กมธ.ทหาร จ่อเชิญ วินธัย แจง กรณี กอ.รมน.แจ้งความ 112 ดร.พอล ข้องใจ ไม่แจ้งผู้โพสต์เฟซบุ๊กต้นทาง หวังจะไม่ปิดไมค์หนี
จากกรณี พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ.ได้ชี้แจง กรณี กอ.รมน.ภาค 3 แจ้งความดำเนินคดี ม.112 นายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการ ม.นเรศวร โดยระบุว่า การไปแจ้งความของ กอ.รมน.นั้น เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทั่วไปทำได้ ต่างจากการไปขอจับกุมผู้กระทำความผิดที่จำเป็นต้องอ้างใช้อำนาจตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากผู้ถูกแจ้งความคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถใช้ช่องทางของกฎหมายมาดำเนินการผู้แจ้งความได้ และระบุว่า กรณีมาตรา 7 พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ปกติกลไกนี้มีไว้สำหรับการเสนอจัดทำแผนงานเพื่อใช้บริหารจัดการแก้ไขปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาฯ มีความยุ่งยากและซับซ้อน และอาจต้องอาศัยหลายหน่วยงานมาร่วมแก้ จึงมีขั้นตอนต่างๆ ไปให้ฝ่ายบริหารอนุมัติ เพื่อนำไปประกอบกับกลไกของกฎหมายตามมาตรา 15 เพื่อใช้แก้ไขปัญหาความมั่นคงนั้นๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ปัญหา จชต. ซึ่งกรณีคดีของ นายพอล แชมเบอร์ส เป็นคดีอาญาปกติ ไม่ใช่การเสนอแผนฯ เพื่อจะขออนุมัตินำไปใช้แก้ปัญหาความมั่นคง
ล่าสุด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานกมธ.ทหาร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
“8 พ.ค. กมธ.ทหาร เชิญ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงเพิ่มเติม กรณีแจ้งความ ม.112 กับนาย พอล แชมเบอร์ส หวังว่าจะมาร่วมประชุม และอย่าปิดไมค์หนี
จากการชี้แจงต่อสื่อมวลชนของ พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ต่อกรณีการแจ้งความ ม.112 กับนายพอล แชมเบอร์ส เบื้องต้นมีข้อสังเกตที่น่าสนใจ สมควรที่ กมธ.ทหาร จะตรวจสอบข้อเท็จจริง เพิ่มเติมอีกหลายประการ อันได้แก่
1) กรณีที่ พล.ต.วินธัย สุวารี ชี้แจงว่า ม.112 นั้นเป็นอาญาแผ่นดิน บุคคลใดก็สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ในกรณีนี้ หาก พล.ท. กิตติ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ไปแจ้งความในฐานะประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิด นั้นย่อมทำได้
แต่การแจ้งความในนามของหน่วยงานรัฐ จะต้องมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่ระบุให้ทำได้ ในกรณีนี้ พล.ต.วินธัย ก็ยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่า กอ.รมน. ใช้อำนาจตามมาตราใด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551
2) พล.ต.วินธัย ชี้แจงว่า หน้าเว็บไซต์ของ ISEAS-Yusof Ishak Institute ที่ระบุสรรพนามของนายพอล แชมเบอร์สว่า He นั้นอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักในการแจ้งความ ม.112 ซึ่งก็เป็นที่สงสัยอย่างมาก เนื่องจาก กอ.รมน. ภาค 3 เป็นผู้ชี้แจงเองว่า นี่คือหลักฐานที่ใช้นำไปแจ้งความ ม.112 กับ นายพอล แชมเบอร์ส โดยไม่ได้พูดถึงหลักฐานอื่น และเหมือนจะยอมรับว่ามีเพียงหลักฐานนี้ด้วยซ้ำ เนื่องจากตลอดการหารือในกรรมาธิการ กอ.รมน. ภาค 3 ไม่ได้โต้แย้ง และไม่ได้กล่าวถึงหลักฐานชิ้นอื่นเลย
3) พล.ต.วินธัย ยังไม่ได้ชี้แจงว่า เหตุใด กอ.รมน. ภาค 3 จึงไม่แจ้งความดำเนินคดี ม.112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กับบัญชีผู้ใช้งานที่ชื่อ “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เนื่องจากเป็นผู้แปล และเป็นผู้เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของตนเอง
นอกจากนี้ พล.ต.วินธัย ยังไม่ได้ชี้แจงว่า การแปลภาษาอังกฤษ ของโพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าวนั้น ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ราชการยอมรับหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ กมธ.ทหาร จะเชิญ พล.ต.วินธัย สุวารี เข้าชี้แจงเพิ่มเติม ในวันพฤหัสบดี ที่ 8 พ.ค. 2568 เวลา 9.30 น. โดยจะเชิญ ร.ต.อ.พรชัย ปลั่งกลาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าของสำนวน และ พ.ต.อ.พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผู้กำกับ สภ.เมืองพิษณุโลก หัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชุมด้วย
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.ต.วินธัย สุวารี จะอ่านทำความเข้าใจหลักการสำคัญของกฎหมายมหาชน และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มาล่วงหน้า และจะให้ความร่วมมือกับ กมธ.ทหาร ด้วยการเข้าร่วมประชุมในวันที่ 8 พ.ค. 2568 ที่จะถึงนี้ และอย่าปิดไมค์หนี ก่อนที่จะจบวาระการประชุม”

