วิโรจน์ลุยสอบต่อ หลัง ปิ่นสาย ชี้ตั๋ว PN นายกฯไม่เลี่ยงภาษี ชื่นชมเศรษฐา โอนหุ้นตรงไปตรงมา
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ผมเพิ่งทราบว่า คุณปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร เพิ่งออกมายืนยันว่า การใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตั๋ว PN ที่ระบุว่าจะชำระเงินเมื่อทวงถาม ไม่มีกำหนดการจ่ายเงินที่ชัดเจน และไม่มีดอกเบี้ยเลยแม้แต่สลึงเดียว ในการซื้อหุ้นจากกงสีมูลค่า 4,434.5 ล้านบาท นั้นไม่เข้าข่ายการหลบเลี่ยงภาษี โดยอธิบดีกรมสรรพากรมองเรื่องนี้ชั้นเดียว โดยปักใจเชื่อว่าเป็นการซื้อหุ้นกันจริงๆ ซึ่งภาษีที่เกี่ยวข้องจะเป็น ‘ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา’ ซึ่งผู้ขายหุ้นจะมีหน้าที่ในการชำระภาษีให้แก่รัฐ โดยไม่ได้พิจารณาเลยว่านี่อาจจะเป็นนิติกรรมอำพราง ที่ใช้การซื้อหุ้นทิพย์ เพื่อตบตาการได้รับหุ้นมาจากการให้ เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่าย ‘ภาษีการรับให้’ ซึ่งแพทองธารในฐานะผู้รับหุ้น จะต้องเป็นผู้จ่ายภาษีการรับให้ (อ้างอิง: https://www.matichon.co.th/politics/news_5108663)
การได้หุ้นมาจากการซื้อเชื่อ โดยไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายเงินค่าซื้อเมื่อไหร่ ภาระดอกเบี้ยก็ไม่ต้องจ่ายเลยสักบาท โดยที่แพทองธาร เพิ่งจะมารับสารภาพต่อสภาว่า จะชำระเงินค่าซื้อหุ้นในปีหน้า ซึ่งก็คือปี 2569 ท่ามกลางความสงสัยว่า ถ้าไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ การชำระเงินค่าซื้อหุ้นจะเกิดขึ้นหรือไม่
โดยพฤตินัยแล้วธุรกรรมแบบนี้ มันแตกต่างจากการได้รับหุ้นมาจากการให้ตรงไหน เข้าข่ายการทำนิติกรรมอำพราง หรือไม่อย่างไร ประเด็นนี้อธิบดีกรมสรรพากร ไม่ได้พิจารณาตรวจสอบเลย
ซึ่งกรณีนี้ ผมจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดของการตัดสินใจในครั้งนี้ของกรมสรรพากรต่อไป และจะใช้กลไกของสภา และ ป.ป.ช. ในการติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างให้ได้
เบื้องต้นจะต้องสอบถามอธิบดีกรมสรรพากร ให้ชี้แจงในกรณีนี้อย่างเป็นทางการ ออกระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อให้เจ้าของกิจการ ที่คิดจะโอนหุ้นให้ลูก ให้หลาน เปลี่ยนจากการให้ เป็นการลูกหลานซื้อหุ้น โดยออกตั๋ว PN ที่ไม่มีกำหนดการจ่ายเงิน ไม่มีดอกเบี้ยมาแลก จะได้ไม่ต้องมีภาระการชำระภาษีการรับให้ เฉกเช่นเดียวกับกรณีของแพทองธาร
อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอชื่นชม คุณเศรษฐา ทวีสิน ที่โอนหุ้นแสนสิริทั้งหมดจำนวนกว่า 661,002,734 หุ้น ให้แก่ลูกสาว ก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมือง โดยเป็นการโอน “โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน” และได้เสียภาษีการรับให้อย่างครบถ้วนเป็นเงิน 32.05 ล้านบาท โดยลูกสาวของคุณเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะผู้รับให้ ได้ไปยื่นแบบเสียภาษีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (อ้างอิง: https://www.prachachat.net/finance/news-1227236 และ https://www.bmkwealth.co.th/content/6025/givetax)
ซึ่งวิธีการในการโอนหุ้นให้ลูกสาวของคุณเศรษฐา นั้นเป็นการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เสียภาษีอย่างถูกต้องตามครรลองของกฎหมาย ซึ่งผมต้องขอชื่นชมทั้งคุณเศรษฐา และลูกสาวของคุณเศรษฐา ในเรื่องนี้ ไว้ ณ ที่นี้
คุณเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร ต่างก็เป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย แต่การตัดสินใจในเรื่องการชำระภาษี ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

