หน้าแรก การเมือง นายกฯ ย้ำ ทุก...

นายกฯ ย้ำ ทุกมาตรการรับมือทรัมป์2.0 ต้องไม่กระทบการส่งออก

23.04.25 | 12:14 น.

นายกฯ ย้ำ ทุกมาตรการรับมือทรัมป์2.0 ต้องไม่กระทบการส่งออก

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 เม.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมด่วนเรื่องการป้องกันการสวมสิทธิสินค้าเฝ้าระวังไปสหรัฐอเมริกา โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกสินค้าเฝ้าระวังดังกล่าวไปสหรัฐ ต้องใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form C/O ทั่วไป โดยปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่สามารถออกหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป รวมทั้งสิ้น 3 หน่วยงาน ได้แก่

1.กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
2.หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
3.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พบว่ามีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาผ่านไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐ โดยใช้หนังสือรับรองของไทย ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกังวลของสหรัฐ

Advertisement

ภายหลังจากหารือร่วมกัน ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการดำเนินการแก้ไข ดังนี้

1.มอบกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานออกหนังสือรับรอง Form C/O ทั่วไป สำหรับสินค้าเฝ้าระวังไปสหรัฐเพียงหน่วยงานเดียว

2.กรมค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการปรับปรุงกระบวนการการตรวจสอบก่อนออกใบรับรองโดยมีการตรวจโรงงานอย่างละเอียดและตรวจเอกสารการส่งออกอย่างเข้มงวด สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะดำเนินการบูรณาการร่วมกับกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3.กรมการค้าต่างประเทศได้หารือกับศุลกากรสหรัฐ (U.S. Customs and Border Protection: CBP) ถึงข้อกังวลและแนวทางดำเนินการร่วมกัน โดยจะจัดทำเป็นแนวทางการทำงานและการตรวจสอบร่วมกัน เพื่อให้ศุลกากรสหรัฐยอมรับการตรวจสอบของประเทศไทย นอกจากนั้นศุลกากรสหรัฐจะอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของไทยต่อไป

4.นายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้ร่วมมือกันแก้ปัญหาในในช่วงระยะเวลา 90 วันนี้ให้แล้วเสร็จ และให้หาแนวทางในอนาคตที่จะมีการป้องกันสินค้าที่จะมาสวมสิทธิแล้วส่งออกไปยังประเทศไทยทางอื่นๆ ด้วย เนื่องจากกฎหมายที่ผ่านมาอาจจะล้าสมัยหรือไม่ได้ครอบคลุมการดำเนินการที่ผิดปกติหรือผิดกฎหมายดังเช่นปัจจุบัน

นายวุฒิไกรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์รับจะไปหาแนวทางการใช้กฎหมายหรือมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิด โดยจะดำเนินการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ และขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ดำเนินการแล้วระยะหนึ่งจะดำเนินการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่จำเป็นต่อไปในอนาคต

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ความสำคัญอย่างยิ่งว่าในการออกมาตรการต่างๆ นั้นจะต้องไม่กระทบต่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกของไทย และที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ส่งออกไทยที่ปฏิบัติถูกต้องอยู่แล้ว จะต้องสามารถใช้บริการหรือออกหนังสือรับรองได้อย่างสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานอื่นๆ ก็พร้อมรับดำเนินการ สำหรับผู้ส่งออกที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร 1385″ นายวุฒิไกรกล่าว