หน้าแรก การเมือง อิ๊งค์ โต้ พ่...

อิ๊งค์ โต้ พ่อตัดสินใจกลับเอง ไม่ได้มีดีลปีศาจตั้งรบ. ลั่น ทักษิณ รู้จักความอยุติธรรมดีที่สุด

25.03.25 | 17:27 น.

อิ๊งค์ แจงปมชั้น 14 ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ยันไม่มีอำนาจแทรกแซง ขรก.วอนอย่าด้อยค่า ลั่นไม่จริง 100% ทักษิณ ได้กลับมา เพราะดีลปีศาจ ย้ำเป็นตัวท็อป จากความอยุติธรรม

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพิเศษ เป็นวันที่ 2 มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะ จำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ

จากนั้นเวลา 15.40 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ขึ้นชี้แจงว่า เราได้ผ่านการอภิปรายมาแล้ว 1 วัน สื่อมวลชนมาถามตนเมื่อเช้าว่ามีฝ่ายค้านฝากมาอยากให้ตนพูดยาวๆ หน่อย ซึ่งก็พยายามชี้แจงในสาระที่สำคัญ เพื่อที่จะใช้เวลาของสภาให้คุ้มค่าที่สุด และอีกเหตุผลหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือ หลายๆ ท่านที่อภิปรายไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มี.ค. หลายคนอภิปรายในเรื่องของคนอื่น หรืออภิปรายในเรื่องของรัฐบาลชุดอื่น ตนก็เลยไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไรดี

ที่ผ่านมามีสมาชิกอภิปรายในเรื่องของการครอบครองที่ดินของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ซึ่งมีรัฐมนตรีและกรมที่ดินได้ชี้แจงในเรื่องของการออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย บริษัทของครอบครัวตนทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดในการเข้าประกอบกิจการโรงแรมทุกอย่างเป็นไปด้วยความถูกต้อง เช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้นริมถนนธนะรัชต์ ซึ่งหาไม่ยาก

ขอสรุปว่า การครอบครองที่ดิน การประกอบกิจการ การทำธุรกรรมใดๆ ของครอบครัวและกิจการของครอบครัวตนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

Advertisement

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนที่สมาชิกฝ่ายค้านอภิปรายในเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลได้ปฏิบัติการและทำไปไกลกว่านั้นเยอะแล้ว ซึ่งก็แก้ปัญหาไปได้ไกลมากพอสมควร แต่ก็ถือว่าดี เป็นประโยชน์ในการที่ท่านช่วยสรุปข่าว ทั้งนี้ การแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์เราทำมาตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มีการประสานมือ ประสานงานประสานแรงกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา จีน กัมพูชา ที่ช่วยกันในการปราบตัดไฟ

ในเรื่องของการตัดน้ำมัน ตัดสัญญาณเน็ต มีคำชมจากประเทศจีนทันทีที่ตนไปเจอว่าตัดสินใจเด็ดขาดมาก และดำเนินการเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้คำชมจากท่านสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจกับคนไทยทุกคน จีนได้มีการสนับสนุนในเรื่องของข้อมูลการข่าวต่างๆ

วันนี้พูดได้ว่าปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดมาจากความร่วมมือของทุกๆ ประเทศที่เราขอความร่วมมือ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อเกิดวิกฤตที่คล้ายกันในประเทศเพื่อนบ้านก็ให้ความร่วมมือกับเราอย่างเต็มที่ในเรื่องของการซีลชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก การซีลชายแดนเป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากเพื่อนบ้านจริงๆ หาเราทำเองประเทศเดียวก็จะเกิดความขัดแย้ง

น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงดีอีได้จัดตั้งศูนย์เอโอซี 1441 ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยการรับแจ้งเหตุจากพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 100 คู่สาย ได้ระงับบัญชีม้าไปแล้ว 1.92 ล้านบัญชี มีระบบติดตามบัญชีที่มีการทำธุรกรรมทางเงินผิดปกติ ยกระดับการตรวจสอบการเปิดบัญชีใหม่ให้มีการตรวจสอบประวัติมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันในอนาคตที่จะเปิดบัญชีม้าได้ยากยิ่งขึ้น ต้องมีการพิสูจน์ตัวตน แสดงตัวตน

ทำให้การสร้างบัญชีม้าใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของซิมม้าเราได้กวาดล้างไปแล้วถึง 2.4 ล้านเลขหมาย มีการระงับซิมต้องสงสัยที่มีการใช้งานแบบผิดปกติ ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนอีก 2.8 ล้านเลขหมาย

