หน้าแรก การเมือง อิ๊งค์บินเขมร...

อิ๊งค์บินเขมร ฉลองสัมพันธ์ 75 ปี ถกฮุนมาเนต ทำเอ็มโอยู 7 ฉบับผนึกทุกมิติ ลุยแก๊งคอล – บูมค้า 2 ปท.

24.04.25 | 06:00 น.

อิ๊งค์บินเขมร ฉลองสัมพันธ์ 75 ปี ถกฮุนมาเนต ทำเอ็มโอยู 7 ฉบับผนึกทุกมิติ ลุยแก๊งคอล – บูมค้า 2 ปท. ขณะที่ฮุนเซนหนุนร่วมสู้ศก.โลก

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 เมษายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพนมเปญ เยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน ตามคำเชิญของสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมคณะ

จากนั้นร่วมหารือเต็มคณะกับสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนต ต่อมา น.ส.แพทองธาร และสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนต ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงจำนวน 7 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความตกลงว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การใช้ การบริหารและการบำรุงรักษาสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) 2.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมข้ามแดน 3.หนังสือแลกเปลี่ยนเพื่อปรับเปลี่ยนสาระสำคัญของความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกัมพูชา-ไทย 4.บันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา 5.บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือเรื่องแรงงานและการจัดทำข้อตกลงด้านการจ้างงานไทย-กัมพูชา 6.บันทึกการหารือ สำหรับการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา สำหรับงานออกแบบรายละเอียดโครงการปรับปรุงถนนหมายเลข 57 (บ้านผักกาด-บ้านปรม จังหวัดไพลิน-ถนนหมายเลข 5 จังหวัดพระตะบอง) และ 7.ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการก่อสร้างสะพานข้ามพรมแดนแห่งใหม่ ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาดอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ก่อนที่นายกฯแพทองธารและนายกฯกัมพูชา เป็นประธานในพิธีเปิดตราสัญลักษณ์ครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชา

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้ได้หารืออย่างเป็นกันเองและสร้างสรรค์ เคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน ในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.การยืนยันถึงความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ก่อประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงยินดีต่อการเปิดสถานกงสุลใหญ่ไทยที่จังหวัดเสียมราฐ และการเปิดสถานกงสุลใหญ่กัมพูชาที่จังหวัดสงขลาในอนาคตอันใกล้ 2.การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคง โดยสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือทางทหารให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในทุกระดับ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ต้องขอบคุณนายกฯกัมพูชา สำหรับความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานตำรวจในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์ เพื่อขจัดเครือข่ายอาชญากรรมให้หมดจากพื้นที่ชายแดน และเชื่อมั่นว่าการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยมลพิษสิ่งแวดล้อมข้ามแดน จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับมลพิษฝุ่นพีเอ็ม2.5 ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น 3.การเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม ครม.ร่วมอย่างไม่เป็นทางการที่พื้นที่ชายแดน ในโอกาสเปิดสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา อย่างเป็นทางการ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมทั้งพัฒนาบริการขนส่งสินค้าข้ามแดนทางราง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงสองประเทศ และในภูมิภาคต่อไป

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า 4.การกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน จาก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ.2027 5.การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 6.การส่งเสริมให้มีการจ้างแรงงานชาวกัมพูชาในประเทศไทยผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายเท่านั้น 7.การเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน

จากนั้นที่วุฒิสภาราชอาณาจักรกัมพูชา น.ส.แพทองธาร เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและประธานองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขณะที่สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวว่า พร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับไทย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกันต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ นายกฯและสมเด็จฯฮุน เซน หารือประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยย้ำความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ทั้งสองประเทศ ตลอดจนร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจทั้งในด้านการค้าและการลงทุน เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน และทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอื่นต่อสถานการณ์ในภูมิภาค และเน้นย้ำความสำคัญของการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