หน้าแรก การเมือง ทวี ยันเปล่าพ...

ทวี ยันเปล่าพูดปมจะให้ 3 จว.ชายแดนใต้เป็นเขตปกครองพิเศษแบบซินเจียง ซัด กัณวีร์ ฟังไม่ได้ศัพท์

20.04.25 | 18:40 น.

ทวี ยันเปล่าพูดปมจะให้ 3 จว.ชายแดนใต้เป็นเขตปกครองพิเศษแบบซินเจียง ซัด กัณวีร์ ฟังไม่ได้ศัพท์ แนะไปเปิดคลิปฟังซ้ำ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 เมษายน ในโอกาสที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางมายังโรงเรียนบ้านสะหริ่ง ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อร่วมกิจกรรมจิตอาสารวมพลังปรับภูมิทัศน์โรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา

ได้ตอบข้อซักถามกรณีที่ นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ตั้งคำถามถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่จะให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเขตปกครองพิเศษอย่างซินเจียงอุยกูร์ คิดได้อย่างไรหากไม่รู้ความละเอียดอ่อน กับการถูกกดทับแถมพรากซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ในเขตปกครองพิเศษซินเจียงอุยกูร์แล้ว ก็ขอให้ไปศึกษาให้ดีก่อนพูด หรืออย่าพูดเลยดีกว่า

พร้อมกันนี้ นายกัณวีร์ ได้กล่าวเรื่องนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า รู้แล้วทำไมรัฐบาลชุดนี้ที่มี รมว.ทวี อยู่ด้วย ถึงคิดว่าการผลักดันผู้ลี้ภัยอุยกูร์กลับซินเจียงแล้ว เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องผู้ลี้ภัยแบบยั่งยืน แถมไปฟอกขาวทำละครคุณธรรม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองว่าทำถูกอีก ตอนแรกผมนึกว่าเค้าไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่ามันเลวร้ายยิ่งกว่า เพราะเค้าคิดว่าเค้าทำถูกและไม่มองหาแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบอื่นๆ เหมือนเอาที่บังมาปิดตาม้าให้มองแค่ทางเดียว และไม่สนทางอื่น ขี่ตะลุยไปถึงแม้ว่ามันจะวิ่งลงเหวไปเอง

Advertisement

นายกัณวีร์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้คิดว่าเขตปกครองพิเศษที่ซินเจียงอุยกูร์ คือแดนสวรรค์ที่เป็นโมเดลในการสร้างสันติภาพแบบยั่งยืนได้ นี่ขนาด รมว.ทวีฯ ที่มีพรรคการเมืองที่ได้ สส.ในพื้นที่ จชต.มากที่สุด ยังมีแนวคิดจะเอาโมเดล ซินเจียงอุยกูร์ มาปรับใช้กับ จชต. ตายสถานเดียว หากให้ผมวิเคราะห์นะ เอาแบบบ้านๆ นะครับ คือคงเห็นแต่คำว่า เขตปกครองพิเศษ แล้วมันดี มันคือ ยาวิเศษเหมือนกฎหมายพิเศษ ที่จะสามารถเสกคาถา พิเศษ แก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดแบบ พิเศษ การที่รัฐไม่เข้าใจบริบทอะไรทั้งนั้น เพิกเฉยต่อการหาความรู้ในเชิงบริบทพื้นที่ คิดว่าการกลืนกินอัตลักษณ์ สลายความหลากหลายแล้วสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างที่จีนใช้ที่ซินเจียงอุยกูร์ คือยาวิเศษ ต้องอย่าลืมว่าจีนเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ไทยเป็นประชาธิปไตย

หยุดการกลืนกินอัตลักษณ์และกดทับความเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลายเสีย ยอมรับความแตกต่างว่าเรายังมีพี่น้องที่เป็นมุสลิม พุทธ คริสต์ ฮินดู และชนเผ่าพื้นเมืองในพื้นที่ จชต. ที่มีวิถีชีวิตและความแตกต่างทางอัตลักษณ์ที่สามารถอยู่กันได้อย่างสละสลวย หากภาครัฐเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเรื่อง ความหลากหลายจะสร้างเอกภาพ อย่าย้ำเตือนและตอกย้ำรากเหง้าแห่งปัญหาในพื้นที่ที่มันจะขยายบาดแผลให้เลวร้ายกว่าเดิม