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นอกจากนี้ได้ตรวจสอบผู้ที่ใช้โมบายแบงกิ้งลงทะเบียนเมื่อ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 3.176 ล้านเลขหมาย หากไม่มายืนยันตัวตนก็ไม่สามารถใช้โมบายแบงกิ้งได้ ซึ่งตั้งแต่มีมาตรการจริงจัง ตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต การแจ้งคดีอาชญากรรมออนไลน์ทั้งหมดของประเทศไทยลดลงถึง 20%

โดยเฉพาะคดีคอลเซ็นเตอร์อย่างเดียวลดลงถึง 67% ความเสียหายของประชาชนลดลงถึง 50 กว่าเปอร์เซ็นต์จาก 100 กว่าล้านบาทเหลือ 50 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่น่าพอใจ รัฐบาลจะทำให้เข้มข้นขึ้น สิ่งที่กำลังทำและเร่งรัดอยู่และเข้าคณะรัฐมนตรีไปแล้วเกือบ 2 เดือน คือมีการร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า ในส่วนของดิจิทัลวอลเล็ตซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล แน่นอนว่าเรือธงนี้กำลังเผชิญมรสุมการคัดค้านจากหลายองค์กร แน่นอนว่ารัฐบาลรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เหล่านี้ สิ่งที่เป็นนโยบายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกจริงๆ เราคุ้นชินกันอยู่แล้วเพราะเราเป็นคนริเริ่มอะไรใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์

เราพยายามประคับประคองเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นในสองรอบแรกเราจำเป็นต้องแจกเป็นเงินสด แม้จะถูกมองว่าไม่ตรงปก แต่ยืนยันว่าตรงเป้าแน่นอน ในส่วนของรอบที่สามที่กำลังจะมาถึงเป็นดิจิทัลวอลเล็ตแบบเต็มรูปแบบ มีการพัฒนาระบบซึ่งจะมีการทดลองใช้ให้ถูกต้อง รัดกุมอย่างดี จะมีการเริ่มต้นจากเยาวชน 16-20 ปี ซึ่งมีพลังในการบริโภค มีความตื่นตัวทางเทคโนโลยีเรียนรู้รวดเร็ว จะเป็นกำลังสำคัญในการเรียนรู้ระบบต่างๆ ให้กับคนในบ้าน

เป้าหมายระยะยาวของนโยบายนี้คือการยกระดับสังคมไทยเป็นสังคมดิจิทัล ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าภายในหนึ่งวาระของรัฐบาลนี้จะเกิดผลเป็นรูปธรรม ปกก็ตรง เป้าก็โดนแน่นอนค่ะ เศรษฐกิจที่วิกฤตต่อเนื่องมาเป็น 10 ปี ถ้าทำแบบเดิม ไม่มีวิธีการใหม่ๆ ก็จะเป็นโอกาสที่เราจะพัฒนาได้ยาก ดังนั้นต้องมีการอัพเดตวิธีใหม่ๆ แนวเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยต้องควบคู่กัน

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ในส่วนของเรื่องชั้น 14 ทราบว่าสมาชิกฝ่ายค้านที่อภิปรายเรื่องนี้ ซึ่งกับตนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะท่านก็เคยไปมีความเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ภูเก็ต แต่อย่างไรตนก็เชื่อมั่นว่าท่านคงไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นมาอภิปรายตนในวันนี้ด้วยรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รมว.ยุติธรรมได้พูดไปหมดแล้ว

ตนอยากจะขอชี้แจงประเด็นในฐานะลูกสาวคนหนึ่ง เพราะตั้งแต่คุณพ่อกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยจนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาลชั้น 14 ตนยังไม่ได้เป็นนายกฯ เลย จึงไม่อยากให้ท่านอภิปรายให้เกิดความสับสนเหมือนกับว่าตนเป็นนายกฯ แล้วมีอำนาจสั่งข้าราชการหรือสั่งใครๆ ใดๆ ตนเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอนนั้น ไม่มีอำนาจใดๆ เลย และในเรื่องของความถูกต้องและกฎระเบียบ ต่อให้อยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม ทุกคนมีหน้าที่รักษากฎระเบียบ ก็ต้องทำแบบนั้นต่อ

