ชุบชีวิต “บิ๊กโด่ง” จากพร “ป๋าเปรม” ถึง “มูลนิธิราชภักดิ์” จับตายุทธการเอาคืน…

แฟ้มภาพ

รายงานพิเศษ

ชุบชีวิต “บิ๊กโด่ง”
จากพร “ป๋าเปรม” ถึง “มูลนิธิราชภักดิ์”
จับตายุทธการเอาคืน
ส่องกล้องทหารม้า หลัง “ป๋า” คำราม

สถานการณ์ของบิ๊กโด่ง พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เปลี่ยนไปทันที หลังจากที่ป๋าเปรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ประทับตรา การันตีว่า “โด่ง เป็นคนดี”

อันส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปด้วย…

Advertisement

เพราะเป็นการสยบกระแสข่าวลือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่ชอบมาพากลในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ได้อย่างชะงัด

ยิ่งกว่าผลสรุปของ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกลาโหม เสียอีก…

กระแสข่าวการลาออก หรือแรงกดดันให้ พลเอกอุดมเดช ลาออกจากคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การปรับ ครม. ก็หยุดชะงักไปด้วยทันใด

เพราะในจังหวะที่ พลเอกเปรมลั่นประโยคที่ว่า “ความดี จะทำให้โด่งประสบผลดี เราไม่เชื่อว่าโด่งเป็นคนแบบนั้น เราเชื่อว่าโด่งเป็นคนดี” ต่อหน้า พลเอกอุดมเดช ในโอกาสที่มาอวยพรและรับพรปีใหม่นั้น บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยืนรับฟัง

และพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดพลเอกเปรม ด้วย

ที่สำคัญกว่านั้นคือ บิ๊กแกละ พลเอกพิสิทธิ์ สิทธสาร เสธ.ทบ. หนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิราชภักดิ์ ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย

เพราะเมื่อ พลเอกอุดมเดช พ้นข้อกล่าวหาของสังคม และคณะกรรมการกลาโหม สรุปผลออกมาไม่พบการทุจริต แถมเคลียร์ตัวเลขเงินบริจาค ค่าใช้จ่ายให้อีกด้วยนั้น พลเอกพิสิทธิ์ ก็พ้นมลทินไปด้วย

ได้กลับมาลุ้นชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. คนต่อไป ในการโยกย้ายกันยายนปี 2559 ได้ตามเดิม ในฐานะที่เป็นน้องรักของบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เติบโตมาจากสายบูรพาพยัคฆ์ ใน พล.ร.2 รอ. และมาเติบใหญ่ในดินแดนวงศ์เทวัญ ของ พล.1 รอ. และมีอายุราชการถึงกันยายน 2560

แต่เป็นที่รู้กันดีว่า พลเอกพิสิทธิ์ ไม่ได้เป็นคนที่บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เลือกมา แต่ พลเอกอุดมเดช เป็นคนสนับสนุนมานั่งตรงนี้ด้วย จนเชื่อกันว่า พลเอกธีรชัย นั้นไม่ค่อยอยากสนับสนุนให้บิ๊กแกละ เป็น ผบ.ทบ.คนใหม่ แทนตนเองเมื่อเกษียณกันยายน 2559

ไม่แค่นั้น นี่ยังเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า พลเอกอุดมเดช ไม่ยอมแพ้ ยังจะทำหน้าที่ประธานมูลนิธิต่อไป ทั้งๆ ที่ตอนที่เกิดเรื่อง เขาออกตัวว่าจะให้ ผบ.ทบ. เป็นประธานมูลนิธิโดยตำแหน่ง หรืออาจเป็นเพราะ พลเอกธีรชัย ไม่ยอมรับตำแหน่งนี้

รวมถึงการเปิดทางให้ฝ่ายพลเรือนเข้ามาเป็นคณะกรรมการมูลนิธินี้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีแต่ทหาร ทั้งนี้เพราะ พลเอกอุดมเดช รู้ดีว่าการดำเนินการต่างๆ ของอุทยานราชภักดิ์นี้จะต้องอาศัยภาคประชาสังคมด้วย

