“สส.ปชน.” ซัด “นายกอิ๊งค์” แลกคดีเหมืองทองอัครากับการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งเครือข่าย ”พล.อ.ประยุทธ์” คุมอุตสาหกรรม ให้พ้นผิด ย้อนเกล็ดไม่เหมือนตอนเป็นฝ่ายค้าน จะเอา “บิ๊กตู่” เข้าคุก ผ่านมา 2 ปีไม่ทำอะไรเลย หรือแลกกับเอาคนในครอบครัวกลับบ้าน ขณะที่ ”สส.รทสช.”เดือด ป้อง “ประยุทธ์”คนไทยทั้งประเทศยังคิดถึง ยังเป็นไอดอลอยู่
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะจำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ
เวลา 13.45 น. นายอิทธิพล ชลธราศิริ ส.ส.ขอนแก่น พรรคประชาชน อภิปรายถึงเหมืองทองอัครา ที่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งนายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ส.ส.ร้อยเอ็ด อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติไว้มากมาย แต่พอมาเป็นรัฐบาล กลับหลงลืมและล้มเหลวที่จะทำตามคำพูดที่เคยพูดไว้ทุกเรื่อง ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ มีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาทางการเมือง ที่ทำทุกวิถีทางให้ได้มาซึ่งอำนาจ ประเทศไทยเราเลยได้รัฐบาลไม่ตรงปก เพราะเนื้อในของนายกฯ ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนเลย ยอมละทิ้งสัจจะเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล ยอมทุกอย่าง เพื่อนำตัวบุคคลในครอบครัวกลับบ้าน แลกกับการเป็นนั่งร้านให้กับ พล.อ.ประยุทธ์คอยระวังหลังไม่ให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่มีการกระทำความผิดไว้ โดยไม่สนใจว่าท้ายที่สุดแล้วความอยากได้ผลประโยชน์ทางการเมืองของนายกฯ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร
นายอิทธิพลกล่าวต่อว่า ตอนที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดไว้หลายเรื่อง ตนจึงไปฟังที่ท่านอภิปรายทั้ง 5 ครั้ง สรุปได้ว่ามีวิธีการแก้ปัญหาเรื่องเหมืองทองอัครา อยู่ 4 ข้อ คือ 1.ต้องดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ เอาคนผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด 2.ต้องไม่เลื่อนขอออกคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการอีกแล้ว 3.ต้องหยุดพฤติกรรมขายชาติ หยุดประเคนผลประโยชน์ของประเทศชาติให้กับคิงส์เกต และ 4.ต้องยุติการล้มคดีทั้งหมดให้กับบริษัทคิงส์เกต แต่นี่ 2 ปีแล้ว ที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ก็ยังไม่มีคำชี้ขาดออกมา และไม่ได้ทำอย่างที่พูดไว้เลย ตอนพูด พูดอย่างน้ำไหลไฟดับ พอได้เป็นรัฐบาลกลายเป็นเพียงน้ำท่วมทุ่งไปแล้ว
“พอพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล คุณแพทองธาร ได้เป็นนายกฯ ทุกคนที่ออกมาด่า พล.อ.ประยุทธ์เรื่องเหมืองทองอัครา ได้ดิบได้ดีเป็นรัฐมนตรีกันทุกคน แทนที่ท่าจะเด็ดหัวสอยนั่งร้านเผด็จการ ท่านกลับทำตัวเป็นนั่งร้านเสียเอง ขนาดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็น รมว.อุตสาหกรรมในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่พวกท่านก็ด่าว่า เป็นนั่งร้านให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้มาเป็น รมว.คมนาคม ในรัฐบาลแพทองธารเลย ผมไม่เห็นว่าพวกท่านจะทำอย่างที่พูดสักอย่าง โดยเฉพาะนายกฯแพทองธาร ที่เคยท่องตามเป็นนกแก้วนกขุนทอง บอกว่าจะปิดสวิตช์ 3 ป.แล้ว ป.ประยุทธ์จะปิดเมื่อไหร่ และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล ไม่ได้เรียกว่าปิด ถ้าปิดจริงต้องดำเนินคดี เพราะเป็นสิ่งที่ท่านเคยพูดเอาไว้เอง โดยเฉพาะรัฐมนตรีจิราพร ที่เคยอภิปรายไว้” นายอิทธิพลกล่าว

