หน้าแรก การเมือง อยู่ด้วยไม่ไห...

อยู่ด้วยไม่ไหว-ขาดไปไม่รอด

27.04.25 | 09:26 น.
อยู่ด้วยไม่ไหว-ขาดไปไม่รอด

ถึงวันนี้ รัฐบาลที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นพลังการขับเคลื่อน โดย แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้นำแสดงตามกฎหมายในนาม “นายกรัฐมนตรี” ถูกตั้งคำถามจากทุกภาคส่วนด้วยความกังขาว่ายังเหลือ “เสถียรภาพ” พอที่จะฟันฝ่าคลื่นมรสุมทั้ง “ภายใน” และ “ภายนอก” รัฐนาวาที่นับวันจะรุนแรงกราดเกรี้ยวไปได้หรือไม่

ภายใน การอยู่ร่วมรัฐบาลกับ “พรรคภูมิใจไทย” แม้ “ปากว่า” ผ่าน อนุทิน ชาญวีรกูล จะชวนฉงนที่สุดก็แค่ชี้ชวนให้นำ “อนิจจัง” มาพิจารณาในคำยืนยันว่าไม่มีการปรับ ครม. ในภาพเดินจูงมือระรื่นหัวเราะร่ากับ ภูมิธรรม เวชยชัย แต่ใครต่อใครที่ติดตามสถานการณ์การเมืองใกล้ชิดกลับกระซิบกันถึงว่า “ตาขยิบ” หรือไม่ กับสารที่เสนอจาก สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ออกมาพูดชัด

“มืดจริงหนอมืออาชีพ สถานการณ์ของประเทศยามนี้ ถ้าผู้นำประเทศเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ ยากเหลือเกินที่จะนำพาประเทศก้าวข้ามความยากลำบากไปได้ เราต้องการมืออาชีพที่ปกครองได้ บริหารเป็น ความมืดมนอนธการ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก”

แม้ “สมศักดิ์” ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่ในแวดวงการเมือง มีใครไม่รู้ว่า “เจ้าถิ่นบ้านใหญ่อ่างทอง” น่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร นักการเมืองในตำนานระดับนี้ คงไม่ออกมาพูดอะไรไปเรื่อยเพียงเพื่อหาแสง ทุกครั้ง ทุกคำที่แสดงออกย่อมมีเป้าหมายว่าต้องการผลอย่างไร

ยังมีการแต่งตั้ง “คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา” ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อมูล นำผลไปศึกษาข้อดีข้อเสียของ “กาสิโน” ที่มีการดึงเอาคนนอกอย่าง “แก้วสรร อติโพธิ-จรัญ ภักดีธนากุล-เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง-คำนูณ สิทธิสมาน” เข้าร่วม

Advertisement

ย้อนไปไม่กี่วันก่อน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นำเสนอเข้าสภาในนามรัฐบาลหักดิบเป็นวาระด่วนจนเป็นเรื่องร้อนด้วยคำถาม “จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน” กระหึ่มทั้งประเทศ มีปรากฏการณ์ “ไชยชนก” ประกาศความเป็น “ลูกชายคนโต นายเนวิน นางกรุณา ชิดชอบ” ลุกอภิปรายต่อต้าน “กาสิโน” กลางสภา ก่อเสียงวิจารณ์กันให้แซ่ดว่า “ภูมิใจไทย” หักดิบ “เพื่อไทย” แบบไม่ให้ราคาพรรคแกนนำ

แม้หลังจากนั้น “อนุทิน” จะบอกว่าเป็นเรื่อง “ผิดคิว” และ “เคลียร์แล้ว” แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ชัดว่า “จบอย่างไร”

เมื่อแสดงออกกันจนไม่เหลืออะไรปิดบังว่า “วุฒิสภา” นั้น “สีน้ำเงิน” ปฏิบัติภารกิจด้วย “ปุ่มกดสั่งการ” ในทุกเรื่อง การแต่งตั้ง “คณะกรรมาธิการ” ที่ประกอบด้วยบุคคลที่ชัดเจนและแรงจัดในทรรศนะมุ่งล้าง ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเพิ่งรวมตัวต้าน “กาสิโน” อย่างเข้มข้น เข้ามาเป็นกำลังหลัก

จะเหลือความสงสัยอะไรอีก ว่านั่นไม่ใช่ปฏิบัติการปิดฉาก “สถานบันเทิงครบวงจร” ที่ “พรรคเพื่อไทย” พยายามสุดฤทธิ์หวังให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง

ประกอบกับท่าทีและเรื่องราวอีกมากมายระหว่าง “พรรคภูมิใจไทย” กับ “พรรคเพื่อไทย” ก่อนหน้านั้น ที่สะท้อนถึงการเดินร่วมกันไม่ได้ ทั้งนโยบายที่ต้องการสร้างผลงาน และการทำพื้นที่เพื่อเตรียมเลือกตั้ง

ทำให้สรุปกันว่า “ไม่ไหวแล้ว อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว ถูลู่ถูกังต่อไปมีแต่ทำให้เสียสมาธิการบริหารจัดการประเทศ ซึ่งเห็นๆ กันอยู่ว่าปัญหาสาหัสในทุกด้าน”

ขณะที่ภายนอก ถูกซ้ำเติมด้วยขบวนการต่อต้าน “ชินวัตร” ซึ่งการรวมตัวในช่วงหลังดูจะมีพลังแกร่งขึ้น ส่งผลให้เป็นอุปสรรคในการสร้างผลงาน

ที่เป็นเช่นนี้ได้เพราะภายในรัฐบาลอ่อนแอ เนื่องจาก “ขาดเอกภาพ” เป็น “สนิมเนื้อในตน” ต้องขจัดปัดเป่าให้เกิดความแข็งแกร่งภายในก่อน

ทว่า “ความจำเป็น” นั้น เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของเรื่อง “ส่วนผสมอำนาจการเมือง”

มองไม่เห็นทางเลยว่า “เพื่อไทย” จะขยับให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างไร

ไม่ใช่เรื่องของ “เสียง ส.ส.ที่จะสนับสนุน” ซึ่งพอจะหาทางกล้อมแกล้มให้ “เกินกึ่งหนึ่ง” ได้

แต่เป็นเรื่อง “โครงสร้างอำนาจ” ที่ “เพื่อไทยข้ามขั้วมาอาศัย”

มั่นใจหรือว่า “ขบวนการควบคุมอำนาจ” จะอนุญาตให้ “เพื่อไทย” ทำได้ตามอำเภอใจ

“เพื่อไทย” เป็นตัวแรก ตัวหลักใน “จิ๊กซอว์โครงสร้างอำนาจ” ที่ออกแบบไว้หรือ