เมื่อวันที่ 1 เมษายน รศ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟชบุค พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ( https://www.facebook.com/pichitlk?fref=ts ) ระบุว่า หลายคนเชื่อว่า ความล่มสลายของขบวนเสื้อแดงเป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามมีกำลังเข้มแข็งกว่าอย่างเทียบไม่ได้ ซึ่งก็เป็นความจริง แต่ไม่ทั้งหมด สาเหตุสำคัญอีกข้อที่ทำให้ขบวนเสื้อแดงพ่ายแพ้คือ การไม่ยอมสรุปบทเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทเรียนเกี่ยวกับทักษิณ
รศ.พิชิต ระบุด้วยว่า ทักษิณมีฝีมือบริหารอย่างมาก สร้างประโยชน์ แก่ประชาชนไว้หลายเรื่อง แต่หลังการทำรัฐประหาร 49 ถึงปัจจุบัน ทักษิณเข้าขั้น “ห่วยแตกและทรยศต่อประชาชน” คือ ใช้ประโยชน์จากมวลชนที่สู้จนติดคุกบาดเจ็บล้มตายหลายพันคนเมื่อปี 53 เอาพลังมวลชนไปกดดันให้อีกฝ่ายจำยอมเกี้ยเซี้ย โดยนึกไม่ถึงว่า อีกฝ่ายจะใช้กำลังฆ่าประชาชน ตายเป็นเบือ (ก็เพราะนึกไม่ถึง แกจึงได้กล้าพูดว่า “ถ้าเมื่อไหร่เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะเข้าไปนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพฯทันที!”)
แต่พอแพ้ปี 53 ทักษิณก็กลับลำ จากเอามวลชนไปกดดัน ก็เปลี่ยนเป็นเอามวลชนไปขาย แลกกับการ เกี้ยเซี้ยจากอีกฝ่าย ประกาศสลายขบวนคนเสื้อแดงกลางราชประสงค์เมื่อ พ.ค.55 (“พี่น้องไม่ต้องแบกเรือมาขึ้นบกตามผม”) ไปแลกกับการประนีประนอมจากฝ่ายนั้นในรูป พ.ร.บ.ปรองดอง ครั้งที่หนึ่ง ซึ่งล้มเหลว แต่ก็พยายามอีกครั้งด้วย พ.ร.บ.ปรองดองฉบับลักหลับปี 56 ก่อให้เกิดความแตกแยกรุนแรงภายในขบวนคนเสื้อแดง ก็เพื่อแลกกับการเกี้ยเซี้ยจากฝ่ายนั้นอีกครั้ง พอเกิด กปปส. ก็ระดมคนเสื้อแดงซึ่งกำลังแตกแยกออกมาปกป้องรบ.ยี่งลักษณ์อีก แต่ไม่คิดจะปกป้องคนเสื้อแดงเหล่านั้น จนมีคนบาดเจ็บและตายเพิ่มอีกที่สนามกีฬาราชมังคลา
สำหรับทักษิณ มวลชนเสื้อแดงก็เป็นเพียง “เบี้ยในมือ” เอาไว้บลัฟ เอาไว้ต่อรองกับอีกฝ่าย และถ้าได้ “ดีล” เหมาะ ๆ มีสิ่งแลกที่คุ้มค่า ก็พร้อมที่จะ “โยนไปแลก” เหมือนกับวิธีต่อรองทางธุรกิจนั่นแหละ
วันนี้ บ้านเมืองกลายเป็นเผด็จการทหารที่เลวร้ายที่สุด ประเทศถอยหลังตกต่ำเสียหายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีนักโทษการเมืองและคดีการเมืองเพิ่มเป็นทวีคูณ ทักษิณมีส่วนรับผิดชอบอย่างสำคัญและปฏิเสธไม่ได้
รศ.พิชิต ระบุ ทิ้งท้ายว่า วันนี้ จึงไม่ใช่ “ก้าวข้ามทักษิณ” ด้วยการไม่พูดถึง แต่ต้อง “วิพากษ์ทักษิณ” อย่างตรงไปตรงมา ถอดถอนบทเรียน จึงจะเดินหน้าต่อไปได้

