ทวี มั่นใจ รบ.จีนแทรกแซงคดีตึก สตง.ไม่ได้ ยันเงินเยียวยา 120 ล้าน ไม่ส่งผลลดโทษ

22.04.25 | 10:40 น.

‘ทวี’ มั่นใจรัฐบาลจีนแทรกแซงคดีตึก สตง.ถล่มไม่ได้ หลัง ‘ชวนหลิง จาง’ อ้างเป็นรัฐวิสาหกิจที่จีนส่งมาลงทุน ยันเงินเยียวยา 120 ล้านที่ช่วยเหลือ ไม่ส่งผลคดี-ลดโทษ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีน อนุมัติเงิน 120 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุตึก สตง. ถล่ม โดยจะประสานผ่านทางกระทรวงยุติธรรมว่า เป็นข้อมูลจากพนักงานสอบสวนในชั้นคำให้การ ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา ซึ่งก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่เกี่ยวกับเรื่องมนุษยธรรมและความเสียหาย ซึ่งปรากฏในคำให้การว่าบริษัทจีนมีเจตนาช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ส่วนขั้นตอนกฎหมายถ้าเขาประสงค์จะช่วยเหลือก็อาจจะทำร่วมกับบริษัท อิตาเลียนไทย ได้ จะได้ไม่เป็นภาระกับรัฐบาล แต่ถ้าต้องการให้ฝ่ายรัฐเข้าไปดูแลก็ต้องไปดูระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรี หากรับเงินมาแล้วจะช่วยเหลืออย่างไร

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากจีน เพียงแต่พนักงานสอบสวนขอบันทึกไว้ในคำให้การของผู้ต้องหา พร้อมยืนยันว่าเงินเยียวยาจะไม่มีผลในเรื่องการลดโทษ แต่เป็นเรื่องที่น่ายกย่องชื่นชม และรัฐบาลจีนคงไม่มาปกป้องบริษัท แต่เขาก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเรื่องนี้ด้วย เพราะเสียภาพลักษณ์ของประเทศจีน อีกทั้งทราบว่ารัฐบาลจีนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมตรวจสอบคนของเขาว่าทำถูกกฎหมายหรือไม่ รวมถึงสาเหตุของตึกถล่ม

เมื่อถามว่า นายชวนหลิง จาง กรรมการบริษัท ไชน่าฯ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนส่งมาลงทุนในไทย จะส่งผลอะไรหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับกฎหมายไทย กฎหมายของดีเอสไอกรณีถือหุ้นแทนตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจบุคลต่างด้าว เราได้ผู้กระทำผิดที่เรากล่าวหาครบแล้ว โดยมีคนไทย 3 คน และคนจีน 1 คน คดีนี้เนื่องจากอัตราโทษไม่สูง แต่ต้องเร่งสอบสวนให้เสร็จภายใน 4 ผัด ซึ่งในทางปฏิบัติ ควรจะเสร็จภายใน 3 ผัด เพื่อให้เวลาอัยการพิจารณาอีก 1 ผัด

ส่วนการค้นหาสาเหตุตึกถล่ม กรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งทำคดีแยกออกจากกัน ระหว่างคดีตึกถล่ม และการจัดซื้อจัดจ้าง ฮั้วประมูล กับคดีนอมินี

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวเนื่องคือบริษัทเหล็กใช้ใบกำกับภาษีปลอม ซึ่งเกิดเหตุช่วงปี 2559-60 ก็ต้องดูว่าหลังจากปี 2560 มีการซื้อเหล็กจากบริษัทนี้หรือไม่ โดยเรื่องนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินให้เป็นแนวทางไปแล้ว จึงได้กำชับพนักงานสอบสวนทำงานให้รอบคอบ

เมื่อถามย้ำว่า การกล่าวอ้างถึงรัฐบาลจีนจะไม่สร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ไทยใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจีนหรือคนไทยก็ต้องอำนวยความยุติธรรม อีกทั้งรัฐบาลจีนพูดอยู่เสมอว่าเคารพกฎหมายไทย

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจีนจะไม่เข้ามาแทรกแซงคดีใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า สำหรับตนน่าจะแทรกแซงไม่ได้ เพราะเรายึดตามกฎหมาย และกระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงเดียวที่ไม่มีอำนาจไปทำตามนโยบาย แต่เราทำภายใต้กรอบกฎหมาย

เมื่อถามว่า 3 คนไทยที่เข้ามามอบตัวถือว่าเป็นนอมินีชัดเจนแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ตามหลักยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยก่อนออกหมายจับได้มีการตรวจสอบทุกประเด็นแล้ว แม้จะเป็นผู้ถือหุ้นก็จริง แต่ต้องดูที่มาของเงิน นอกจากนี้ ยังมีการโอนหุ้นด้วยก็ต้องมีการตรวจสอบสถานะทางภาษีด้วย