ศปช. เคาะ 385 ล้าน เยียวยา พร้อมเพิ่มเติมงบดูดโคลนทรายอีกกว่า 100 ล. เตรียมชงครม. 29 เม.ย.นี้
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ครั้งที่ 3/2568 ณ ห้องประชุม 201 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือมาไปแล้วจำนวน 2 ก้อน โดยก้อนแรก จำนวน 213 ล้านบาท แล้วก้อนที่ 2 เป็นเงิน 172.454 ล้านบาท รวมจำนวนทั้งสิ้น 385.454 ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา
โดยได้ชี้แจงต่อกระทรวงมหาดไทยไปแล้วว่า งบประมาณพันกว่าล้านบาท เป็นงบที่อนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคม สามารถทำเรื่องขอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงได้เลย ส่วนงบก้อนที่ 2 ยอมรับว่ามีการส่งกลับไป เพราะการของบของกระทรวงมหาดไทย ยังขาดในเรื่องของรายละเอียด ทั้งหลักฐานการเซ็นอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ก็จะรีบดำเนินการต่อ เพื่อจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติในงบประมาณส่วนเพิ่มเติม
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตัวเลขของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ที่รับไป 300 กว่าล้านบาท ใช้ในการดูดโคลนทรายในแม่น้ำ มีการหารือในรายละเอียด ว่าต้องของบประมาณเพิ่มเติมอีก 100 กว่าล้านบาท ซึ่งเรือดูดทรายบางส่วน ชำรุด จึงต้องเช่า โดยมอบหมายให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ไปคุยในรายละเอียด ดำเนินการคู่ขนานกันหากเป็นไปได้ก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 29 เมษายนนี้
นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ได้รับทราบว่า อาจจะมีวัตถุอันตรายปนมากับการไหลของดินโคลน โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปศึกษาว่ามีปริมาณที่มากจนก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ รวมไปถึงต้องตรวจสอบคุณภาพดินและสภาพน้ำ เนื่องจากทางแม่น้ำปิงและแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสายที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภคของประชาชน
เมื่อถามว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จทันก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นการตั้งเป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลกระทบที่น้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้เองหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ลงพื้นที่บ้างแล้ว ซึ่งตนก็ได้สั่งการไปแล้วว่าไม่ต้องรอให้งบประมาณทั้งหมดลงมา ให้ดำเนินการไปบางส่วนก่อน แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ซึ่งก็ยังมีปัญหาเรื่องภายนอก และจุดที่สร้างปัญหา อยู่ในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงอาจจะต้องเจรจา กับหน่วยงานในพื้นที่ที่กำกับดูแล
เมื่อถามว่า จะสามารถขีดเส้นจ่ายเงินเยียวยาได้เมื่อไหร่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการให้ชัดเจน ในส่วนที่การเยียวยาตกหล่น หากจะมีการเยียวยาในรอบหลังก็คาดว่าจะครบถ้วน แต่หากตกหล่นก็ให้เสนอมา ซึ่งก็ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติหลักการไปแล้ว แต่ก็จะต้องดูแลตามความเป็นจริง และตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่าพร้อมที่จะดูแลแก้ไขปรับปรุง ขอให้ทำงานได้ก็แล้วกัน แต่หากมีอะไรติดขัด และอะไรที่เป็นประเด็นปัญหาก็ขอให้ลดขั้นตอน แต่เรื่องภัยพิบัติเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่จะต้องเร่งด่วน ก็ขอให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงบประมาณไปทำเรื่องแล้วเสนอกลับมา

