ทำเนียบยื่น 4 ข้อเสนอแก้ไข ภายในทำเนียบเดือดระอุ แต่สิ่งที่เจอนายกฯไปรับช่อดอกไม้จากประมงพาณิชย์ บอกไม่ว่าง และดูเป็นภาพที่บาดตาบาดใจ และสดๆ ร้อนๆ เมื่อเช้า มีผู้อภิปรายจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกล่าวตอนท้าย ท่านนายกฯเป็นคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง ผมเชื่อว่าท่านบริหารประเทศอย่างมีสติปัญญา มีความอ่อนน้อม แต่หนักแน่น ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติมาก่อนครอบครัว พวกพ้อง แต่นายกฯลุกขึ้นบอกว่า ทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนงง ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเซตฉาก เขียนบทให้เท่านี้ก็ลุกพูดเท่านี้ เขาบอกให้จับนาฬิกาของตัวเองก็จับ ขนาดเขาชมยังบอกว่า “ไม่เป็นความจริง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้มีผู้ประท้วงเป็นเสียงตะโกนไม่ได้ประท้วงผ่านไมค์ และ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า เราให้เกียรติกัน ไม่ใช่ว่าเอาเหตุการณ์นี้มาว่า ตนไม่ว่าหรอก เพราะตอนนี้อยู่กับลุงแล้วไม่ใช่หรือ พรรคก้าวไกล ประชาชน

นายณัฐชาจึงได้กล่าวต่อว่า สิ่งที่ชาวบ้านอยากถามว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อใครกันแน่ เพราะตอนนี้เราปล่อยให้เสียงกระซิบของนายทุน มันดังสนั่นหวั่นไหว แต่เสียงตะโกนโห่ร้องผ่านความเจ็บปวดของชาวบ้าน เกษตรกร แทบไม่ได้ยินเลยในรัฐบาลนี้ จนวันนั้นประชาชนตั้งคำถามว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยหัวใจคือนายทุนหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเราเห็นความสนิทสนมของ 2 ตระกูลใหญ่ของประเทศ น.ส.แพทองธารที่ทะเลสาบสงขลา คิดว่านายกฯจะไปแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่เปล่าเลยท่านเดินทางไปดูควายน้ำพร้อมผู้บริหารของ บ.ซีพีเอฟ อย่างสนิทชิดเชื้อ นี่เป็นการอธิบายถึงความสัมพันธ์ของบริษัทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่มันเห็นภาพความสัมพันธ์แนบแน่นของตระกูลของนายกฯ จึงมีความสงสัยว่าปัญหานี้จะถูกแก้ไขได้กี่โมง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นงานพีอาร์ของบริษัทเอกชนทั้งสิ้น

นายณัฐชากล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ตนทำให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำมันอยู่ในกระดาษเมื่อปี 2549 อยู่ในน้ำครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2554 และระบาดหนักสุดๆ ในประเทศปี 2558 ใน 3 ห้วงเวลานั้น เป็นตระกูลชินวัตรที่เข้ามาบริหารงานและมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับบริษัทที่มีส่วนรู้เห็นในการขออนุญาตนำเขาและอาจบริษัทต้องสงสัยที่เกี่ยวกับการนำเข้าอาวุธร้ายที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในทุกแหล่งน้ำธรรมชาติ ฝ่ายนิติบัญญัติทำได้แค่นี้ ที่เหลือให้ฝ่ายบริหารทำความจริงให้ปรากฏจะได้ไม่ต้องไปใช้งบแผ่นดิน

นายณัฐชากล่าวว่า พวกท่านในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การระบาดของปลาหมอคางดำระบาดไป 76 อำเภอ 19 จังหวัด มี ส.ส.อยู่ด้วยถึง 55 คน ได้โปรดช่วยกันเถอะ หันมามองและดูแลปัญหานี้ และจงจำไว้เสมอว่าใช้อำนาจในวันนี้ที่ท่านได้มาจากประชาชน ไม่ใช่ได้มาจากกลุ่มทุนไหน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่ากลุ่มทุนจะไม่ชวนกินข้าวด้วย แต่จงกลัวว่าพี่น้องประชาชนจะไม่ยกมือให้ในวันที่ท่านหมดอำนาจ และวันนี้ได้โปรดไม่ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร แสดงถึงการที่เราไม่ยอมให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่หน้าไหนมากัดกิน กอบโกยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นความลำบากในการตัดสินใจ แต่หากทุกท่านในที่นี่กล้าที่จะลงคะแนนไม่ไว้วางใจให้นายกฯ กล้าที่จะใช้อำนาจอย่างเต็มที่ ท่านกล้าที่จะต่อกรกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่สิงรัฐบาลอยู่ ท่านกล้าที่จะต่อสู้กับผู้ควบคุมดูแลรัฐบาลนี้ที่ค่อยชักใย โยงใยในตำแหน่งนายกฯ หรือชื่อเรียกที่ไม่เป็นทางการว่า สทร. แต่แท้จริงแล้วชื่อจริงอย่างเป็นทางการคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญตัวจริง ที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ที่กำกับฉากละครดูแลในแต่ละช่วงให้ออกมาเป็นรูปแบบ

จากนั้นมีผู้ประท้วงถึงการเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก และนายภราดร ปริศนานันทกุล ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ชี้แจงว่า ตามข้อบังคับว่าถ้ากล่าวถึงบุคคลภายนอก แล้วเขาเกิดความเสียงหาย สภาก็จะไม่มีเอกสิทธิให้กับท่าน ถ้าเกิดเขามีการไปฟ้องร้องท่านก็ต้องรับผิดชอบ ก็เท่านั้นตามข้อบังคับ