หน้าแรก การเมือง เดือดกลางดึก ...

เดือดกลางดึก สหัสวัต อัด อิ๊งค์ ตั้งรมต.มีคดีค้ามนุษย์ สุชาติ สบถแรง ถามกลางสภา ไหนใครพูด

25.03.25 | 01:55 น.

‘สหัสวัต’ งง ‘นายกฯ’ ตั้ง ‘รมช.พาณิชย์’ ทั้งที่มีคดีค้ามนุษย์ ค้างใน ป.ป.ช. ถาม เพื่อแลกดีลนำตัวเองเข้าสู่ตำแหน่งหรือไม่

เมื่อเวลา 23.59 น. วันที่ 25 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะ จำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ

เวลา 23.59 น. นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตำแหน่งรัฐมนตรี ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากของประเทศ เพราะเป็นผู้ที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในด้านต่างๆ จึงจำเป็นต้องเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ ที่ตรงกับกระทรวงเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่สิ่งที่พื้นฐานยิ่งกว่านั้น คือคนที่เป็นรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่เคยต้องคดีร้ายแรง ไม่มีพฤติกรรมประพฤติชั่วอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การแต่งตั้งรัฐมนตรี ต้องมีการคัดกรองคุณสมบัติของคนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง ว่ามีคดีหรือพฤติกรรมใดๆ ที่ส่อไปในทางที่ดูแล้วเป็นคนที่มีพฤติกรรมทุจริต คอรัปชั่น เรียกรับผลประโยชน์ ทำตัวเป็นเจ้าพ่อมาเฟีย เอื้อพวกพ้อง หรือไม่

จากนั้น นายสหัสวัต ได้อธิบายขั้นตอนในการแต่งตั้งรัฐมนตรี ซึ่งสุดท้ายนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ที่ใช้ดุลยพินิจรับรองคุณสมบัติ และรับผิดชอบต่อรัฐมนตรีที่ตัวเองแต่งตั้งขึ้นมา เพราะสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะนำประวัติพวกนี้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนพิจารณาเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะทำหนังสือให้มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

Advertisement

นายสหัสวัต มองว่า เรื่องนี้คนที่ควรเข้าใจ และเจ็บปวดฝังลึกที่สุด ควรจะเป็นพรรคเพื่อไทยเอง เพราะตอนที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เพราะมาจากการตั้งรัฐมนตรี ที่ขาดคุณสมบัติ จนโดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้แต่งตั้งเข้ามาต้องหลุดจากตำแหน่ง แม้ขณะนี้ทางรัฐบาล จะมีการปรับกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติข้าราชการการเมือง รวมถึงรัฐมนตรีให้เข้มงวดขึ้นมาก แต่หากดูตามแบบฟอร์ม จะเห็นว่า ต้องมีการส่งหนังสือเวียน ในการจะตั้งข้าราชการเมืองขึ้นมาจำเป็นต้องสืบประวัติจาก 7 หน่วยงานทั้ง ศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลต.  ปปง. ปปส. ปปช. เพื่อพิจารณาว่าคนที่จะตั้งมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น มีความเสี่ยงที่จะผิดคุณสมบัติหรือไม่ รวมถึงมีการให้คณะกรรมการกฤษฎีกา เข้ามาช่วยดูคุณสมบัติของรัฐมนตรีด้วย

ดังนั้น ช่วงที่มีการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางสาวแพทองธาร จึงได้ยินว่า มีการคัดกรองคุณสมบัติรัฐมนตรีที่เข้มงวด จนทำให้แคนดิเดตหลายคนต้องหลุดจากโผ จนเมื่อไม่นานมานี้ ทาง ครม. ส่งหนังสือคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ช่วยตีความคุณสมบัติของรัฐมนตรี เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และมาตรฐานจริยธรรมว่า ควรต้องมีขอบเขตอย่างไร ให้ทางศาลรัฐธรรมนูญให้คำจำกัดความให้ โดยศาลรัฐธรรมนูญก็ปัดตก พร้อมมองว่า คำร้องนั้นเป็นการหารือ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย  และการแต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งนั้น เป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องรับผิดชอบต่อคุณสมบัติรัฐมนตรีที่เสนอชื่อขึ้นมา

ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วย กับการที่ ครม.จะไปยื่นถามศาลรัฐธรรมนูญ เปิดโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญมาใช้อำนาจแทรกแซงฝ่ายบริหาร แต่ตนจะเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การตั้งรัฐมนตรีที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์นั้นสำคัญ และต้องเป็นดุลยพินิจโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ที่จะคัดกรองคนให้เหมาะสม เพราะนายกรัฐมนตรีจะต้องมาเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหารประเทศ

แต่หากเรื่องพื้นฐานว่า รัฐมนตรีที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นอย่างไร แล้วยังต้องถามศาลรัฐธรรมนูญอีก ดุลยพินิจของท่านคงจะมีปัญหา เพราะถ้าแค่เลือกคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แยกแยะผิดชอบชั่วดียังทำไม่ได้ คงไม่ต้องถามหาถึงดุลยพินิจในเรื่องอื่นๆ อย่างการบริหารประเทศแล้ว

ผมขอพูดตรงนี้เลยว่า เพราะความไม่มีวิจารณาณในการจะตัดสินใจเองได้ว่า คนแบบไหน ควรตั้งไม่ควรตั้งมาเป็นรัฐมนตรีของท่าน เป็นการลดทอนอำนาจของฝ่ายบริหาร ท่านกำลังลดทอนอำนาจตัวเอง แล้วเปิดช่องให้องค์กรอิสระที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน มาแทรกแซงหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่พ่อนะครับ ที่จะต้องไปถามทุกเรื่อง ขออนุญาตทุกสิ่ง แล้วท้ายที่สุด แม้ปากจะบอกว่าคัดเลือกกันเข้มงวด แต่สุดท้ายนายกรัฐมนตรีแพทองธารคนนี้ ก็ยังตั้งรัฐมนตรีขึ้นมาคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีคดีร้ายแรง อยู่ใน ป.ป.ช. ให้เข้ามารับตำแหน่งอยู่ในรัฐบาล”

นายสหัสวัต ชี้ว่า ลำพังการแค่มีคดี ที่หากเป็นข้อพิพาททั่วไป ก็คงเข้าใจได้บ้าง คดีที่รัฐมนตรีคนนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีตั้งเข้าไป ดันไปพัวพันคือคดีร้ายแรงอย่างคดีค้ามนุษย์ และยังมีชื่อว่าเป็นตัวการหลัก ในการเรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการที่ส่งแรงงานไทยเป็นเหยื่อค้ามนุษยในต่างประเทศด้วย ยิ่งไปกว่านั้น คดีนี้ไม่ได้เป็นแค่ข้อกล่าวหาธรรมดา แต่มีหลักฐาน และการสืบสวนกันมาอย่างยาวนาน

นายสหัสวัต กล่าวอีกว่า แน่นอนว่าในทางกฎหมาย เราต้องถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด และรัฐมนตรีคนนี้ ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แต่รัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ เราจึงต้องคำนึงถึงคุณสมบัติที่เข้มงวดกว่าคนทั่วไป ยิ่งเห็นว่าไปพัวพันคดีร้ายแรงระดับอาชญากรรมข้ามชาติ ก็ต้องพิจารณากันละเอียด นายกรัฐมนตรีแพทองธารย่อมทราบแน่นอน เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีมติส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อสอบสวน ตั้งแต่ต้นปี 2567 แล้ว ดังนั้น ย่อมเห็นว่ามีคดีนี้อยู่ในประวัติที่ทาง สลค. ส่งมา

“เมื่อเห็นคดีนี้แล้ว อย่างน้อยก็ควรเอะใจบ้าง เพราะเรื่องนี้ก็มีข่าวออกเต็มไปหมด ไม่ต้องใช้ความพยายามในการขุดหา ไม่ต้องใช้ท่าอภินิหารใดๆ ในการค้นหาเลย และหากท่านพอจะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ก็ไม่ได้ยากอะไรเลย ใช้อำนาจในฐานะนายกฯ เพียงนิดเดียว ให้ สลค. ช่วยหาสำนวนคดีใน ป.ป.ช. เข้ามาพิจารณาร่วมก็ได้ หรือประสานความร่วมมือระหว่างประเทศไปถามเรื่องนี้กับทางฝั่งฟินแลนด์ก็ได้”