จึงไม่แปลกที่ เมื่อมีทั้งสรุปผลสอบของคณะกรรมการกลาโหม ออกมา และการประทับตรายาง คนดี จาก พลเอกเปรม จะทำให้ พลเอกอุดมเดช พร้อมครอบครัว เดินทางไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ทั้ง 7 บูรพกษัตริย์ที่อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน ในคืนที่มีการจัดสวดมนต์ข้ามปี จนได้กำลังใจมหาศาลจากประชาชนที่มาท่องเที่ยวและร่วมสวดมนต์

อันถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่แสนเลอค่าของ พลเอกอุดมเดช ครอบครัว และญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล

แต่บรรดาคนที่ “นั่งยิ้ม” คนที่ไม่ปรารถนาดี หรือทำขาวให้เป็นดำ ที่ พลเอกอุดมเดช เคยพาดพิงถึงนั้น อาจจะต้องร้อนๆ หนาวๆ เพราะ พลเอกอุดมเดช มีท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นมาก ทั้งการขู่ฟ้องสื่อที่เสนอข่าวทำให้เสื่อมเสีย และลบหลู่ “อุทยานราชภักดิ์”

รวมถึงการเตือนไปยังหัวหน้าส่วนราชการ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ “ราชภักดิ์” ที่ออกมาพูดว่ามีทุจริต ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้รายละเอียดถ่องแท้

“คำว่า “หักหัวคิว” ซึ่งผมไม่ชอบเลย เพราะเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น และรังเกียจคำนั้น คำว่าหักหัวคิว ผมไม่เคยใช้คำพูดนี้ เพียงแต่ผมรับคำถามนี้มา แล้วจะมาบอกว่า ละเว้น ม.157 คงไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการ และส่วนของกำลังพลหรือโรงหล่อใดๆ” พลเอกอุดมเดช ระบุ

ไม่แค่นั้น พลเอกอุดมเดช ยังเรียกร้องให้คนที่พูดไว้ล่วงหน้าว่า มีทุจริต ให้รับผิดชอบกับคำพูดด้วย

“ผู้ใหญ่ต่างๆ ควรเข้าใจ แล้วอย่าเพิ่งเอ่ยอะไรออกมาว่ามีการทุจริตหรือทำไม่ถูกต้อง แบบนี้พูดไม่ถูกต้อง เพราะจะเกิดความไม่ยุติธรรม เพราะท่านเป็นหน่วยตรวจสอบแล้วไม่ยุติธรรม เดี๋ยวจะเกิดความไม่ยุติธรรม และท่านก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ท่านพูดล่วงหน้าด้วย ควรจะให้ชุดตรวจของท่านเข้าไปตรวจตามปกติ” ประโยคนี้ของ พลเอกอุดมเดช ถูกตีความว่า สื่อไปถึงบิ๊กต๊อก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่เคยออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า มีทุจริต

“ผมไม่ต้องการทำให้ผิดเป็นถูก ถ้าทำให้ผิดเป็นถูก ผมก็ไม่ชอบ เพราะผมก็ต้องอยู่ในกระบวนการ ต้องดูในคนที่ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกันผมทำมาเนิ่นนาน ได้รับมอบหน้าที่ตั้งแต่เป็นนายทหารระดับเล็ก กลาง สูง จึงต้องช่วยกันดูแลสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอให้มั่นใจ และขอให้มั่นใจโครงการอุทยานราชภักดิ์และต้องดำเนินงานต่อไป” บิ๊กโด่ง ประกาศ

เพราะวันนี้ สถานภาพของ พลเอกอุดมเดช ไม่เหมือนเดิมแล้ว

นี่อาจส่งผลให้ พลเอกไพบูลย์ มีทีท่าอ่อนลง จากที่แข็งขันว่ามีทุจริตก็เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการตรวจสอบด้วยเหตุผล อย่าคิดไปเองหรือจินตนาการไปเอง หรือตามกระแส โดยจะเปิดให้ทุกฝ่ายเข้าฟังการแถลงผลสอบของ ศอตช.

