หน้าแรก การเมือง รอมฎอน เสียงส...

รอมฎอน เสียงสั่น อัด นายกฯ ดีลปีศาจแลกประชาธิปไตย ไม่จริงจังแก้ปัญหาชายแดนใต้

25.03.25 | 07:12 น.

รอมฎอน เสียงสั่น อัด นายกฯ ดีลปีศาจแลกประชาธิปไตย ไม่จริงจังแก้ปัญหาชายแดนใต้ ซัดเจตจำนงรุ่นลูกลดลงจากรุ่นพ่อจนน่าตกใจ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะ จำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ

ต่อมาเวลา 01.30 น. นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) ลุกขึ้นอภิปรายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือภายหลังอภิปรายต่อจาก น.ส.ศศินันท์ ว่า ดีลปีศาจแลกประชาธิปไตยทำให้ตนไม่สามารถไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป เพราะนอกจากประชาธิปไตยสิทธิเสรีภาพที่เธอ คนของเธอ บิดาของเธอ หรือใครก็แล้วแต่ตัดสินใจแลกมันไป เหมือนกับที่ปัตตานีเราก็เห็นภาพของการแลกมันไป แทนที่จะบรรลุถึงสันติภาพ ยุติความรุนแรงให้ความปลอดภัยกับประชาชน มีพื้นที่ทางการเมืองเพิ่มขึ้น

นายรอมฎอน กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนจึงขอกล่าวหาว่าน.ส.แพทองธาร ไม่มีคุณสมบัติ ไม่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร ขาดภาวะผู้นำอย่างร้ายแรง ขาดวุฒิภาวะอย่างร้ายกาจ ที่สำคัญคือขาดความรู้ความสามารถในการที่จะดำรงตำแหน่งที่สำคัญตำแหน่งนี้ได้อีกต่อไป นอกจากนั้น ยังขาดเจตจำนงที่แน่วแน่มั่นคงในการบริหารราชการ และยังทำให้เสียโอกาสของประเทศในด้านต่างๆ ไม่แยแสต่อปัญหาที่ประชาชนเผชิญ ไม่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวที่จะทำให้รัฐบาลพลเรือนมีบทบาทนำในการแก้ปัญหาสำคัญของชาติ ต้องเกรงใจบรรดาอำนาจมืดและกองทัพต่างๆ ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนภาคใต้ต้องหยุดชะงัก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญและเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี แม้จะผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว และปัญหานี้ก็เกิดในสมัยของคุณพ่อท่านนายกฯ

นายรอมฎอน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ มีความพยายามที่จะมอบความไว้วางใจให้คนของตระกูลชินวัตรแก้ปัญหาเรื่องนี้มาหลายรุ่นแล้ว จรกระทั่งมาถึงรัฐบาลของน.ส.แพทองธาร โดยในรุ่นลูกก็ไม่ได้มีการแยแสและใส่ใจมากพอ ซึ่งเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีแนวโน้มความรุนแรงหวนกลับมาคืนอีกครั้งในช่วงปี 2567 ในรัฐบาลชุดนี้ ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ โดยใน 22 ปีงบประมาณนี้ เราใช้งบประมาณไปแล้ว 5.6 แสนล้านบาท ย้ำว่าสิ่งที่นายกฯ กำลังทำอยู่นี้ทำให้แนวโน้มความรุนแรงหวนกลับมา จะทำให้ผู้คนในพื้นที่ภาคใต้รู้สึกไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น

Advertisement

นายรอมฎอน กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าเราต้องใช้การเมืองนำการทหาร แต่ต้องเป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยนำ ไม่ใช่การเมืองนำการทหารเหมือนที่เคยใช้ในอดีต ฉะนั้น จึงต้องการความมุ่งมั่นและความตั้งใจ ความกล้าหาญของรัฐบาลพลเรือนที่จะริเริ่มเพื่อที่จะปูหนทางไปสู่การหาทางออกจริงๆ โดยเราต้องดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีความหมายแทนที่จะไปปราบหรือใช้กำลัง ไปพร้อมกับการฟื้นฟูและคืนความยุติธรรม

นายรอมฎอน กล่าวอีกว่า หากอยากสร้างสันติภาพจริงๆ เราต้องอาศัยการนำที่แน่วแน่ ทั้งนี้ การจะอำนวยความยุติธรรมให้กับคดีตากใบเป็นเรื่องที่ยาก แม้เราจะใช้ทุกกลไกแล้วเพื่อทำให้โศกนาฏกรรมเหล่านั้นได้รับการยอมรับ สูญเสียเหล่านั้นได้รับการเห็นหัว เพื่อพิสูจน์ว่าประชาชนสามารถไว้วางใจอำนาจรัฐได้อยู่ อย่างไรก็ตาม คดีตากใบถือเป็นบทเรียนว่าหากไม่มีการปลดล็อก จะทำให้มีคนที่รู้สึกว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก นี่จึงเป็นภารกิจที่หนักหน่วงของเราและนายกรัฐมนตรีที่จะต้องมีแนวทางการเมืองที่แน่วแน่ มั่นคง ฉีกออกไปจากวงจรความรุนแรงเหล่านี้ และเจตจำนองเหล่านั้นมีแต่นายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่จะต้องยืนกรานให้กับพวกเรา

นายรอมฎอน กล่าวว่า นอกจาก ความไม่จริงจัง ต่อการฟื้นฟูความยุติธรรมแล้ว ตนยังเห็นว่า รัฐบาลพลเรือนที่นำโดยนายกฯ แพทองธาร ยังอ่อนแอปลวกเปียก ยังไม่นับรวมไปสู่การปฏิรูปกองทัพ การมุ่งไปสู่การปฏิรูประบบยุติธรรมต่างๆ ที่เราไม่ได้เห็นในรัฐบาลชุดนี้ หากเปรียบเทียบกับรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน หรือเพื่อไทยในอดีต เราอาจจะต้องตกใจเพราะเจตจำนงของรัฐบาลรุ่นลูกนั้นลดลงอย่างน่าเหลือเชื่อ คนทำให้ตนเชื่อว่าการที่เข้าสู่อำนาจที่ต้องตระบัดสัตย์ และต้องทำดีลกับผู้มีอำนาจเหล่านั้น ต้องแลกกับการพยายามลดธงต่างๆ หรือไม่ รวมถึงการยกเลิกกฎอัยการสึกด้วย ที่เกิดขึ้นในยุคของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในรัฐบาลนี้ก็ยังมีการประกาศใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง

“แนวทางการเมืองแบบประชาธิปไตยเราต้องการรัฐบาลพลเรือนที่เข้มแข็ง มุ่งมั่นและต้องถือธงนำในการแก้ปัญหา แต่ลูกสาวของนายทักษิณที่แทนที่จะใช้โอกาสนี้ในการไถ่บาปให้พ่อ ก็ไม่ได้ทำ แต่สภาวะลูกผีลูกคนเช่นนี้ ไม่มีใครที่จะรับผิดชอบโดยตรงเลย หรือต้องปล่อยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก เราจะอยู่กันเช่นนี้จริงหรือ นั่นทำให้ผมไม่อาจไว้วางใจนายกฯ แพทองธารให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ อยากให้เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะที่มาจากชายแดนภาคใต้ให้ยกมือไม่ไว้วางใจนายกฯ แพทองธาร ด้วย” นายรอมฎอน กล่าว