ช่วงนี้นายพลากร พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ทนฟังมานานแล้ว ผู้อภิปรายเอ่ยถึงบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็นหลายรอบมาก และพูดนอกประเด็น
ทั้งนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม วินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับก็บอกไว้ชัดเจนว่าการเอ่ยถึงบุคคลภายนอก ผู้อภิปรายจะต้องรับผิดชอบตัวเอง หากมีการฟ้องร้อง เขาก็จะต้องถูกดำเนินคดี ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งตนมั่นใจว่าผู้อภิปรายทุกคนที่ลุกขึ้นอภิปรายก็เข้าใจในข้อบังคับดี ส่วนเนื้อหาสาระเข้าใจว่ากำลังเชื่อมโยงอยู่กับเหมืองทองอัครว่ามีความเชื่อมโยงกับนายกฯอย่างไร
จากนั้นนายอิทธิพลอภิปรายต่อว่า น.ส.จิราพรพูดถึงขนาดจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ออกจากบ้านพักหลวง ไปใช้น้ำฟรี ไฟฟรี กินข้าวฟรีในเรือนจำ แต่พอพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ตั้งแต่นายเศรษฐา ก็เอาคนของพรรครวมไทยสร้างชาติมาเป็น รมว.อุตสาหกรรม ดูแลคดีเหมืองทองอัครา คอยสกัดหน้าระวังหลังให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ มาสมัย น.ส.แพทองธาร ก็ยังเอาคนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาดูแลต่ออีก อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร เอาคนของ พล.อ.ประยุทธ์ มาคุมกระทรวงที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยกระทำผิดไว้ แบบนี้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์จะได้เข้าคุก เมื่อไหร่จะได้ทำอย่างที่พูดไว้ ตนว่าชัดเจนไม่มีการเอา พล.อ.ประยุทธ์เข้าคุก มีแต่ช่วยกันหลับหูหลับตา ตั้งเครือข่ายของ พล.อ.ประยุทธ์มาช่วยเหลือกันให้พ้นผิด ถ้ายอมกลืนน้ำลายตัวเองแบบนี้มีเหตุผลเดียวเป็นดีลจัดตั้งรัฐบาลถ้าพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาล ถ้านายกฯต้องการให้คนในครอบครัวกลับบ้าน ก็ต้องยอมยกเก้าอี้กระทรวงอุตสาหกรรม ให้กับพรรคร่วมไทยสร้างชาติ
“นี่เป็นการเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน ท่านนายกฯแพทองธาร ท่านทรยศหักหลังประชาชนที่เขาเคยเชื่อท่าน ท่านก็รู้ว่าท่าน รมต.น้ำ จิราพร เคยพูดไว้ว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ หลุดจากตำแหน่งนายกฯเมื่อไหร่ จะดำเนินคดีทันที เมื่ออำนาจรัฐอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยเมื่อไหร่ จะตั้งกรรมการสอบกรณีเหมืองทองอัคราทันที” นายอิทธิพลกล่าว
ทำให้ นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลุกขึ้นประท้วงว่า การเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกไม่เหมาะสม ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯปัจจุบัน ไม่ใช่อภิปรายอดีตนายกฯ วันนี้ท่านพูดถึงบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นคนที่คนไทยทั้งประเทศยังคิดถึงท่านอยู่ สร้างคุณงามความดีไว้เยอะแยะ เพราะฉะนั้นท่านควรจะใช้คำอื่น ไม่เช่นนั้นสภาแห่งนี้ก็ไม่ราบรื่น เพราะหากเอ่ยตลอดตนคิดว่า ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 คน ก็ประท้วงไม่หยุด ตนไม่คิดจะประท้วง เพราะให้เกียรติแต่มันทนไม่ไว้จริงๆ

