‘อนุทิน’ ย้ำ ที่ดิน ‘แรนโช ชาญวีร์’ ซื้อขายสุจริตมีโฉนดตราครุฑ เหมือน ‘โครงการเทมส์ วัลลีย์’ กระบวนการคล้ายกัน ลั่น เป็นนายกฯ – มท.1 ถูกตรวจสอบได้แต่ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยหากได้มาถูกต้อง
เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณีที่ดินสนามกอล์ฟแรนโช ชาญวีร์ ว่า
ครอบครัวของตน และนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่มีที่ดินแถวเขาใหญ่ ถ้าเราเป็นคนกทม.เราก็ได้มาด้วยการไปซื้อกับเจ้าของเดิมๆ สมัยที่ครอบครัวตนไปซื้อที่ดินแปลงเหล่านี้ก็มีโอกาสไปเดินดูด้วย คนแนะนำส่วนใหญ่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกอบต. ซึ่งการตัดสินใจซื้อที่ดินเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน สิ่งที่ยึดถือคือเราเป็นคนนอกไม่มีตำแหน่ง แต่เป็นนักลงทุนธรรมดา เห็นว่าที่ดินน่าลงทุน เจ้าของมีโฉนดเวลาขายเขาก็ยกโฉนดขาย สิ่งสำคัญคือเวลาเปลี่ยนมือการครอบครองที่ดินต้องมีตัวกลางคือ “กรมที่ดิน” เมื่อมีการตกลงซื้อตกลงขายไปที่กรมที่ดินให้เขาแสตมป์โฉนดโอนเก็บค่าธรรมเนียมจ่ายค่าที่ดิน ถือเป็นกระบวนการที่กระทำโดยเจตนาสุจริตทั้งสิ้น
ตนได้ถามผู้ใหญ่หลายท่านของโครงการเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ พบว่ากระบวนการได้มาก็คล้ายกัน ดังนั้น ที่การที่สมาชิกอภิปรายว่าเจ้าของปัจุบันถือครอบครองโฉนดแล้วเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายนั้น จึงไม่เป็นความจริง เราได้มาด้วยการซื้อขายโดยสุจริต มีโฉนด มีตราครุฑ ที่สำนักงานที่ดินประทับรับโอน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อมีการตรวจสอบโดยนักการเมืองท่านหนึ่ง ท่านก็ไม่กล้าเข้าไปที่ดินแปลงนั้น เพราะท่านรู้ว่าเป็นโฉนดอยู่ แต่ท่านบอกเป็น สปก. เป็นที่นิคมสร้างตนเอง หรือ น.ส. 3 ก. หรือไม่ ตรงนี้เจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้นที่จะทราบ พวกตนไม่มีทางทราบได้ และที่ท่านบอกว่าตรวจสอบแล้วผิดไม่มีที่มาที่ถูกต้อง ถ้าจำเป็นต้องเพิกถอนก็ต้องเพิกถอนเรายินดีปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว เหมือนกรณีที่ดินอัลไพน์ หากตรวจสอบแล้วเจ้าของได้มาโดยสุจริตเขาก็มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย กรณีที่ดินเขาใหญ่ก็เช่นกัน
ส่วนที่ท่านบอกว่าเป็นเพราะตนเป็นมท. 1 คนใหญ่กว่าถึงจะตรวจสอบได้นั้น ตนคิดว่าเป็นใครก็แล้วแต่ แม้แต่นายกฯก็ใหญ่ยังถูกตรวจสอบ แต่ตรวจสอบแล้วต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ตอนนี้ท่านได้ทำลายบรรยากาศการลงทุนของธุรกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เขาใหญ่โดยสิ้นเชิงแล้ว ทุกอย่างหยุดนิ่งหมดคนเดือดร้อนที่สุดคือพี่น้องประชาชน
ที่ท่านพูดมาเรายินดีให้ตรวจสอบ และยินดีที่จะน้อมรับการตรวจสอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ แต่อย่าเพิ่งไปกล่าวหาว่าตรงนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะวิธีการที่ได้มาเราได้มาโดยสุจริต