เรื่องทั้งหมดนี้ จึงน่าแปลกใจมาก เพราะกับกรณีนายคนนี้ ตนอยากถามว่า เขาใหญ่มาจากไหน ทำไมจึงยังตั้งใจแต่งตั้งให้บุคคลเช่นนี้ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ ในขณะที่คนอื่น หากมีข้อที่ไม่แน่ใจ ก็หลุดโผกันไปหมด เว้นเสียแต่ว่า เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีตั้งใจตั้งคนแบบนี้ขึ้นมา เพราะมีดีลทางการเมือง ที่ต้องตั้งคนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าไปเป็นรัฐมนตรี จึงจำเป็นยอมหลับตาข้างหนึ่งตั้งคนเช่นนี้เป็นรัฐมนตรี โดยไม่สนว่าในอดีตเขาจะทำอะไรไว้ ทำร้ายประชาชนมามากแค่ไหน ขอให้ได้ตั้งคนของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อทำตามดีลก็พอ และถ้าข้อสันนิษฐานของตนเป็นจริง การที่ท่านบอกว่าปิดสวิตช์ 3 ป.ได้แล้ว ก็จะเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงไปในทันที “กลายเป็นว่า ป.เดียว นี่แหละที่ปิดสวิตช์ท่าน”

จากนั้น นายสหัสวัต ได้ไล่เรียง ปัญหาแรงงานที่ไปเก็บผลไม้ที่ยุโรป ซึ่งตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ตั้งแต่กระบวนการ ในชีวิตความเป็นอยู่ และอาหาร โดยตั้งคำถามว่า หากดูสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยกลุ่มนี้ ที่ถูกหลอกให้ไปเป็นแรงงานทาส ลำบากเสี่ยงชีวิตในต่างประเทศ และหนึ่งในคนที่สมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้ ก็คือรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตีตั้งขึ้นมากับมือแล้ว เป็นอย่างไร เพราะหนักไปกว่านั้น คือยังมีการบีบบังคับให้พี่น้องคนไทยของเราต้องทำงาน ไม่ว่าจะเป็นข่มขู่ โดยนำภาระหนี้สินจากที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อนมาผูกมัดไป เอาค่ากินค่าอยู่ ค่าน้ำมัน ค่ารถ ทุกอย่างมาเป็นหนี้ให้ต้องทำงานใช้เพิ่ม จนสุดท้าย เขาต้องอดหลับอดนอน เก็บเบอรี่หลังขดหลังแข็ง บนสภาวะอากาศหนาวเย็นถึงกระดูก แต่ไม่ได้รับเงินตามที่ไปบอกเขาไว้ ทำไปก็ถูกหักเงินไป ไม่ต่างอะไรกับการทำงานฟรี บางคนไปก็มีหนี้ กลับมากลายเป็นหนี้เพิ่ม ถูกหลอกทั้งขึ้นทั้งร่อง นอกจากนั้น หลายคนยังถูกยึดพาสปอร์ต เอกสารสำคัญเอาไว้อีก ด้วยการอ้างว่า จะดูแลให้ กลัวเอกสารเสียหาย จะกลับบ้านก็ไม่ได้ เลิกทำก็ไม่ได้ ทำให้เหมือนถูกจับเป็นทาสสมัยใหม่ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น และคนที่มีหน้าที่ปกป้องแรงงานไทย กลับไปมีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดเรื่องราวที่ทำร้ายแรงงานไทยอย่างถึงที่สุด

นายสหัสวัต อย่างเปิดเผยถึงข้อมูลจากคนที่ได้ไปเยี่ยมเยือนแรงงานเหล่านั้นว่า ตอนนั้น ตนก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมแทนที่รัฐมนตรีแรงงานในตอนนั้น ถึงไม่ยอมเอ่ยปากปกป้องสิทธิของพี่น้องแรงงาน แต่กลับยอมปกป้องเอกชนถึงขนาดยอมบิดเบือนข้อเท็จจริงกลางสภาแห่งนี้ แต่เมื่อดีเอสไอเจอเส้นทางการเงินของขบวนการค้ามนุษย์ในฟินแลนด์ ซึ่งปัจุบันส่งคดีอยู่ใน ป.ป.ช. โดยพบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในตอนนั้น เรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการรค้ามนุษย์ จึงเข้าใจว่า ทำไมนายคนนี้ ต้องออกมาโกหกหน้าตาย ก็เพื่อปกป้องชามข้าวของตัวเอง เพราะรัฐมนตรีที่ท่านตั้งขึ้นมานี้ เป็นคนไปหักหัวคิวเขามา 

