“มีชัย” ยันร่างรธน.ปราบโกงเข้มข้น โอดแค่นี้ “นักการเมือง”ก็จ้องขย้ำแล้ว ยันไม่จัดตั้ง “ศาลทุจริต-ศาลวินัยการเงินฯ”ในยุคนี้ แต่ไม่ขวางเปิดช่องให้ตั้งภายหลังได้ เผยไม่สามารถตอบสนองเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ เหตุหวั่นแย่งงานกันทำ เพราะขอทำงานเบ็ดเสร็จ
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่สถานีโทรทัศน์ข่าวสปริงนิวส์ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวในรายการพิเศษครบรอบ 6 ปี สถานีข่าวสปริงนิวส์ เรื่อง “รัฐธรรมนูญกำจัดคอร์รัปชั่นอย่างไร” ตอนหนึ่งว่า กรธ.ไม่ได้ชูประเด็นเรื่องการปราบโกง แต่ที่คนพูดกันมากเพราะไปดูในเนื้อหาทำให้คนคิดว่าเราเน้นที่การปราบโกง ส่วนกรณีที่นายวิชา มหาคุณ อดีตคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่าการปราบทุจริตอ่อนเกินไป มีแต่คำเตือนไม่มีสภาพบังคับ มองว่า นายวิชาอาจต้องการให้ใส่เพิ่มเติม เช่น บทลงโทษ หรือขย้ำผู้กระทำผิดไปเลย แต่กรธ.มองในแง่การเมืองเพราะทุกวันนี้เขาก็รับไม่ได้ โดยมองว่าองค์กรอิสระเข้ามาก้าวก่ายและทำงานไม่ได้ในร่างทั้งฉบับเราไม่ได้ยึดถือเรื่องเดียว เราจะเอาแค่ความสะใจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูทั้งองคาพยพว่าจะทำงานอย่างไรและไม่ให้ติดขัด ไม่ใช่ให้อำนาจ 3 องค์กรอิสระที่ประกอบด้วย ป.ป.ช. คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ชี้ตูมไปเลย เพราะคดีต่างๆ จะไม่สามารถเอาใครไปชี้ได้เว้นแต่ศาลเพียงอย่างเดียว
นายมีชัย กล่าวว่า นอกจากนี้กรธ.ยังวางกลไกไว้ช่วยกำกับ คือ สภาผู้แทนราษฎร หากเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้องก็สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากปล่อยไว้ไม่ทำอะไรก็อาจตกถนนไปด้วยกันหมด ตนเชื่อว่ากลไกที่มีอยู่เหล่านี้สามารถตรวจสอบเรื่องการทุจริตของรัฐบาลได้ ส่วนกรณีที่นายวิชามองว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้รัฐเป็นใหญ่ละเลยประชาชน ตนขอเรียนว่า รัฐธรรมนูญนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมหลายช่องทาง อาทิ เปิดเผยข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ กำหนดหน้าที่ประชาชนส่งเสริมให้ช่วยตรวจสอบและชี้เบาะแสการทุจริต รวมทั้งให้ป.ป.ช.ส่งเสริมให้ประชาชนตั้งองค์กรเพื่อร่วมในการจับโกง โดยที่ประชาชนจะได้รับการคุ้มครองจากภาครัฐ ส่วนรายละเอียดจะไปอยู่ในกฎหมายลูก ทั้งนี้ตนยอมรับว่า ตนไม่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรอิสระได้ เพราะแต่ละองค์กรต่างขออำนาจแบบเบ็ดเสร็จ คือไต่สวนและฟ้อง ซึ่งตนมองว่ามันจะแย่กันไปใหญ่เพราะต่างคนต่างทำงาน