การจะอภิปรายอะไรแบบนี้ต้องเห็นค่าของผู้ที่รักษากฎหมาย คนที่เป็นข้าราชการด้วย การพูดแบบนี้เหมือนเป็นการด้อยค่าไปด้วยในตัว ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ว่าลูกคนไหนก็ตามที่เห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี ไม่มีใครอยากให้เกิด

“และสถานการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาในรอบ 20 ปีของประเทศเรา ทุกคนทราบดีถึงความยากลำบากที่พี่น้องประชาชนประสบมาในเรื่องของความยุติธรรม ถ้าจะหาใครสักคนที่เผชิญเรื่องของความไม่ยุติธรรม นายทักษิณคือหนึ่งคนท็อปๆ ที่ได้รับความอยุติธรรม

ท่านถูกยึดอำนาจทางการเมืองนอกจากถูกยึดอำนาจทางการเมืองแล้วยังถูกอายัดทรัพย์สิน ถูกลอบสังหารหลายรอบ ตนตอนนั้นอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ทราบว่าคุณพ่อถูกลอบสังหาร แต่สมัยนั้นเครื่องมือสื่อสารไม่ดีเหมือนสมัยนี้ เมื่อเราได้ยินมาเด็กอายุ 18 คนหนึ่งทราบว่ามีคนตั้งใจจะสังหารก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีหรอกค่ะ แต่ในวันนั้นไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินแค่ข่าว ก็ต้องรออีกสักพักหนึ่งถึงจะทราบว่าสรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องลุ้นแบบนี้ไม่ใช่ครั้งเดียว ก็หลายครั้ง เป็นสิ่งที่เกิดความเจ็บปวดในครอบครัว” น.ส.แพทองธารกล่าว

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นอกจากนี้ยังต้องถูกพลัดพรากไปไกลอยู่กันคนละประเทศ พอเวลาผ่านมาสักพักตนก็พยายามที่จะเดินทางไปหาคุณพ่อบ่อยๆ ซึ่งก็จะได้ไม่คิดถึงกันมากจนเกินไป โดยไปมาตลอดจนกระทั่งช่วงโควิดจนท้องลูกคนแรกก็ไปเหมือนเดิมเช่นกัน แต่เดินทางยากนิดนึง ต้องมีการกักตัว การเดินทางยากลำบาก

เมื่อตนบินไปในช่วงนั้นท้อง 6 เดือน ไปอยู่กับท่าน 1 เดือน กลับมา 7 เดือนนั่งเครื่องบินก็เสียน้ำตากันนิดหนึ่ง ไม่รู้ว่าโควิดจะหยุดเมื่อไหร่เพราะตอนนั้นยังไม่มีวัคซีน คนที่บ้านก็เป็นห่วงว่าเราเดินทางท้องโตเราจะติดโควิดหรือไม่ ไม่ทราบว่าโควิดมันแรงหรือเบา ถือเป็นเรื่องที่ตนผ่านมากับครอบครัว

แน่นอนว่าความไม่ยุติธรรมเหล่านี้เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวของเราที่สนิทกันอยู่แล้ว ก็รักกันมากยิ่งขึ้น เราผ่านช่วงเวลาที่ลำบากมาด้วยกัน และเข้าใจซึ่งกันและกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้ตนเติบโตขึ้นมาอย่างมีสติ ทราบว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรไม่ควร และเป็นสิ่งที่ต้องเห็นใจซึ่งกันและกันอยู่เสมอ นี่เป็นสิ่งที่ได้ฝึกฝนตัวเองมา เรื่องความลำบากมีข้อดีที่ซ่อนอยู่ในนั้นเสมอ

“ที่ผ่านมาก็มีสมาชิกกล่าวหาว่าคุณพ่อได้กลับมาเพราะมีดีลกับปีศาจผ่านการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ซึ่ง 100% ไม่ใช่ความจริงเลย นี่เป็นการตัดสินใจของท่านอย่างเต็มรูปแบบว่าจะกลับมา ตนที่รู้จักคุณพ่อก็ไม่อยากให้ท่านกลับมาถ้าต้องติดคุก หรือต้องถูกจำกัดที่ทางดิฉันเป็นห่วง บอกไม่เป็นไรอยู่เมืองนอกก็ได้ เราเจอกันได้ แต่ท่านก็บอกว่าอยากใช้เวลาที่เหลือของท่าน ซึ่งปีนี้ก็ 75 แล้ว อยากใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวที่เมืองไทย อยากอยู่เมืองไทย เพราะชีวิตท่านเติบโตที่เมืองไทยมาโดยตลอด