จากนั้นนายอิทธิพลอภิปรายต่อว่า ใกล้จะครบ 2 ปีแล้ว แต่ไม่เห็นนายกฯทำอะไรเลย เพราะอะไร ท่านก็รู้ว่าจะเอาผิดตามกฎหมาย หรือพวกท่านพูดเอามัน หรือเป็นการพูดเพ้อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง แต่ที่นายกฯไม่ทำเพราะนี่เป็นหนึ่งดีล ที่เอาผลประโยชน์ของชาติไปช่วยคนผิดเพื่อแลกผลประโยชน์ทางการเมือง
ทั้งนี้ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะที่นายอิทธิพลเอ่ยชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อาทิ นายวิชัย สุดสวาทดิ์ ส.ส.ชุมพร ประท้วงว่า ไม่ทราบว่าท่านต้องเอ่ยชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่แล้ว ใช้คำนี้ก็ได้ เอ่ยชื่อถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ เอ่ยชื่อถึง พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และตอนนี้โลกโซเชียลถ้าเปิดดู พล.อ.ประยุทธ์เป็นไอดอลของทุกคนอยู่ จึงไม่น่าเอามาอภิปราย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่ที่อื่นแล้ว ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองอยู่ ไม่สมควรเอามาอภิปราย ขอให้ถอนคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ออก
ทำให้นายภราดรวินิจฉัยว่า การอภิปรายถ้าหลีกเลี่ยงชื่อบุคคลได้ก็ขอให้เลี่ยง การอภิปรายจะได้ราบรื่น
จากนั้นนายอิทธิพลอภิปรายต่อว่า ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยของนายกฯ พูดดักคอเอาไว้ตอนนั้นได้แม่น เพราะในที่สุดของรัฐบาลที่แล้วก็ได้อนุญาตให้ไปสำรวจและทำเหมืองที่แหล่งสุวรรณ และแหล่งโชคดี อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทั้งสองพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนและเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.จิราพร เคยอภิปรายไว้เองกลางสภา และยังมีการลักไก่หลังจากยุบสภาในวันที่ 17 มี.ค.66 เพียง 6 วันต่อมา รัฐบาลที่แล้วได้มีคำสั่งให้อนุญาตให้เมืองทองอัครากลับมาทำการได้เหมือนเดิม ซึ่งหากเป็นแบบนี้ข้อกล่าวหาของตนตรงไปตรงมา นายกฯก็รู้ว่าการอนุญาตให้เข้าไปสำรวจ และไปทำเหมืองที่แหล่งสุวรรณและแหล่งโชคดี ทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติพื้นที่ป่าสงวนซึ่งทำไม่ได้ พ.ร.บ.แร่ ในเมื่อนายกฯรู้ว่าทำเช่นนี้ผิดกฎหมาย แล้วทำไมพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเกือบ 2 ปี ถึงยังไม่ได้เอาผิดกับใครเลย
“พรรคของท่านก็พูดเองกับปากว่าผิดกฎหมาย แต่แน่นอนว่านายกฯคงไม่เอาผิดกับใครเหมือนเดิม เพราะเป็นดีลจะตั้งรัฐบาล ที่จะไม่ไปสืบสาวราวเรื่อง ถ้าไปเพิกถอนใบอนุญาตทำเหมืองก็เท่ากับว่ามีคนทำผิดกฎหมาย เดี๋ยวดีลจัดตั้งรัฐบาลจะล่ม ดังนั้น รัฐบาลนายกฯแพทองธาร ก็คงปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์จากทรัพยากรแร่ของเราแบบผิดกฎหมายต่อไป ผมจึงไม่อาจไว้วางใจนายกฯ ที่เห็นผลประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าผลประโยชน์ของชาติ เพราะท่านไม่มีความมุ่งมั่นที่จะปิดสวิตช์ 3 ป. ไม่ปิดสวิตช์ ส.ว. คนไทยยังไม่มีกินมีใช้ รัฐบาลนายกฯแพทองธาร ไม่มีเกียรติ ศักดิ์ศรีพอที่จะให้ประชาชนเชื่อมั่นได้” นายอิทธิพลกล่าว