นายกรัฐมนตรีแพทองธารต้องทราบ เพราะเมื่อท่านเห็นแล้วว่านายคนนี้มีคดีที่ใหญ่ขนาดนี้อยู่ใน ป.ป.ช. ท่านจะต้องหาทางสืบสวนต่อ หรือสอบถามต่อบ้าง ท่านจะหนีความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ และทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ทั้งรู้แบบนี้ ท่านก็ยังกล้าที่จะตั้งคนแบบนี้มาเป็นรัฐมนตรี จากที่พล.อ.ประยุทธ์ ให้พี่น้องแรงงานรับกรรมก็หนักแล้ว คราวนี้นายกฯแพทองธารก็ให้ผู้ประกอบการมารับกรรมต่ออีก มีดีลอะไรที่สำคัญนักหนา จนทำให้ท่านต้องตัดสินใจทำแบบนี้

นายสหัสวัต ยังเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนคดีข้างต้น ก่อนชี้ให้เห็นว่า นี่คือชีวิตคน แต่กลับมีการต่อราคากันเป็นกางเกงยีนส์มือ 2 คนนึงก็เป็นรัฐมนตรีแรงงาน อีกคนก็เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงาน อยู่มาตั้งไม่รู้กี่ปี แต่ไม่มีจิตสำนึกด้านแรงงานเลย เห็นพี่น้องแรงงานเป็นวัตถุเป็นสินค้า ที่จะต่อรองราคาเอาตามใจยังไงก็ได้แบบนี้ไปหมด ท่านนายกรัฐมนตรียังตั้งกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีก

นายสหัสวัต ยังเปิดเผย ภาพทั้งแชต และรูปกล่องสินบน รวมสำนวนคำให้การที่ทางฟินแลนด์ส่งมาให้ทางการไทย และถูกนำส่งให้ป.ป.ช.ไปแล้ว เพื่อย้ำว่า เป็นไปไม่ได้ที่นายกรัฐมนตรีจะไม่รู้เรื่องนี้ คนที่นายกรัฐมนตรีตั้งมาเป็นรัฐมนตรีคนนี้ ยังมีความเป็นคนเหลืออยู่อีกหรือไม่ ตัวเองมานั่งฟังความเจ็บปวดของพี่น้องแรงงานในสภา แต่ไม่มีแม้แต่ความละอายที่จะตอบว่า จะดูแลพี่น้องแรงงาน แต่กลับโกหกหน้าตาเฉยแก้ต่างให้พวกพ้อง ใส่ร้ายว่าพวกตนทำให้คนไม่อยากทำงาน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้กำกับดูแล หรือรับผิดชอบต่อรัฐมนตรีที่ตัวเองตั้งเลย อย่างเรื่องประกันสังคม ที่คนในประเทศให้ความสนใจ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไม่มีความกล้าหาญ ที่จะออกมาพูดอะไรสักคำ เงียบ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีคอมเมนต์ หรือเพราะท่านต้องปกป้องคนแบบนี้ เพราะดีลที่ท่านได้ทำไว้ ท่านกำลังแลกประเทศนี้ กับการที่ตั้งคนๆ นี้ มาเป็นรัฐมนตรี เงินภาษี เงินผู้ประกันตนไม่รู้กี่หมื่นล้านที่ต้องหายไป ท่านก็ไม่สนใจ เพียงเพราะว่าท่านต้องการจะปกป้องคนสำคัญคนนี้ไว้ใช่หรือไม่

และหากทางฝั่งรัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้ ตนอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยเป็นคนมาชี้แจง เพราะตนไม่อยากฟังอะไรจากปากคำนายคนนี้แล้ว ตนถือว่าบุคคลคนนี้เป็นโมฆะบุรุษไปแล้ว ที่ที่นายคนนี้ควรไปชี้แจง มีแค่ในศาลเท่านั้น ท่านต้องแต่งตั้งให้คนที่เป็นตัวการเรียกเงินสินบนจากขบวนการค้ามนุษย์ ทำตัวเป็นนายหน้าให้ขบวนการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนี้ เรื่องร้ายแรงที่คนทั้งโลกไม่ยอมรับ เรื่องที่ถ้าเป็นแบบนี้ ทั้งโลกเค้าเรียกว่าอาชญากร แล้วทำไมท่านจึงจะต้องยอมเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับคนแบบนี้ เอาตำแหน่งตัวเองไปเป็นประกัน คนๆนี้ไม่มีผลดีอะไรกับท่านเลย แต่ที่ท่านต้องตั้งเพียงเพราะว่ามันคือข้อตกลง เพื่อให้ท่านได้เข้าสู่อำนาจ หรือเพราะว่านายกรัฐมนตรีไปเห็นความเก่งกาจด้านการค้ามนุษย์ จึงเอาเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ดูแลการค้าของประเทศไทยหรือ