นายกัณวีร์ กล่าวย้ำว่า ถึงเวลาคนรุ่นเก่าๆ ออกจากการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ละเอียดอ่อนอย่าง จชต. และจังหวัดชายแดนและชายฝั่งทะเลและเกาะแก่งแล้วครับ ประเทศจะได้เดินหน้าและมีการพัฒนาแบบยั่งยืนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ อีกประการหนึ่ง แม้เรื่องเขตปกครองพิเศษ หรือการกระจายอำนาจ เป็นหัวข้อหนึ่งในการพูดคุยเพื่อหาทางออกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รัฐไม่ควรต้องคิดเอง เออเอง ต้องฟังเสียงของประชาชนที่ต้องการกำหนดอนาคตของตนเอง

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า อาจจะฟังไม่ได้ศัพท์ ผมบอกว่าผมพึ่งจะกลับจากเขตปกครองพิเศษมณฑลซินเจียง ซึ่งเป็นการเรียกของคนจีน ลักษณะเขาให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาท้องถิ่น หรือการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาบอกว่ามณฑลซินเจียงนี้ มีนักท่องเที่ยวถึง 300 ล้านคน อย่างประเทศไทย 40 ล้านคน นั่น 300 ล้านคนเป็นคนต่างชาติอีก ประมาณ 5-7 ล้านคน สิ่งที่เป็นคุณค่าเขาก็คือเรื่องวัฒนธรรม เรื่องภาษา ซึ่งกัณวีร์เขาก็หาเสียงในลักษณะการกระจายอำนาจมาตลอด แต่นี่เขาอาจจะอคติหรือเปล่าแต่ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า ถ้าเขาไปฟังเทปผมหลายๆรอบ ส่วนเรื่องการบริหารและการปกครองผมก็บอกต้องไปถามที่ประชาชน ซึ่งขณะนี้เรามีกฎหมายในเรื่องของภาคใต้อยู่แล้ว เช่น ให้ ศอ.บต.มาบริหารมีกฎหมายหลายฉบับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเราต้องการแก้ปัญหาระยะยาว เราต้องการให้เกิดสันติภาพและสันติสุขขึ้นมา ไม่ควรเอาเรื่องมาพูดให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน

จากนั้น พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมผู้ต้องราชทัณฑ์คดีความมั่นคงในห้วงเทศกาลฮารียารอ โดยมีพลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ/สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 นายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

โดยกิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมเสริมสร้างกำลังใจแก่ครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ตามแนวทางกระบวนการยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีผู้ต้องราชทัณฑ์ 40 คน ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบฯ 25 ครอบครัว 155 คน
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้โต๊ะ และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดกิจกรรมฯ ขึ้น เพื่อเติมเต็มกำลังใยให้กับครอบครัว และรับฟังสภาพปัญหา/ความต้องการของครอบครัว มุ่งหวังให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อภาครัฐ ตามแนวทางกระบวนการยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดสันติสุขที่ยั่งยืนต่อไป

ด้านนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาเป็น 21 ปีแล้ว สถานการณ์ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลาย ๆ กลุ่ม รวมถึงครอบครัวของผู้ต้องราชทัณฑ์คดีความมั่นคง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ขาดเสาหลักของครอบครัว มีความยากลำบากในการใช้ชีวิต รายได้ไม่เพียงพอ มีความหวาดระแวงต่อภาครัฐ ถือเป็นกลุ่มเปราะบางจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และพลักดันให้เป็นสำคัญในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนงานกระบวนการยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่านสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสร้างความไว้วางใจ ระยะสร้างความเชื่อมั่น และระยะร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี มีการดำเนินการต่าง ๆ โดยได้ย้ายผู้ต้องราชทัณฑ์จากเรือนจำกลางบางขวางและเรือนจำกลางเขาบิน กลับสู่เรือนจำภูมิลำเนาหรือใกล้เคียง และการส่งเสริมอาชีพ