“ผมรู้ว่ามีความพยายามที่จะนำเรื่องนี้ไปเป็นการเมือง ไปใช้ประโยชน์ในทางการเมือง” บิ๊กต๊อก กล่าว

แต่ดูเหมือนว่า มีแค่ทางออกเดียว คือการพุ่งเป้าไปที่เซียนพระ และโรงหล่อ ในเรื่อง “ค่าหัวคิว” หรือที่ “ค่าที่ปรึกษา”

บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จึงบอกว่า ในส่วนของโครงการราชภักดิ์นั้นเคลียร์เรียบร้อยทุกบาททุกสตางค์ แต่ต่อไปเป็นเรื่องของตัวบุคคล ที่ ป.ป.ท. และ สตง. ตรวจสอบ โดยเฉพาะเซียนพระ ที่ก็ตามหาตัวมาไม่ได้

อีกทั้งต้องยอมรับว่าเซียนพระคนนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะสนิทสนมใกล้ชิดกับ ผบ.ทบ. มาในหลายยุคหลายสมัย นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ค่าหัวคิวกลายเป็นเรื่องบุญกุศล เป็นเรื่องเงินบริจาคไป

อาจกล่าวได้ว่า วันนี้เป็นวันสดใสของ พลเอกอุดมเดช เลยก็ว่าได้ หลังจากที่เมฆดำทะมึนปกคลุมมาตลอดกว่า 2 เดือน

แต่จุดเปลี่ยนมาอยู่ที่ พลเอกเปรม นั่นเอง… ในฐานะที่ พลเอกอุดมเดช เป็นนายทหารเสือราชินี ที่พลเอกเปรม รักใคร่เอ็นดูมายาวนาน และทำหน้าที่ดูแลป๋าเปรม ตลอดเวลาที่เป็นแม่ทัพภาค 1 จนป๋าเปรมเรียกติดปากว่า แม่ทัพโด่ง

เมื่อป๋าเปรมออกมามีบทบาทเช่นนี้แล้ว จึงทำให้ต้องจับตามองกันว่า พลเอกเปรมจะยังคงมีพลังในกองทัพหรือไม่ โดยเฉพาะในการผลักดันหรือเชียร์นายทหารม้า ให้ขึ้นสู่ฝั่งฝัน ขึ้นนั่งเก้าอี้สำคัญในกองทัพ

หลังจากที่ พลเอกเปรม บอกกับนายทหารเหล่าม้าที่เข้าอวยพรตามประเพณี เมื่อช่วงปีใหม่ ว่า จะต้องช่วยกันผลักดันทหารม้าขึ้นมา อย่างน้อยก็ในห้าเสือ ทบ. ให้ได้ ทั้งๆ ที่มองไปใน ทบ. แทบไม่มีนายทหารเหล่าม้าที่จะขึ้นมาได้

เพราะที่ท็อปสุดของเหล่าม้าในเวลานี้คือ บิ๊กช้าง พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกลาโหม แกนนำ ตท.16 ที่ถือว่าเป็นพลเอกอัตราจอมพล แถมเป็นแคนดิเดตที่จะเป็นปลัดกลาโหม คนต่อไปด้วย เพราะมีอายุราชการถึงกันยายน 2560 และเดินมาตามไลน์ในสำนักปลัดกลาโหม

ในขณะที่รองปลัดกลาโหมคนอื่นๆ เกษียณราชการพร้อมบิ๊กติ๊ก พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม ที่เกษียณกันยายน 2559 ยกเว้นว่าจะโดนใครจากเหล่าทัพมาเสียบยอด

