หน้าแรก การเมือง พิธา พบ อดีตป...

พิธา พบ อดีตปธน.ซูซีโล บัมบัง คุย 4 ข้อเปลี่ยนโฉมอินโดนีเซีย ชี้ อาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายใหม่

28.04.25 | 21:25 น.

พิธา บิน อินโดฯ พบ อดีตปธน.ซูซีโล คุย 4 ข้อเปลี่ยนโฉมประเทศ ในช่วงเวลาที่อาเซียน เผชิญความท้าทายรอบใหม่

เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าได้เข้าพบกับ นายซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พร้อมระบุว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเยือน Pacitan บ้านเกิดของ ดร.สุซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (SBY) อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ด้วยภาวะผู้นำที่มั่นคง รอบคอบ และตั้งมั่นในหลักประชาธิปไตยที่ยังเป็น แรงบันดาลใจในระดับอาเซียน

ในฐานะนักการศึกษา (Visiting Fellow) ผมมีความสนใจและอยากกลับมาอินโดนีเซียอีกครั้ง เพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และทบทวนบทเรียนร่วมกัน ในช่วงเวลาที่ภูมิภาคของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายรอบใหม่

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ (Management Consulting) ผมเคยมีโอกาสร่วมงานกับรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐ และธนาคารในอินโดนีเซีย ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ได้เห็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมประเทศแห่งนี้อยู่บ้างในอดีต

Advertisement

ผมได้พบกับท่าน SBY ครั้งแรกเมื่อปี 2009–2010 ขณะเป็นนักศึกษาที่ Harvard Kennedy School และได้ฟังบรรยายของท่านเกี่ยวกับภาวะผู้นำและการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย

ต่อมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปบรรยายที่ Stanford University และที่นั่นเองที่ได้พบกับ คุณกีตา วิริยาวัน อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ในรัฐบาลของท่านอดีตประธานาธิบดี ซึ่งนำไปสู่การพบปะและการสนทนาในวันนี้

เราร่วมกันแลกเปลี่ยนบทเรียนสำคัญ 4 ประการที่เปลี่ยนโฉมอินโดนีเซีย:
Reformasi: การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยหลังยุคอำนาจเบ็ดเสร็จ
Dwifungsi: หรือ dual function คือการปฏิรูปบทบาทของกองทัพให้อยู่ภายใต้ระบอบพลเรือน หยุดบทบาทหลากหลายของกองทัพให้เป็นมืออาชีพและออกห่างจากการเมือง
Decentralisasi: การกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยฐานราก
Masa Keemasan: “ยุคทอง” ที่อินโดนีเซียมีเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจเติบโต และมีบทบาทระดับโลกที่เข้มแข็งขึ้น

แน่นอนว่าบริบทและช่วงเวลาของแต่ละประเทศย่อมไม่เหมือนกัน แต่หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสาหลักทั้งสี่เหล่านี้ — การปฏิรูปสถาบันการเมือง, การปรับสมดุลพลเรือนกับกองทัพ, การกระจายอำนาจ และการสร้างประเทศที่มีเสถียรภาพและความหวัง — ก็คงเป็นวาระสำคัญของไทยเช่นเดียวกัน

ในช่วงเวลาที่บทบาทของอาเซียนกำลังถูกทดสอบจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ การเดินทางครั้งนี้จึงมีความหมายเป็นพิเศษ

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ การเมืองเชิงอำนาจ (power-based diplomacy) กำลังเบียดบัง การทูตบนกฎกติกา (rule-based diplomacy) — เมื่อฝ่ายเดียวมาก่อนพหุภาคี การแข่งขันมาก่อนความร่วมมือ และชาตินิยมมาก่อนการพึ่งพาอาศัยกัน การสร้างภูมิภาคที่ตั้งอยู่บนหลักการจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น
พรุ่งนี้ ผมจะได้พบกับกับ ดร.มาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ผู้ซึ่งยืนหยัดขับเคลื่อน ความเป็นกลางเชิงรุก การสร้างพหุภาคี และ การเสริมสร้างบทบาทอาเซียน — เสียงที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนจากการทูตบนกฎกติกาไปสู่การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง