หน้าแรก การเมือง บิ๊กอ้วน ลุ้น...

บิ๊กอ้วน ลุ้นผลทีมเจรจาภาษี ซื้อยุทโธปกรณ์สหรัฐเพิ่มหรือไม่ ชี้เหตุรับเงื่อนไขกู้เงินซื้อ F-16 ไม่ได้

21.04.25 | 11:38 น.

‘ภูมิธรรม’ ระบุต้องจัดซื้อยุทโธปกรณ์สหรัฐเพิ่มหรือไม่ต้องรอความชัดเจน หลังทีมไทยแลนด์เจรจา โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ และไม่กระทบแผนปฏิรูป พร้อมยืนยันไทยรับเงื่อนไขกู้เงินซื้อในขณะนี้ F-16 ไม่ได้

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ทีมไทยแลนด์ หรือคณะเจรจาเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจและการปรับขึ้นภาษีกับทางรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งนำโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะ เดินทางเยือนสหรัฐเพื่อเตรียมเจรจาในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ได้มีการปรึกษาหารือด้านการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของทางกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจากสหรัฐเพิ่ม เพื่อช่วยปรับดุลการค้าระหว่างกัน นำไปสู่ผลดีในการเจรจาหรือไม่ว่า เคยได้รับการปรึกษา เนื่องจากทุกหน่วยงานได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีให้ประเมินผลกระทบที่จะเกี่ยวข้องกับการปรับภาษีศุลกากรของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้สรุปไปแล้วว่าดำเนินการอย่างไรบ้าง

“ต้องรอดูผลการเจรจาของนายพิชัยเสียก่อน ยืนยันว่านายพิชัยได้รับทราบข้อมูลจากทุกกระทรวง พร้อมทั้งหารือกับทีมที่ปรึกษาแล้ว เพื่อนำไปใช้ในการเจรจาหารือครั้งนี้ กระทรวงกลาโหมกับประเทศและกองทัพสหรัฐไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ยังมีการดำเนินความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิด สนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งดูแลกันและกันเป็นอย่างดีมาโดยตลอด” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการภาษีตอบโต้ครั้งนี้อาจส่งผลต่อการพิจารณาจัดซื้อเครื่องบิน F-16 จากสหรัฐอเมริกา แทนฝูงบิน Gripen จากสวีเดน หรือไม่อย่างไรนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่อง F-16 ได้มีการคุยกับตัวแทนจากสหรัฐแล้ว ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญคือจะให้ไทยกู้เงินจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อมาจัดซื้อฝูงบิน F-16 ซึ่งไทยไม่เคยดำเนินการในลักษณะนี้ คือการกู้เงินเพื่อมาซื้อเครื่องบินรบ ขณะที่ภายในประเทศก็ยังคงมีปัญหาเรื่องอื่นๆ อยู่ ดังนั้น ไทยจึงไม่สามารถทำตามเงื่อนไขนี้ได้

รมว.กลาโหมกล่าวว่า รวมถึงขณะนี้ไทยยังมีฝูงบิน F-16 อยู่ 1 ฝูง ส่วน Gripen ที่กำลังจะจัดซื้อ 1 ฝูงนั้นยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ และยังไม่ได้นำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี ขณะนี้เป็นเพียงความต้องการของกองทัพอากาศ ซึ่งอยู่ในระหว่างการรับฟัง

Advertisement

เมื่อถามว่า หากผลการเจรจามีแนวโน้มต้องจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐเพิ่ม อาจมีการพิจารณาเป็นเครื่องบินลำเลียง แทนเครื่องบินรบหรือไม่ เนื่องจากเครื่อง C-130 ที่ประจำการอยู่ขณะนี้ก็มีอายุมากแล้ว นายภูมิธรรมระบุว่า ยังคงต้องรอความชัดเจนถึงผลการเจรจา ข้อต่อรองต่างๆ และผลประโยชน์ของประเทศชาติ รวมทั้งต้องไม่กระทบกระเทือนถึงแผนการปฏิรูปแห่งชาติของกระทรวงกลาโหม ส่วนแผนการจัดซื้อยานเกราะ Stryker จากสหรัฐของกองทัพบก ขณะนี้ยังไม่เห็นแผนการจัดซื้อชัดเจน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบ 2569 ยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่ทราบว่าเหล่าทัพใดจะได้รับยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมอย่างไร