หน้าแรก การเมือง เท้งสงสัยรัฐบ...

เท้งสงสัยรัฐบาลสื่อสารไม่ตรง ถามสรุปไทยขอเลื่อน หรือยังไม่ได้นัดสหรัฐ เจรจากำแพงภาษี

23.04.25 | 12:49 น.

เท้งสงสัยรัฐบาลสื่อสารไม่ตรง ถามสรุปไทยขอเลื่อนหรือยังไม่ได้นัดสหรัฐเจรจากำแพงภาษี

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเจรจาต่อรองกำแพงภาษีกับสหรัฐอเมริกาว่า การเจรจากับสหรัฐอเมริกาตอนนี้น่าจะยังมีการสื่อสารไม่ตรงกัน สรุปแล้วทางสหรัฐเป็นฝ่ายเลื่อน หรือฝั่งไทยเป็นคนเลื่อน เราจึงอยากได้การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่า การเจรจาครั้งนี้จะล้มเหลวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง อยากจะให้ผลออกมาดีที่สุดอยู่แล้ว แต่จะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ตัวรัฐบาลเอง หรือคณะที่ไปเจรจา จุดสำคัญที่สุดคือ การพูดให้เห็นภาพตรงกัน ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด หรือการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ตรงกัน เช่น ฝั่งไทยบอกว่าสหรัฐขอเลื่อน ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งอาจจะมองว่าไทยไม่ได้นัดไป จริงหรือไม่ ตนจึงมองว่าการเจรจามีข้อสะดุดหรือไม่ราบรื่น

เมื่อถามว่าวีซ่าที่สหรัฐ แบนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์กลับจีน จะมีผลต่อการเจรจาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่เราสื่อสารมาโดยตลอด ว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

“การที่สหรัฐมีการแบนวีซ่าผู้นำไทยในระดับแกนนำรัฐบาล เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การตัดสินใจของรัฐบาลกระทบต่อเรื่องนี้ และเราก็แสดงความเป็นห่วงมาตลอดอยู่แล้ว” นายณัฐพงษ์กล่าว

Advertisement

นายณัฐพงษ์ย้ำว่า รัฐบาลควรแสดงความชัดเจนเรื่องนี้ให้มากขึ้น ว่าตกลงแล้วการเจรจา รวมถึงวันเจรจา เรามีความพร้อมมากแค่ไหน อย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านกังวลตอนนี้ก็มีหลายส่วน เช่น อำนาจการต่อรองของไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าต่างๆ ที่ต้องเตรียมกรอบในการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐ รวมไปถึงกรอบการร่วมมือกับประเทศร่วมค้าอื่น และการรับมือของอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น การนำเข้าข้าวโพด รวมไปถึงการเยียวยาอุตสาหกรรมหรือห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ที่จะย้ายฐานการผลิต และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะเสริมสร้างจุดแข็งของประเทศไทยในอนาคต ตนคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้

เมื่อถามว่ามีรายงานว่าประเทศเวียดนามได้คิวแล้ว อยากเห็นด้วยกับการมัดรวมกันไปเจรจาในนามอาเซียนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าในการเจรจาน่าจะมีหลายระดับ พหุภาคีแต่ละประเทศกับสหรัฐ ก็มีส่วนสำคัญ แต่การเจรจาในระดับภูมิภาค หรือหลายประเทศรวมกัน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน จะเห็นได้ชัดจากกรณีของจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ที่เรามีการเริ่มพูดคุยกัน ดังนั้นในกรอบของอาเซียนเราควรมีการพิจารณากันในเรื่องนี้ ไทยเองก็มีจุดแข็งในด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนด้วย จึงไม่ควรทิ้งบทบาทในส่วนนี้