เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่าจะใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) เพื่อให้สามารถตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยจากผู้ที่เป็นข้าราชการหรือไม่เป็นข้าราชการ ก็ได้ว่า ในการประชุมสามัญประจำปีของทปสท. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)อุดรธานี วันนี้ซึ่งมีสมาชิกมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเข้าร่วมกว่า 30 แห่ง จากทั้งหมด 48 แห่งนั้น ตนได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือ โดยที่ประชุมทปสท.ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 มาแก้ไขสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นถูก อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวคัดค้าน ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากติดกรอบของมาตรา 44 ฉะนั้นทปสท.จะทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เพื่อขอให้พิจารณาทบทวน
นายรัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า ถ้าไม่สามารถยับยั้งได้ ก็ขอให้นายกฯ ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดตามมาด้วย ดังนี้ 1.ถ้ามาตรา 44 บังคับใช้เฉพาะกับตำแหน่งอธิการบดี เกิดปัญหาตามมาว่าแล้วตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี และผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารที่กฎหมายกำหนดคุณสมบัติว่าต้องมีสถานภาพเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือพนักงานมหาวิทยาลัยเหมือนกับอธิการบดีนั้น ก็ถือว่าการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ ยังคงมีปัญหาอยู่ 2.เกิดปัญหาธรรมาภิบาลโดยมาตรา 44 ครั้งนี้จะไปขัดกับคำสั่งคสช. ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ข้อ 2 ที่ระบุว่าการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี ก่อให้เกิดข้อขัดแย้งหรือความไม่สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีอำนาจยับยั้งการแต่งตั้งหรือการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ฉะนั้นหากใช้มาตรา 44 มาตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณฯ ได้ ก็ถือว่าขัดกับคำสั่งคสช. เพราะการเปิดทางให้แต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณฯ ได้ เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายในตอนนี้
นายรัฐกรณ์ กล่าวด้วยว่า 3.ถ้ามาตรา 44 กำหนดแค่ว่าให้แต่งตั้งอธิการบดี จากผู้เกษียณฯ ได้โดยไม่ได้จำกัดอายุ จะก่อให้เกิดปัญหาการสืบทอดอำนาจตามมา เพราะถ้านั่งอธิการบดีติดต่อกันจนครบ 2 วาระแล้วก็สามารถเปลี่ยนไปนั่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยอื่นอีก เกิดปัญหาอุปถัภม์และเกิดกลุ่มอำนาจตามมาด้วย 4.อาจเป็นการทำลายหลักนิติธรรม โดยกรณีที่มีคดีความค้างคาอยู่ในศาลอยู่ในตอนนี้ อาทิ กรณีศาลปกครองนครราชสีมาซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณีสภามรภ.บุรีรัมย์มีมติแต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณฯ เนื่องจากขัดกับกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อมีมาตรา 44 ออกมา คู่กรณีอาจนำไปต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งอาจส่งผลให้ศาลจำหน่ายคดีหรือไม่พิจารณาต่อก็ได้ 5.การบริหารงานบุคคลและการดำเนินการทางวินัยที่เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)ไม่สามารถบังคับบัญชาได้เนื่องจากไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือนหรือพนักงานมหาวิทยาลัย 6.การจ่ายเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดินไม่สามารถดำเนินการได้ จะต้องใช้เงินค่าเทอมของนักศึกษาและที่สำคัญมหาวิทยาลัยสามารถกำหนดเงินเดือนให้คนกลุ่มนี้สูงๆ ได้เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้ระเบียบราชการ ยิ่งกว่านั้นคนกลุ่มนี้จะได้รับเงิน 2 ทาง คือ รับเงินบำนาญและเงินเดือนจากมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ทราบว่าขัดระเบียบราชการที่ถือว่าเป็นการรับซ้ำซ้อนหรือไม่

นายรัฐกรณ์ กล่าวด้วยว่า 7.กระทบคุณภาพบัณฑิตที่เดิมมีปัญหาอยู่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากต้องนำเงินค่าเทอมนักศึกษาซึ่งเป็นรายได้หลักของมหาวิทยาลัย ไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับอธิการบดีจากผู้เกษียณฯ ส่งผลให้การจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนหรือพัฒนามหาวิทยาลัยได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย 8.การเปิดกว้างให้อธิการบดีมาจากคนนอกหรือผู้เกษียณฯ โดยไม่จำกัดอายุ ส่งผลให้คนที่อายุเยอะๆ 70-80 ปี สามารถมานั่งเป็นอธิการบดีได้ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าบางคนก็อายุ 72 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานย่อหย่อนได้ เพราะร่างกายไม่เอื้อต่อการทำงานได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญการเปิดกว้างดังกล่าว อาจเป็นการเปิดช่องให้นักธุรกิจหรือนักการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งอธิการบดีได้ ซึ่งส่งผลให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นการเมืองไป
“ฝากนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่เคยปฏิเสธว่าไม่มีการเสนอใช้มาตรา 44 แน่นอนนั้น ผมก็เชื่อใจท่าน พอเป็นแบบนี้ เราก็ตกใจมาก เพราะคิดว่าคงไม่มีการใช้มาตรา 44 แล้ว” นายรัฐกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ) ที่นพ.ธีระเกียรติ เข้าร่วมประชุมด้วยในวันนี้นั้น มีผู้สอบถามนพ.ธีระเกียรติ ถึงข้อเท็จจริงของการใช้มาตรา 44 นพ.ธีระเกียรติตอบว่าไม่เคยทราบเรื่องมาก่อนว่าจะมีการขอใช้มาตรา 44 แต่เมื่อทราบจากข่าวที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกฯ แถลงจึงได้สอบถามไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับคำตอบว่าผู้ที่เสนอนายกรัฐมนตรี ให้ใช้มาตรา 44 แต่งตั้งอธิการบดีจากผู้เกษียณฯ ได้ ก็คือนายวิษณุและนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายวิษณุให้เหตุผลว่าเพื่อห้ามเลือดให้หยุดไหล


