วิโรจน์ ซัด กองทัพไร้ทักษะภาษา แจ้ง 112 ดร.พอล ชี้ กอ.รมน. ละเมิดอำนาจ รมว.กลาโหม กมธ.ทหาร จ่อแจ้ง ป.ป.ช.
เมื่อวันที่ 25 เมษายน จากกรณีการประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร วาระพิจารณาศึกษาเรื่อง กรณี ดร.พอล เวสลีย์ แชมเบอร์ส อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ถูกกองทัพภาคที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ที่มี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธานการประชุม โดย ผอ.กองการข่าว กอ.รมน.เป็นผู้แทนชี้แจงว่า ได้แจ้งข้อหา ม.112 ดร.พอล จากการอ้างเนื้อหาโพสต์ของอัษฎางค์ ยมนาค ตามที่ได้รายงานไปแล้ว
ล่าสุด นายวิโรจน์โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีดังกล่าวระบุว่า “อาจเป็นเพราะ กอ.รมน.ภาค 3 มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับต่ำกว่าประถมศึกษา จึงเป็นเหตุให้มีการแจ้งความนายพอล แชมเบอร์ส ด้วยมาตรา 112 อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบ กมธ.ทหารส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ และพิจารณาไต่สวนชี้มูลความผิด
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 กมธ.ทหารได้เชิญคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.ภาค 3 เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ กรณีที่นายพอล แชมเบอร์ส อาจารย์ชาวอเมริกันประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถูกแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 3 เข้าแจ้งความตามมาตรา 112 โดยมีข้อสังเกต ดังนี้
1. สาเหตุของการแจ้งความ ม.112 มาจากโพสต์ในเฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อ “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” ซึ่งกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยนเรศวรจ้างชาวต่างชาติมาบ่อนทำลายสถาบัน โดยมีการแปลข้อความจากหน้าเว็บประชาสัมพันธ์ของการสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ซึ่งจัดโดยสถาบัน ISEAS – Yusof Ishak Institute โดยเชิญนายพอล แชมเบอร์ส เป็นวิทยากรรับเชิญ การแปลเป็นไปตามความเข้าใจส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว
ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 3 และ สภ.เมืองพิษณุโลก ยังมิได้ตรวจสอบว่าข้อความที่แปลนั้นถูกต้องหรือมีอคติหรือไม่
2. จากการตรวจสอบพบว่าข้อความในหน้าเว็บประชาสัมพันธ์เป็นของ ISEAS – Yusof Ishak Institute ผู้จัดงาน ไม่ใช่ของนายพอล แชมเบอร์ส ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ หรือบรรณาธิการ และยังไม่ได้มีการบรรยายในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยซ้ำ
อีกทั้งในข้อความยังใช้สรรพนามบุรุษที่สาม “He” แทน “I” ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าไม่ใช่ถ้อยคำที่เขาเป็นผู้เขียน หากเขาเป็นผู้เขียนจริง จะต้องใช้สรรพนาม “I” ซึ่งเป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง
จึงสันนิษฐานได้ว่า กอ.รมน.ภาค 3 แม่ทัพภาคที่ 3 และผู้กำกับการ สภ.เมืองพิษณุโลก อาจมีทักษะภาษาอังกฤษต่ำ จนขาดความเข้าใจในหลักการใช้สรรพนาม ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานในการแต่งประโยค
3. กอ.รมน.อ้างอำนาจตามมาตรา 7(1) แห่ง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งระบุอำนาจเฉพาะการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินแนวโน้มสถานการณ์ที่อาจกระทบความมั่นคง และต้องรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป
แต่ในกรณีนี้ไม่ปรากฏว่า กอ.รมน.ภาค 3 ได้จัดทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี หรือมีมติ ครม. ให้แจ้งความนายพอล แชมเบอร์ส แม้จะอ้างมาตรา 5 และ 8 ว่ามีการมอบอำนาจ ก็ยังต้องมีการรายงานและได้รับมติ ครม. ก่อนเช่นกัน
ดังนั้น การแจ้งความครั้งนี้จึงอาจเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ และต่อให้มีกฎระเบียบใดรองรับ ก็อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในอยู่ดี
นอกจากนี้ การอ้างอำนาจตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ก็เป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง เพราะ กอ.รมน.สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กระทรวงกลาโหม หากใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ได้ เท่ากับเป็นการล่วงละเมิดอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ
4. หากต้นเหตุของการแจ้งความ ม.112 มาจากการแปลของผู้ใช้ชื่อ “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” ตำรวจก็ควรแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใช้นั้นด้วย แต่กลับมีเพียงนายพอล แชมเบอร์ส ที่ถูกแจ้งความ ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าถ้อยคำต้นฉบับเป็นของใคร หรือแปลถูกต้องหรือไม่
หากปล่อยให้กระบวนการเช่นนี้เป็นมาตรฐาน ก็เท่ากับว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะหากมีใครแปลผิดแล้วใส่ร้ายผู้อื่น เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินคดีโดยไม่ตรวจสอบพยานหลักฐาน
การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายความผิดตาม ป.วิอาญา มาตรา 134 วรรคสอง
นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลกยังเพิกถอนวีซ่านายพอล แชมเบอร์สในวันถัดมา โดยไม่มีคำพิพากษาจากศาลถึงที่สุด
พฤติการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า กอ.รมน.ภาค 3 สภ.เมืองพิษณุโลก และ ตม.พิษณุโลก อาจกระทำผิด มาตรา 172 และ 175 แห่ง ป.อาญา (แจ้งความเท็จ) มาตรา 172 แห่ง พ.ร.ป. ป.ป.ช. (เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) และมาตรา 134 วรรคสอง แห่ง ป.วิอาญา (ไม่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของหลักฐานก่อนแจ้งข้อกล่าวหา) และมาตรา 200 วรรคสอง แห่ง ป.อาญา (เป็นเจ้าพนักงานกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องโทษคดีอาญา)
กมธ.ทหาร จึงมีมติรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อแจ้งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ควบคู่ไปกับกระบวนการยุติธรรมของกรณีนี้ หากศาลสั่งไม่ฟ้องหรือยกฟ้องนายพอล แชมเบอร์ส ป.ป.ช. จะได้นำกรณีนี้ไปสู่การไต่สวน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยไม่ชักช้า
การแจ้งความด้วยมาตรา 112 โดยไม่พิจารณาอย่างรอบคอบ นอกจากจะทำลายหลักนิติรัฐแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของประเทศอย่างใหญ่หลวง
กมธ.ทหารจะจัดทำหนังสือข้อสังเกตเสนอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. กำชับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย และไม่ลุแก่อำนาจ
อีกฉบับหนึ่งจะเสนอให้ ผบ.ตร.ออกระเบียบควบคุมการดำเนินคดี มาตรา 112 ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ และต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสถาบันอยู่ตลอดเวลา
มาตรา 112 เป็นกฎหมายอาญาที่ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือคุกคามหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น เพราะจะสะสมความเสียหายต่อสถาบันอย่างไม่อาจประเมินได้
หากนำมาใช้กับชาวต่างชาติ ก็อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเกียรติภูมิของชาติ และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องมัวหมองในสายตาของนานาอารยประเทศ
กมธ.ทหารจะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และประสาน ป.ป.ช.ดำเนินการกับผู้ที่นำ ม.112 มาใช้ในทางมิชอบอย่างถึงที่สุด
หากประเทศเราเอาหน่วยงานที่ไร้สติปัญญาและดักดาน มาทำหน้าที่ในภารกิจด้านความมั่นคง ยิ่งหน่วยงานแบบนี้ขยัน ยิ่งบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ ยิ่งให้หน่วยงานแบบนี้เอาคำว่า “จงรักภักดี” ไปทำตามอำเภอใจ โดยไม่ใช้สมองไตร่ตรอง ยิ่งจะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมพระเกียรติยศในเวทีโลก แถมยังบั่นทอนความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์
โง่แต่ขยัน ว่าแย่แล้ว นี่โง่แล้วขยัน แถมยังลุแก่อำนาจอีกด้วย ประเทศของเราจะเอาคนจำพวกนี้มาทำงานด้านความมั่นคงที่เป็นภารกิจสำคัญไม่ได้เด็ดขาด”