นอกจากนี้ยังมี พลเอกปราการ ชลยุทธ์ รองเสนาธิการทหาร บก.กองทัพไทย ที่ยังมีอายุราชการถึงกันยายน 2560 แต่ทว่ายังเป็นแค่ รอง เสธ.ทหาร ไม่อาจจะขึ้นชิงเก้าอี้ ผบ.เหล่าทัพได้ เพราะเก้าอี้ ผบ.สส. ก็ถูกล็อกจองไว้ให้เพื่อน ตท.15 อย่างบิ๊กปุย พลเอกสุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ที่จ่อเป็นเสนาธิการทหาร และครองอัตราจอมพล อยู่แล้ว พร้อมที่จะขึ้นแทนบิ๊กเต้ พลเอกสมหมาย เกาฏีระ ที่ก็เป็น ตท.15 เช่นกัน ที่จะเกษียณกันยายน 2559

เพราะขนาดบิ๊กแอ๊ว พลเอกทวีป เนตรนิยม ยังต้องฉีกจาก (ตท.16) อดีต ผบ.หน่วยทหารพัฒนา บก.กองทัพไทย ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แยกกันโต เพราะมีอายุราชการถึงกันยายน 2560 เช่นกัน

ยกเว้นว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ ในกรณีที่เกิดปัญหาการเลือก ผบ.ทบ.คนใหม่ พลเอกปราการ ก็อาจจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง

แต่ก็อย่าลืมว่า พลเอกปราการ นั้น ถูกเตะมาพ้นวงจรอำนาจใน ทบ. เพราะมีอายุราชการถึงปี 2560 นี่เอง ที่ทำให้เขาไม่ได้ขยับจาก แม่ทัพภาค 4 ที่มีผลงานขึ้นเป็นห้าเสือ ทบ. แต่ถูกโยกมาเป็น รอง เสธ.ทหาร บก.ทัพไทย ดังนั้น การที่จะเกิดปาฏิหาริย์ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าจะมีพ่อม้าอย่าง พลเอกเปรมหนุนหลังก็ตาม แต่ พลเอกเปรมก็ไม่ได้สนิทสนมกับ พลเอกปราการ ที่โตมาจากภาคเหนือ กองทัพภาค 3 เท่าใดนัก แค่เป็นเหล่าทหารม้าด้วยกัน

ส่วนบิ๊กต้อม พลโทพลภัทร์ วรรณพักตร์ เจ้ากรมยุทธศึกษา ทบ. แกนนำ ตท.16 ทหารม้าอีกคนนั้น ก็ยากที่จะได้ลุ้นเป็นห้าเสือ ทบ. ในยุคบิ๊กหมู พลเอกธีรชัย นาควานิช เป็น ผบ.ทบ. และเป็นคนจัดโผ

แม้ พลเอกเปรม จะหวังพึ่งพาและพึ่งพิงบิ๊กอ้อ พลเอกวิลาส อรุณศรี ซึ่งก็เป็นทหารม้า และเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อน ตท.12 ของ พลเอกประยุทธ์ ที่ พลเอกเปรม บอกว่า พลเอกวิลาส เป็นคนดีและคนเก่งของทหารม้า นายกฯ ยังมาชมเลยว่าทำงานเก่ง ขอให้ช่วยกันเชียร์ “ทำยังไงเหล่าเราถึงจะเจริญมั่นคงมีเกียรติ” เพราะตั้งแต่ พลเอกเปรม เป็น ผบ.ทบ. ที่เป็นเหล่าทหารม้า ก็ยังไม่เคยมีทหารม้าได้เป็น ผบ.ทบ. อีกเลย

แต่ที่แน่ๆ พลเอกเปรม เตือนทหารไม่ให้เป็นทหารแตงโม และขอให้ช่วยปราบพวกคอร์รัปชั่น ปล้นชาติ อย่างรวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด ในแบบฉบับของทหารม้า

แต่ยังคงน่าจับตามองอย่างยิ่งว่าอนาคตของ พลเอกอุดมเดช จะเป็นเช่นไรต่อไป

เพราะสิ่งที่เป็น และสิ่งที่เห็น จากเรื่อง “ราชภักดิ์” นี้ ยังต้องถอดรหัสกันอีกหลายชั้น โดยเฉพาะบทบาทของทหารเสืออย่าง พลเอกอุดมเดช นับจากนี้…

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image