ท่านมีความรักและห่วงพี่น้องประชาชนอย่างมาก คิดอะไรก็จะคิดเรื่องเศรษฐกิจ คิดให้พี่น้องประชาชน ดิฉันฟังท่านแล้วมีแพชชั่น มีแรงบันดาลใจในการทำงาน เพราะจริงๆ คนเราเจอเรื่องมากมายขนาดนี้ก็ยังคิดเรื่องดีๆ กับคนอื่นได้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องใช้พลังบวกเยอะๆ ในใจดิฉันได้อะไรจากตรงนี้มาพอสมควร แน่นอนว่าในวันนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลจับมือกันสำเร็จ ตั้งรัฐบาลได้ ท่านเองเป็นผู้นำรัฐบาล ส่วนพวกเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ยังไงนายทักษิณก็กลับมาอยู่ดี ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะเป็นรัฐบาลที่จัดตั้งโดยใคร นี่คือเรื่องจริง ตั้งใจแล้วว่าท่านจะกลับมาให้ได้” น.ส.แพทองธารกล่าว

น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งมีขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ที่ตนขอไม่ก้าวล่วง แต่เป็นสิทธิของผู้ที่มีคดีความทุกคน ถ้าจะพูดเรื่องท่านป่วยจริง ป่วยหลอก เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าท่านมีอาการป่วยต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ นี่เป็นสิ่งที่ชัดเจน ถ้าตนจะบอกว่าคุณพ่ออายุ 70 กว่าป่วย

ท่านจะเชื่อดิฉันหรือไม่ ก็ไม่เชื่อ ท่านป่วยจริงๆ 70 กว่าต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งในช่วงที่เป็นโควิดน้ำหนักลดลงไป 10 กว่าโล ทำให้เกิดผมร่วง มีฝ้าที่ปอด ท่านก็คงไม่เชื่อ คน 70 กว่าต้องผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดไม่ได้ง่ายเหมือนคนอายุ 20 กว่า 30 กว่า 40 กว่า ท่านเชื่อไหมคะ ก็ไม่เชื่อ ดังนั้นตนไม่ทราบว่าจะต้องอธิบายแบบไหน แต่ขณะนี้เรามีการยื่นเรื่องตรวจสอบต่อแพทยสภา เชื่อว่าผลสรุปออกมาอีกไม่นานนี้ ถามจากตนไป ท่านก็ไม่เชื่ออยู่ดี ก็ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร

“กระบวนการตรวจสอบนายทักษิณจากหน่วยงานต่างๆ ดิฉันในฐานะลูกสาวย่อมห่วงใย เพราะดิฉันรักคุณพ่อ ดิฉันเป็นแดดดี้ส์เกิร์ล 100 เปอร์เซ็นต์ ในฐานะนายกฯ ดิฉันไม่เคยใช้อำนาจไปแทรกแซงในหน่วยงานไหนเลย อย่าดูถูกข้าราชการไทย อย่าดูถูกระบบกระบวนการข้าราชการไทย ยุคสมัยนี้แล้วทุกอย่างตรวจสอบได้

ดังนั้น ดิฉันไม่เคยแทรกแซงกระบวนการเหล่านี้เลย ตลอดการอภิปรายสมาชิกได้เรียกร้องให้ดิฉันลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเป็นสิทธิของทุกท่านในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทุกท่านทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านทำไม่ได้คือขอให้ดิฉันลาออกจากความเป็นลูกสาวหรือความเป็นแม่ สิ่งนี้ดิฉันลาออกไม่ได้

ดิฉันพร้อมที่จะทำงานให้กับคนทุกกลุ่ม ทุกคน ทุกจังหวัด ทุกที่ เพราะดิฉันสวมหมวกนายกฯของประเทศไทย ดิฉันทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่สุดความสามารถแน่นอน ขณะเดียวกันดิฉันในฐานะของลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ดิฉันพูดคำนี้ด้วยความภาคภูมิใจตั้งแต่ดิฉันสามารถพูดได้ แน่นอนว่าขอให้ทุกท่านดูแล้วพิสูจน์ที่ความสามารถของดิฉัน และความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะนายกฯ หากจะมีการวิพากษ์วิจารณ์อภิปรายใดๆ ขอให้วิจารณ์ในเรื่องของการทำงานเป็นประโยชน์กว่าทั้งต่อสภาแห่งนี้และต่อประเทศของเรา” น.ส.แพทองธารกล่าว