จากนั้นเวลา 00.50 น. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (พท.) ใช้สิทธิประท้วง หลังนายสหัสวัตอภิปรายพาดพิงถึงการคัดกรองรัฐมนตรีเข้มงวดของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร จนแคนดิเดตหลุดโผ หลุดเพราะกังวลเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งหลายคนหลุดโผ และนายชาดาก็เคยตกเป็นจำเลยในคดีจ้างวานฆ่า แม้ศาลฎีกายกฟ้องก็กังวลจนหลุดโผ ว่า ที่บอกว่าส่อแวววืดนั้น ไม่ได้วืด แต่ปฏิเสธ ไม่เป็นรัฐมนตรีเพื่อความสบายใจของนายกรัฐมนตรี

ต่อมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจง กรณี นายสหัสวัต อภิปรายพาดพิงว่า นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ตั้งรัฐมนตรีที่มีคดีความค้ามนุษย์ ค้างอยู่ในป.ป.ช. โดยระบุว่า “ผมจะกลับบ้านแล้ว แต่มานั่งฟังละครน้ำเน่า ไหนคนที่พูดอยู่ไหนให้นั่งด้วย ขอให้นั่งฟัง ให้หันหน้ามาด้วย” ทำให้ถูกประท้วงจาก ส.ส.พรรคประชาชนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทักท้วงขอให้พูดกับประธานและไม่ต้องชี้หน้า

จากนั้น นายสุชาติ ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับนายกฯ ทั้งนี้กรณีที่ตนมีคดีความกับ ดีเอสไอ หรือ ป.ป.ช.ต้องมีมารยาทอภิปรายในสภา ต้องรู้ญัตติ ที่ด่าตนชั่วเลว ตนเกิดมาไม่เคยเจอ แต่เพิ่งเห็น ส.ส.ชลบุรีชั่วเลว ก็วันนี้

นายสุชาติ ชี้แจงด้วยว่า ตนไม่เคยอยู่ในกระบวนการค้ามนุษย์ และรับเงิน ทั้งนี้ตนกล้าพร้อมรับการตรวจสอบทั้งหมด ทั้งนี้ที่บอกว่ามีการฟ้องร้องจากแรงงาน พบว่าแรงงานที่ไป 3,900 คน พบคนที่มีปัญหาประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นคนใหม่ฟ้องร้องตามกฎหมายแรงงานที่ฟินแลนด์ อย่างไรก็ดีคนที่ไปทำงานต้องมีสัญญา อย่าโง่ อย่างไรก็ดีโควตาการส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าออกโดยสถานทูตฟินแลนด์โดยกระทรวงแรงงานเป็นแค่ตัวกลางเพื่อป้องกันการแรงงานไทยกลับมาแล้วเป็นหนี้เท่านั้น

ที่บอกว่ามีเงินใส่กล่องมาให้ผม และบอกว่านางทุเรียนซัดทอดนั้น ผมตามหานางทุเรียนมานาน ต้องการถามว่าที่ให้การซัดทอดแบบนั้นเพราะอะไร ทั้งนี้ที่บอกว่าผมเลว ผมชั่ว ผมไม่เคยเห็นส.ส.ชลบุรีเลวเท่า ไอ้ห่าที่บอกว่าชั่วเลว อาชญากร คนที่เป็น ส.ส.ต้องมีวุฒิภาวะ การศึกษา ทุกอย่างพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม” นายสุชาติ อภิปราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการชี้แจงของนายสุชาติและหลุดคำพูดว่า ไอ้ห่านั้น มีส.ส.พรรคประชาชนประท้วงและให้ถอนคำพูด ซึ่งนายสุชาติยอมถอนคำพูดดังกล่าว