นายมีชัย กล่าวถึงข้อเสนอนายวิชาที่เสนอให้ประชาชนสามารถฟ้องรัฐบาลเพื่อยับยั้งความเสียหายในการบริหารประเทศได้ว่า ตนนึกไม่ออกเพราะประชาชนมีประมาณ 70 ล้านคน หากมีประชาชนทีละ 1-2 หมื่นคนไปฟ้องรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่ฟังจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน แต่ละคนไปฟ้องรัฐบาลจะทำงานกันอย่างไร ส่วนข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้จัดตั้งศาลคดีวินัยการคลังและงบประมาณนั้น ขณะนี้สตง.ทำหน้าที่ตรวจสอบและวินิจฉัยและมีอำนาจลงโทษผู้กระทำผิดอยู่แล้ว รวมทั้งหากไม่ปฏิบัติตามก็สามารถส่งให้ศาลปกครองที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว ตนอยากให้แนวทางดังกล่าวนี้ไปพลางๆ ก่อน หากมีความชำนาญก็ค่อยไปตั้งศาลดังกล่าวในภายหลังก็ได้ ยอมรับว่ากลไกปราบทุจริตที่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. “ฝ่ายการเมืองก็จะขย้ำผมอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่า ควรมีศาลทุจริตหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นเรื่องนี้ จะมีหรือไม่ก็ได้ หากมีก็ไปออกกฎหมายจัดตั้งศาล ดังเช่น ศาลแรงงานหรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาก็ไม่ได้เขียนในรัฐธรรมนูญ เพราะหากเขียนในรัฐธรรมนูญ จะเป็นอะไรที่ตายตัวแก้ไขได้ยาก นอกจากนี้นายมีชัยยังได้ชี้แจงกรณี รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดการแปรญัตติห้ามส.ส.นำเงินงบประมาณไปใช้ และจะส่งผลให้ส.ส. ส.ว.และรัฐบาลทำงานไม่ได้ ว่า กรธ.ไม่ได้เปลี่ยนบทบัญญัตินี้เลย มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 25 40และปี 2550 แต่เราได้เติมไปว่าถ้าขืนทำจะได้รับโทษอะไรซึ่งเป็นสภาพบังคับ และที่มาถามว่ารัฐบาลจะบริหารราชการยังไง อยากถามว่า ที่ผ่านมา 20 ปีบริหารมาได้อย่างไร
เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญไม่มีกลไกการป้องกันการส่งนอมินีเข้าสู่การเมืองแทนตัวเอง นายมีชัย ยืนยันว่า มีบทบัญญัติลงโทษพรรคการเมือง ไม่ให้คนอื่นใดเข้ามาสั่งหรือทำงานภายใต้คำสั่งของคนที่ไม่ได้อยู่ในพรรค รวมทั้งยังมีบทบัญญัติให้ฝ่ายการเมืองทำงานเป็นอิสระไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใคร ถือเป็นการป้องกันนอมินี แต่จะให้เขียนว่า ห้ามนอมินีมาสมัครรับเลือกตั้งคงเป็นไปไม่ได้ แต่สามารถตรวจสอบพฤติกรรมได้ในภายหลัง หากเป็นเช่นนั้นก็จะมีความผิด
เมื่อถามถึงร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ที่สภาขับเคลื่อนการปฏฏิรูปประเทศ ส่งให้รัฐบาลดำเนินการ นายมีชัย กล่าวว่า รัฐบาลคงไม่ผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ ในตอนนี้ เนื่องจากต้องรอดูหลักเกณฑ์ที่แน่ชัดในรัฐธรรมนูญก่อนว่า จะกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการของยุทธศาสสตร์ชาติอย่างไร หากไปออกกฎหมายแล้วรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ หากขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็จะใช้ไม่ได้ อีกทั้ง ต้องเอาความเห็นและะข้อเสนอของทุกฝ่ายมาถกเถียงจนเกิดการยอมรับให้เสร็จด้วย ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่า จะใช้ยุทธศาสตร์ชาติกี่ปี เชื่อว่า รัฐบาลจะรอให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน จึงดำเนินการเรื่องนี้

