อลงกต แจง ใครไม่พอใจ ประเมินผลกระทบหลังแผ่นดินไหว ส่งเรื่องมาที่ ส.ว.ได้ เตรียมชงปรับหลักเกณฑ์ เพิ่มค่าเสียหาย หลังเกณฑ์ไม่สอดคล้องความเป็นจริง เหตุปัจจุบันค่าวัสดุแพงขึ้น ด้าน “กมธ.องค์กรอิสระฯ” เล็ง หาตัวการเริ่ม 23 เม.ย.นี้ กำหนดกรอบ 90 วัน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่รัฐสภา นายอลงกต วรกี ส.ว. ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ฯ กรณีการจ่ายเงินเยียวยาบ้านพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมที่ได้รับความเสียหายว่า ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ มีการร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายประมาณ 32,279 ยูนิต ผ่านการรับรองแล้ว 878 ยูนิต เป็นยอด ณ วันที่ 19 เมษายน ซึ่งยังสามารถยื่นคำร้องได้ถึงวันที่ 27 เม.ย.นี้
นายอลงกตกล่าวว่า ส่วนกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด ทราบมาว่า ไม่ค่อยมีปัญหาแต่ที่เป็นปัญหาคือพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางวุฒิสมาชิกจะมีหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทย สภาวิศวกร เพื่อขอความช่วยเหลือดำเนินการส่งวิศวกรมาช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากบุคลากรกรุงเทพฯ มีไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม คาดว่ากระบวนการจะยังไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากนำตัวเลขที่กล่าวมา และมีความละเอียดอ่อนที่ต้องใช้กระบวนการทำประชาพิจารณ์ และการตรวจสอบของวิศวกรทั้งหมด

นายอลงกตกล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ได้สอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีผู้ได้รับความเสียหาย ได้รับการประเมินราคาเยียวยาอยู่ที่ 70 หรือ 300 บาทในราคาที่ค่อนข้างต่ำ แต่ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ยึดระเบียบจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กำหนดราคาความเสียหายไว้ ซึ่งจะคล้ายกับการเกิดกรณีเพลิงไหม้ หรือพายุฤดูร้อน และน้ำท่วม ที่ทำให้บ้านเรือนเสียหาย จะเป็นการยึดตามระเบียบเดียวกัน และทางเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบ โดยสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้สูงสุดอยู่ที่ 49,500 บาทต่อหลัง และต่อให้บ้านมีราคา 10 ล้านบาท ตามระเบียบก็ให้วงเงินมาเพียงเท่านี้
เมื่อถามว่า วงเงินดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยประสบเหตุแผ่นดินไหว จะต้องมีการปรับระเบียบ นายอลงกตกล่าวว่า หากจะมีการปรับระเบียบต้องไปแก้ระเบียบกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ก็จะเป็นกรณีพิเศษเหมือนกับเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือที่ผ่านมาต้องใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พบว่ามีความเสียหายเกินกว่าระเบียบที่กำหนดไว้ เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย โดยในเรื่องนี้ ส.ว.จะมีข้อสังเกตตรงนี้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเสียหายมากเกินกว่าที่ระเบียบกำหนดไว้ ต้องมีการเยียวยามากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งบทบาทของ ส.ว.มีหน้าที่ตรวจสอบและแก้กฎหมาย ก็จะใช้บทบาทตรงนี้เสนอไป ที่ต้องมีการปรับวงเงินมากกว่าปัจจุบัน และในระเบียบเดิมจะตีเป็นการเหมาจ่ายจะรวมค่าแรงด้วย แต่ที่มีความเป็นห่วงคือค่าวัสดุ อุปกรณ์ ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับราคาปัจจุบัน ก็จะส่งข้อสังเกตดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
นายอลงกตกล่าวว่า ตอนนี้ต้องเชื่อวิศวกรที่เป็นผู้ประเมิน แต่หากประชาชนไม่พอใจในราคาประเมินก็สามารถยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการได้ หากอุทธรณ์แล้วยังไม่พอใจ ก็สามารถส่งเรื่องมาที่ ส.ว. ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้เสียหายที่ได้ยื่นเรื่องมาจะรับการเยียวยาทุกคน แต่อาจจะมีล่าช้าบ้าง แต่ชัวร์ ซึ่งกระบวนการตั้งเป้าว่าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ที่คาดว่าจะจบภายใน 27 มิถุนายน โดยเฉพาะต่างจังหวัดน่าจะจบ แต่กรุงเทพมหานครอาจจะล่าช้าเนื่องจากวิศวกรไม่พอ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีประชาชนที่ยังไม่ได้ไปยื่นหนังสือ เพราะมองว่าหากไปยื่นก็ไม่คุ้มค่า นายอลงกตกล่าวว่า จุดอ่อนของกรุงเทพฯ คือแทนที่จะทำงานเชิงรุกไปสำรวจความเสียหาย แต่กลับรอให้ประชาชนมายื่นคำร้อง แต่เข้าใจว่าบุคลากรมีไม่เพียงพอจริง แต่ขอพูดในฐานะคนกลางที่เห็นใจทั้ง กทม.และประชาชน และมาเจอคำถามขณะยื่นคำร้องว่า พังเสียหายจริงหรือไม่ ซึ่งหน่วยราชการควรถามว่า พังเสียหายระดับนี้จะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม หากมีการร้องเรียนเข้ามาทาง กมธ. จะมีการเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม
ด้านนายสิทธิกร ธงยศ ส.ว.และโฆษก กมธ.องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวว่าในวันพุธที่ 23 เมษายนนี้ กมธ.องค์กรอิสระฯ จะประชุมเพื่อติดตามตรวจสอบหาข้อเท็จจริง กรณีเหตุการณ์ตึก สตง.แห่งใหม่ถล่ม โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารสูง และหน่วยงานต่างๆ และ ส.ว.ที่เป็นวิศวกร เข้ามาหารือและร่วมตรวจสอบ โดยคาดว่าจะใช้กรอบเวลาไม่เกิน 90 วัน จะได้ข้อสรุป ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร หากพบมีใครเกี่ยวข้อง หรือเป็นตัวการที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้โครงสร้างอาคารพังลงมา ก็จะยื่นองค์กรอิสระให้มีการตรวจสอบต่อไป

